รายงานผล

รายงานการแข่งขัน: คราสโนดาร์ 0-4 เชลซี

ประตูแรกของฮาคิม ซิเยคกับเชลซีในการเดบิวต์แบบเต็มเกม ถือเป็นไฮไลต์สำคัญจากผลงานการเล่นเกมเยือนอันยอดเยี่ยมของสิงห์บลูส์ ซึ่งทีมสามารถเก็บคลีนชีตเป็นนัดที่ 3 ติดต่อกันจากทุกรายการได้ด้วย

แม้ไม่สามารถเร่งเครื่องเต็มสูบจนกระทั่งช่วงท้ายเกม แถมมีจังหวะการพลาดจุดโทษขณะที่สกอร์ยังเสมอกัน 0-0 แต่ค่ำคืนนี้สิงห์บลูส์เจอกับงานที่ไม่หนักมากนัก โดยแฟนบอลกว่า 11,000 คน ได้รับอนุญาตให้เข้าชมการแข่งขัน ซึ่งโรมัน อับราโมวิช เป็นหนึ่งในนั้น

จอร์จินโญ่ พลาดจุดโทษจากการซัดบอลไปชนเสา แต่พวกเรามาได้ประตูขึ้นนำก่อนจบครึ่งแรกจาก คัลลัม ฮัดสัน-โอดอย

คราสโนดาร์พยายามทวงประตูตีเสมอในบางจังหวะ โดยสกอร์อยู่ที่ 1-0 จนกระทั่งช่วงท้ายเกม ก่อนพวกเราจะยิงเพิ่มอีกสามตุงใน 15 นาทีสุดท้าย

ลูกแรกเป็นติโม แวร์เนอร์ ที่สังหารจุดโทษกลายเป็นประตูแรกในแชมเปี้ยนส์ ลีกของเจ้าตัวกับเชลซี จากนั้นซิเยคยิงให้ทีมนำห่าง 3-0 จากการแอสซิสต์ของแวร์เนอร์ ก่อนที่พูลิซิชจะมายิงปิดท้ายในนาทีสุดท้ายของการแข่งขัน ช่วยให้พวกเรารักษาสถิติอันยอดเยี่ยมในการบุกมาเล่นที่รัสเซียต่อไป

การจัดทัพ

แลมพาร์ด ปรับทัพ 4 ตำแหน่งและปรับมาใช้แผน 4-2-3-1 โดยบอสให้โอกาส โทนี่ รูดิเกอร์ ลงสนามนัดแรกของฤดูกาล ส่วนซิเยคได้ลงเล่นตั้งแต่นาทีแรก ฮัดสัน-โอดอยกับมาเตโอ โควาซิช เป็นอีกสองแข้งหน้าใหม่ที่ถูกส่งมาทำหน้าที่จากขุมกำลังชุดที่บุกเสมอกับแมนฯ ยูไนเต็ดที่สนามโอลด์ แทรฟฟอร์ด

นาทีต่อนาที - ครึ่งแรก

นาทีที่ 9 - เชลซี มีโอกาสครั้งแรกจาก อัซปิลิเกวต้าที่เติมเกมมาทางด้านขวาแล้วแปะคืนให้ซิเยค หน้าเขตโทษ มีพื้นที่เลี้ยงนิดหน่อยก่อนจะลองยิงแต่ยังโดนปัดทิ้งไปได้

นาทีที่ 14 - เชลซี ทำเกมรุกขึ้นมาอีกครั้งคราวนี้อัซปิลิเกวต้า เปิดบอลเรียดพื้นเข้าเขตโทษไปถึงแวร์เนอร์ โดยจังหวะจับบอลกองหน้าชาวเยอรมันโดนนักเตะคู่แข่งแหย่จนล้มลงทำให้ผู้ตัดสินเป่าเป็นจุดโทษทันที

จอร์จินโญ่ ขันอาสาสังหารจุดโทษ ส่งบอลไปคนละทิศกับผู้รักษาประตูแต่ไปชนเสา บอลกระเด้งไปโดนผู้รักษาประตูมาเข้าทางแวร์เนอร์ที่พยายามซ้ำ แต่โดนบล็อคเอาไว้ได้

นาทีที่ 19 – เจ้าบ้านได้โอกาสลุ้นประตูบ้างเป็นฟิลเฮน่า ที่ได้บอลหน้าเขตโทษ ก่อนพยายามเลี้ยงหนี หาโอกาสซัดประตู บอลไปแฉลบนักเตะฝั่งเราหลุดเสาออกไปนิดหน่อย

นาทีที่ 29 – ไคโอ นักเตะของคราสโนดาร์เสียบอลหน้าเขตโทษ หลุดไปถึง ซิเยคที่ได้เลี้ยงจี้เข้ามาตรงกลาง ก่อนลองซัดแต่ซาโฟนอฟยังรับเอาไว้ได้

นาทีที่ 37 – เชลซีมาได้ประตูสำคัญก่อนจบครึ่งแรก เป็นการเล่นกันหน้าเขตโทษเริ่มจาก ซิเยค จ่ายให้ฮาแวร์ตซ์ ก่อนเพลย์เมคเกอร์ชาวเยอรมันคายบอลไปให้ ฮัดสัน-โอดอยในเขตโทษเยื้องไปทางซ้าย จับบอลด้วยเท้าขวาแล้วยองยิงดู คราวนี้ซาโฟนอฟรับไม่ดีบอลปลิ้นเข้าประตู สิงห์บลูส์บุกมานำ 1-0 แล้ว!

