บล็อก

ทวนความจำทริปบุกเยือนรัสเซียของเชลซี

ก่อนการแข่งขันแชมเปี้ยนส์ ลีกกับคราสโนดาร์ในคืนนี้ เราจะพาคุณไปทบทวนความทรงจำในฟุตบอลยุโรปกับ 3 แมตช์ที่ผ่านมาในการบุกเยือนประเทศรัสเซีย

ซีเอสเคเอ มอสโกว์ – พฤศจิกายน 2004

หลังชัยชนะ 2-0 เหนือซีเอสเคเอ มอสโกว์ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ พวกเราเดินทางสู่เมืองหลวงของประเทศรัสเซียเพื่อเล่นนัดรีเทิร์น โดยหากเอาชนะได้ก็จะสามารถตีตั๋วเข้าสู่รอบน็อคเอาท์ของแชมเปี้ยนส์ ลีกได้ทันที

ภายใต้สภาพอากาศหนาวจัดที่โลโคโมทิฟ สเตเดี้ยม อาร์เยน ร็อบเบน ยิงประตูให้เดอะ บลูส์ออกนำในนาทีที่ 24 โดยเป็นจังหวะรับลูกตอกส้นจากเดเมี่ยน ดัฟฟ์ แล้วลากหนีกองหลัง ก่อนส่งบอลสู่ก้นตาข่ายกลายเป็นประตูแรกของเขากับเชลซี

ซีเอสเคเอ พลาดโอกาสตามตีเสมอช่วงต้นครึ่งหลังเมื่อวากเนอร์ เลิฟ ยิงจุดโทษข้ามคานออกไป ทำให้ท้ายที่สุดสิงห์บลูส์คว้าชัยชนะ 1-0 ถือเป็นการซิวชัย 4 นัดรวมในรอบแบ่งกลุ่ม

สปาร์ตัค มอสโกว์ – ตุลาคม 2010

หลังจากที่ต้องเป็นฝ่ายอกหักจากการดวลจุดโทษในศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก รอบชิงชนะเลิศที่มอสโกว์เมื่อปี 2008 สิงห์บลูส์กลับมาที่สนามลูซนิกี้ 2 ปีให้หลังเพื่อเผชิญหน้ากับสปาร์ตัค มอสโกว์ในรอบแบ่งกลุ่ม

ยูริ เซอร์คอฟ ฟูลแบ็คชาวรัสเซียซึ่งอยู่ในทีมซีเอสเคเอที่เผชิญหน้ากับเชลซีเมื่อปี 2004 ฉลองการกลับมาลงสนามในประเทศบ้านเกิดด้วยการยิงประตูเบิกร่องให้กับพวกเราในนาทีที่ 24 จากจังหวะสุดสวยที่เก็บบอลจากลูกโหม่งบริเวณกรอบเขตโทษของสปาร์ตัค ก่อนจะวอลเล่ย์เต็มข้อด้วยเท้าซ้ายของเขา

นิโกล่าส์ อเนลก้า บวกเม็ดที่สองก่อนจบครึ่งแรกในจังหวะการเล่นคนเดียว หลังรับบอลจากไมเคิ่ล เอสเซียงบริเวณกรอบเขตโทษ แล้วบรรจงหมุนหนีกองหลังสปาร์ตัคก่อนปั่นเรียดด้วยเท้าขวา ส่งบอลเข้าสู่เสาไกล

รูบิน คาซาน – เมษายน 2013

การแข่งขันนัดล่าสุดในรัสเซียของเชลซีคือรายการยูโรป้า ลีก รอบก่อนรองชนะเลิศกับรูบิน คาซานเมื่อปี 2013 โดยต้องโยกมาเตะกันที่มอสโกว์เพราะพื้นสนามที่ย่ำแย่ในสังเวียนเหย้าของเจ้าบ้าน

เดอะ บลูส์ ตุนสกอร์นำ 3-1 จากแมตช์แรกที่ลอนดอน และกุมความได้เปรียบเพิ่มไปอีกหลังผ่านนาทีที่ 4 ที่ลูซนิกี้ สเตเดี้ยมเมื่อบอลยาวของแฟรงค์ แลมพาร์ด ไปถึงเฟอร์นานโด ตอร์เรส ที่ชิพข้ามศีรษะนายทวารที่ปรี่ออกมาจากระยะ 30 เมตร

รูบิน ยิงตีตื้นกลับมาหนึ่งลูกช่วงต้นครึ่งหลัง แต่วิคเตอร์ โมเซส มากดประตูที่สองให้กับเชลซี โดยเป็นจังหวะการเล่นกับรามิเรสบริเวณกรอบเขตโทษ ก่อนจะซัดบอลสู่ก้นตาข่ายของเจ้าบ้านทำให้สกอร์รวมกลายเป็น 5-2

ถึงแม้เจ้าบ้านจะทำให้เกมมีความน่าสนใจเพิ่มขึ้นด้วยการยิงคืน 2 ลูก แต่ทุกอย่างไม่ทันการณ์ ซึ่งเชลซีผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ ก่อนจะตบเท้าเข้าชิงและคว้าแชมป์ประวัติศาสตร์สมัยแรกในรายการนี้ได้สำเร็จ

ข่าวอื่นๆ