ข่าว

แลมพาร์ดหลงรักการคุมสิงห์บลูส์, การเป็นตัวแทนโค้ชอังกฤษ และรับมือกับความท้าทาย

แฟรงค์ แลมพาร์ด ให้สัมภาษณ์ถึงมุมมองกุนซืออังกฤษ และแม้จะทำหน้าที่นายใหญ่สิงห์บลูส์มาแล้วหนึ่งปี แต่เขายังเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกภาคภูมิที่ได้คุมสโมสรที่ตัวเองรัก ขณะเตรียมทีมแข่งขันแชมเปี้ยนส์ ลีกค่ำคืนนี้ที่รัสเซีย...

เชลซี เตรียมลงโม่แข้งกับคราสโนดาร์ในนัดที่สองของรอบแบ่งกลุ่ม โดยในซีซั่นที่สองซึ่งเขาคุมทีม เฮดโค้ชของเรามีอีกหนึ่งสถิติที่น่าภูมิใจ โดยก้าวเป็นผู้จัดการทีมชาวอังกฤษคนที่สอง ที่ได้คุมทีมแข่งขันแชมเปี้ยนส์ ลีกสองฤดูกาล ตามรอยเซอร์ บ๊อบบี้ ร็อบสัน

แลมพาร์ดทราบดีว่าเขาสวมบทบาทตัวแทนโค้ชชาวอังกฤษในการแข่งขันฟุตบอลยุโรป ณ เวลานี้ แต่เจ้าตัวเชื่อมั่นว่ามีกุนซือมากพรสวรรค์อีกหลายคน ที่เฝ้ารอโอกาสคล้ายกันนี้สำหรับการพิสูจน์ฝีมือในระดับสูงสุด

'เหมือนมันนานมาแล้วเลยครับที่ผมมักได้ยินในช่วงบั้นปลายอาชีพค้าแข้งสมัยเป็นนักเตะว่าผู้จัดการทีมชาวอังกฤษได้รับงานในพรีเมียร์ ลีกและมันก็เหมือนเป็นม้าหมุนที่ผลัดกันไป'

'ตอนนี้เราได้เห็นผู้จัดการทีมชาวอังกฤษได้แสดงความสามารถในเกมลูกหนัง ทั่วทั้งพรีเมียร์ ลีก ทั่วทั้งแชมเปี้ยนชิพ ก็หวังว่าจะมีโอกาสมากขึ้นสำหรับพวกเขา

'กับการรุกรานอันยอดเยี่ยมของโค้ชมากฝีมือและนักเตะเข้าสู่พรีเมียร์ ลีก บางครั้งสายตาของพวกเราก็จับจ้องไปถึงเรื่องดังกล่าวจนมันกลายเป็นสิ่งใหม่ ๆ และกลายเป็นเทรนด์สำหรับผู้จัดการทีมที่ประสบความสำเร็จมากมาย แต่ผมคิดว่าบางครั้งที่ประเทศของเราเองก็มีผู้จัดการทีมที่สามารถทำงานพวกนี้ได้เหมือนกัน'

แลมพาร์ดเพิ่งมีอายุครบ 42 ปีและเขาตระหนักดีในตอนเข้ารับงานกับเชลซีเมื่อซัมเมอร์ที่แล้ว หลังจากทำงานให้ดาร์บี้ เคาท์ตี้ในแชมเปี้ยนชิพเพียงหนึ่งซีซั่น มีหลายคนตั้งคำถามว่าเขาพร้อมสำหรับตำแหน่งงานใหญ่แล้วจริง ๆ หรือ

กับการเป็นกุนซือวัยหนุ่มชาวอังกฤษ เขาเข้าใจและยอมรับว่าการทำงานให้เชลซีมาพร้อมกับคำวิจารณ์มากมาย แต่กระนั้นเจ้าตัวหวังว่าจะถูกตัดสินอย่างยุติธรรมจากผลงานและผลการแข่งขัน

'ตอนที่ผมได้งานนี้ มีหลายคนตั้งคำถามว่าผมสมควรได้รับหรือไม่ และหลายคนถามผมว่า "นายแน่ใจนะว่านายอยากรับงาน?" เพราะมันเป็นความคิดเห็น' แลมพาร์ดอธิบาย

'บางครั้งคนเราก็เร็วมากที่จะแสดงความคิดเห็นทันทีไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม ซึ่งกับการเป็นผู้จัดการทีมอายุน้อยชาวอังกฤษกับประสบการณ์แค่ปีเดียวกับดาร์บี้ บางอย่างผมก็เข้าใจนะ เราแค่ต้องตัดสินคนอื่นด้วยคุณค่าที่แท้จริง มันไม่สำคัญหรอกว่าคุณจะมาจากไหน ผมคิดว่าผู้จัดการทีมทุกคนควรถูกตัดสินเหมือนกัน'

หากประเมินจากผลงานในฤดูกาลแรกที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ แลมพาร์ดได้รับคำชื่นชมหลังพาทีมผ่านเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศเอฟเอ คัพ และจบอันดับที่ 4 ของลีก ความสำเร็จดังกล่าวได้นำพาสโมสรกลับมาแข่งขันในรายการแชมเปี้ยนส์ ลีกฤดูกาลนี้

'แน่นอนผมรู้สึกพอใจมาก ๆ ที่ผมเข้ารับงาน' เขากล่าวถึงการรับตำแหน่งกุนซือเชลซีเมื่อซัมเมอร์ที่แล้ว 'ผมมองเห็นแค่สโมสรฟุตบอลที่ผมรัก และผมก็ภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้ดูแลสโมสรแห่งนี้ทุก ๆ วัน'

แลมพาร์ดมีเป้าหมายที่จะสานต่อสิ่งที่สโมสรทำได้ในฤดูกาลที่แล้ว ซึ่งการทำงานหนักเริ่มแสดงให้เห็นอย่างช้า ๆ โดยเฉพาะหลังผ่านสัปดาห์อันยากลำบากกับเซบีย่าและแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งทีมเก็บคลีนชีตได้สองนัดติดต่อกัน

เช่นเดียวกับสมัยที่เขายังค้าแข้ง ความท้าทายคือแรงจูงใจและไม่มีความท้าทายใดในฤดูกาลที่แล้วที่ยากไปกว่าการไม่สามารถซื้อตัวนักเตะเข้ามาเสริมทัพ เช่นเดียวกับโรคระบาดที่ส่งผลกระทบต่อผู้คนมากมายในหลากหลายระดับ

'การทำงานของทุกคนในกลุ่มเป็นบางอย่างที่ผมภูมิใจมากเลย ไม่ใช่แค่จากตัวผมแต่กับสตาฟและนักเตะทุกคน' เขาเสริม

'ตอนนี้เราอยากก้าวไปให้ได้อีกระดับ เรารู้ว่ามีความท้าทายหลายอย่างและเราก็ตระหนักดีถึงเรื่องพวกนั้น ความท้าทายเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในฤดูกาลนี้เพราะว่าเราไม่มีช่วงพรีซีซั่นรวมทั้งนักเตะใหม่ที่ย้ายเข้ามา ผมชอบมากที่ต้องรับมือกับความท้าทายไปทุกวัน'

ข่าวอื่นๆ