นาทีที่ 45+1 – เชลซีทำเกมรุกมาอีกระลอกและเป็นซิเยคที่ลองครอสบอลจากบริเวณหน้าเขตโทษไปถึงเสาไกล ฮาแวร์ตซ์ เติมขึ้นมาโหม่งแต่บอลหลุดออกหลังไป

นาทีต่อนาที - ครึ่งหลัง

นาทีที่ 49 – เริ่มเกมครึ่งหลังได้ไม่นานพวกเราได้ลุ้นประตูอีกครั้ง เป็นจังหวะที่ ไค โหม่งบอลบริเวณหน้าเขตโทษไปเข้าทางปืนโควาซิช ที่ยิงตามน้ำแบบไม่จับเฉี่ยวเสาออกไปไม่ไกล

นาทีที่ 55 – พวกเราเกือบเสียประตูแรกในรอบ 3 เกมจากจังหวะลูกเตะมุมของคราสโนดาร์เป็นทางเชร์นอฟ บรรจงเปิดไปทางเสาสอง บอลถึง กาซินสกี้ วิ่งเข้ามาวอลเล่ย์แบบไม่ต้องจับส่งบอลพุ่งชนคานแบบใจหายใจคว่ำ

นาทีที่ 61 – ช่วงนี้จังหวะในเกมเป็นคราสโนดาร์ที่พยายามลุยหาประตูตีเสมออย่างต่อเนื่องก่อนจะได้ลุ้นอีกครั้ง โดยบอลที่เปิดเข้าเขตโทษโดนฝั่งเราโหม่งสกัดออกมาแล้วไปเข้าทาง เชร์นอฟ ที่ตัดสินใจวอลเล่ย์สวนทันที ส่งบอลแหวกอากาศข้ามคานออกไปนิดเดียว

นาทีที่ 66 – สิงห์บลูส์ ทำเกมโต้ตอบกลับมาบ้าง คราวนี้ฮาแวร์ตซ์ จ่ายบอลไปให้ซิเยคในเขตโทษทางด้านขวา แข้งโมร็อคโคแต่งเข้าเท้าซ้ายแล้วซัดทันที แต่ยังตรงตัวซาโฟนอฟเซฟเอาไว้ได้

นาทีที่ 76 – เชลซีมาได้จุดโทษอีกครั้งในจังหวะที่พูลิซิช ยิงไปโดนแขนของ มาร์ติโนวิช ผู้ตัดสินเป่าทันที คราวนี้จอร์จินโญ่โดนถอดออกจากสนามไปก่อนทำให้แวร์เนอร์เป็นเพชฌฆาตยิงแทน และกองหน้าเยอรมันก็ไม่ทำให้ผิดหวังซัดเข้าไปนิ่ม ๆ สกอร์กลายเป็น 2-0

นาทีที่ 79 – สกอร์ไหลต่อเนื่องเลยโดยเรามาได้เพิ่มอีกหนึ่งลูกในจังหวะที่ พูลิซิชวิ่งมารับบอลทางริมเส้นฝั่งซ้ายก่อนจ่ายต่อเข้าเขตโทษให้แวร์เนอร์ผ่านบอลต่อไปให้ซิเยคที่หาช่องยิงได้อย่างยอดเยี่ยมส่งบอลเสียบเสาสอง 3-0 แล้ว!

นาทีที่ 90 – เชลซีบวกเพิ่มได้อีกหนึ่งตุงในจังหวะที่อับราฮัม เล่นชิ่งกับเพื่อนมาทางฝั่งขวาแล้วเบียดชนะกองหลังคู่แข่งก่อนไหลไปให้พูลิซิชที่แต่งหนึ่งจังหวะก่อนกดเข้าเสาแรกส่งบอลตุงตาข่าย จบเกมพวกเราเอาชนะไป 4-0 เก็บคลีนชีตได้ 3 นัดติดต่อกัน

สถานการณ์กลุ่ม E

ชัยชนะนัดนี้ส่งพวกเราขึ้นจ่าฝูงของกลุ่ม E โดยสองนัดถัดไปจะเป็นการแข่งขันกับทีมจากประเทศฝรั่งเศสทั้งก่อนและหลังโปรแกรมเบรคทีมชาติ โดยเกมแรกจะเตะกันที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ในสัปดาห์หน้า

เชลซี (4-2-3-1): เมนดี้; อัซปิลิเกวต้า (c), ซูม่า, รูดิเกอร์, ชิลเวลล์ (เอแมร์ซอน 80); จอร์จินโญ่ (ก็องเต้ 71), โควาซิช (เมาท์ 71); ซิเยค (อับราฮัม 80), ฮาแวร์ตซ์, ฮัดสัน-โอดอย (พูลิซิช 71); แวร์เนอร์
ตัวสำรองไม่ได้ลงสนาม กาบาเยโร่, ซิเกอร์, เจมส์, โทโมรี, คริสเตนเซ่น, ชิรูด์
ผู้ทำประตู ฮัดสัน-โอดอย 37, แวร์เนอร์ (จุดโทษ) 76, ซิเยค 79, พูลิซิช 90

คราสโนดาร์ (4-2-3-1): ซาโฟนอฟ; สโมลนิคอฟ, ไคโอ, มาร์ตีโนวิช, เชร์นอฟ; อัตกิน (ซูเลย์มานอฟ 74), ฟิลเฮน่า; โอลส์สัน (สเปิร์ทซียาน 82), กาซินสกี้, รามิเรซ; เบิร์ก (c) (ซาบัว 87)
ตัวสำรองไม่ได้ลงสนาม โกโรดอฟ, ซินิตซิน, คูโตวอย, ลิทวินอฟ
ใบเหลือง โอลส์สัน 22, มาร์ตีโนวิช 74

ผู้ตัดสิน อาลี พาลาบิเยค จากตุรกี

ข่าวอื่นๆ