รายงานผล

รายงานการแข่งขัน: เชลซี 4-1 เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด

เชลซี ลงเล่นนัดสุดท้ายก่อนปิดเบรคโปรแกรมทีมชาติด้วยฟอร์มอันสวยหรู โดยเปิดรังสแตมฟอร์ด บริดจ์ คว้าชัยชนะ ยืดสถิติไร้พ่ายออกไปเป็น 8 เกมรวมทุกรายการ

สิงห์บลูส์ พลิกกลับมาได้หลังจากโดนนำไปก่อนในนาทีที่ 6 จากจังหวะที่เดวิด แม็คโกลดริก ตวัดบอลเข้าไปอย่างชาญฉลาด นัดนี้ดาบคู่เริ่มต้นได้ดีกว่าแต่หลังจากที่ แทมมี่ อับราฮัม ยิงตีเสมอในกลางทางของครึ่งหลัง พวกเราไม่เคยมองย้อนกลับหลังอีกเลย

ฮาคิม ซิเยค ครอสบอลให้ เบน ชิลเวลล์ ยิงให้เชลซีออกนำไม่นานหลังผ่านเวลาครึ่งชั่วโมง จากนั้นพลพรรคสิงห์บลูส์เล่นกันอย่างคึกคัก โดยอดีตปีกทีมอาแย็กซ์ยังคงสร้างปัญหาให้กับเกมรับของทีมเยือนอยู่ตลอด

เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ไม่สามารถป้องกันจังหวะการโหม่งของธิอาโก้ ซิลวา ที่ทำประตูแรกให้กับเชลซีด้วยการโหม่งบอลแบบเฉียด ๆ ขณะที่เวลาการแข่งขันเหลืออยู่ 15 นาที

ติโม แวร์เนอร์ ปิดฉากค่ำคืนที่ยอดเยี่ยมด้วยการจบสกอร์ที่เฉียบขาด แม้ว่าเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ดจะเป็นทีมบ๊วยของตาราง แต่พวกเขาแพ้ให้กับลิเวอร์พูล, อาร์เซนอล และแมนฯ ซิตี้ไปอย่างหวุดหวิดในฤดูกาลนี้ เดอะ บลูส์ไม่มีปัญหาใด ๆ ในการโจมตีคู่แข่ง และสามารถพกความมั่นใจเต็มกระเป๋าสำหรับการออกไปเยือนนิวคาสเซิ่ลในอีก 2 สัปดาห์หลังจากนี้

การจัดทัพ

แฟรงค์ แลมพาร์ด เปลี่ยนแปลงทีมหนึ่งตำแหน่งจากชุดที่เอาชนะแรนส์ในนัดกลางสัปดาห์ โดย มาเตโอ โควาซิช ได้ลงเล่นแทน จอร์จินโญ่ ขณะที่ปลอกแขนกัปตันทีมเป็นของ ธิอาโก้ ซิลวา เมื่อไม่มี เซซาร์ อัซปิลิเกวต้า และ จอร์จินโญ่ ในสนาม

นาทีต่อนาที - ครึ่งแรก

นาทีที่ 6 - พวกเราเกือบได้ประตูออกนำในจังหวะที่ แทมมี่ อับราฮัม ผ่านบอลไปทางขวาถึง ฮาคิม ซิเยค แล้วเป็น รีซ เจมส์ ได้เปิดบอลเรียดเข้ากลางไปถึงเสาไกล ชิลเวลล์ วิ่งเข้ามากดใส่เสาแรกแต่ แรมส์เดล บล็อคไว้ได้

นาทีที่ 9 - ทีมเยือนเป็นฝ่ายออกนำไปก่อนในจังหวะลูกเตะมุมที่เคาะสั้น ๆ แล้ว บัลด็อค หักกลับให้ เบอร์เก้ ที่ยิงไม่เต็มบอลแต่ไปเข้าทาง แม็คโกลดริก ไขว้เปลี่ยนทางส่งบอลผ่านมือ เมนดี้ ถือเป็นการเสียประตูแรกในพรีเมียร์ ลีกของนายด่านชาวเซเนกัล

นาทีที่ 13 - อับราฮัม ใช้ทักษะเอาบอลเข้ากรอบเขตโทษ จนทำให้ อีแกน หลงไปแล้วแต่จังหวะยิงเบาไปทำให้ แรมส์เดล รับไว้ได้แบบสบาย ๆ

นาทีที่ 21 - ทีมเยือนมาได้ลุ้นประตูบ้างเป็นจังหวะที่ โลว์ เติมมาจากด้านหลัง แล้วยิงด้วยซ้าย บอลพุ่งตรงกรอบแต่ เมนดี้ ยังรับเอาไว้ได้อย่างมั่นใจ

นาทีที่ 23 - สิงห์บลูส์มาได้ประตูตีเจ๊าในจังหวะที่ โควาซิช ตวัดบอลในเขตโทษฝั่งขวากลับมาให้ อับราฮัม ซึ่งเหมือนจะวางเท้ายิงบอลไม่เต็มใบ ทว่าลูกกระดอกพื้นผ่านมือ แรมส์เดล ตุงตาข่าย

นาทีที่ 31 - พวกเราน่าได้ประตูขึ้นนำสุด ๆ เป็นจังหวะฟรีคิกบริเวณริมเส้นด้านขวา ฮาคิม ซิเยค เปิดบอลตกพื้นแล้ว แรมส์เดล ปัดเข้าทาง แวร์เนอร์ ได้ยิงสวนทันที แต่บอลไปชนคานอย่างน่าเสียดาย

นาทีที่ 34 - และแล้วพวกเราก็มาได้ประตูขึ้นนำ โดยต้องชม ฮาคิม ซิเยค ที่ครอสบอลทางด้านขวาลึกไปเสาไกลให้กับ ชิลเวลล์ ที่ปรี่เข้าชาร์จส่งบอลตุงตาข่าย 2-1!

นาทีที่ 39 - เชลซีมาได้ลูกเตะมุมแล้วบอลไปพัวพัน ก่อนเป็น ซูม่า โหม่งไปถึง ชิลเวลล์ ที่ยิงสวนด้วยซ้าย แต่ แรมส์เดล พุ่งปัดทิ้งออกไปได้

นาทีที่ 44 - ดาบคู่เหมือนจะไม่ยอมง่าย ๆ แล้วมาได้โอกาสสับไกจาก ลุนด์สแตรม ที่วอลเล่ย์ด้วยเท้าซ้ายนอกกรอบเขตโทษ บอลพุ่งไปที่เสาแรกแต่ เมนดี้ รับไว้ได้อีกครั้ง

นาทีต่อนาที - ครึ่งหลัง

นาทีที่ 47 - เริ่มต้นครึ่งหลังได้ไม่นาน เชลซี เกือบได้ประตูทิ้งห่างในจังหวะที่ สตีเฟ่นส์ โหม่งคืนหลังพลาดโดน โควาซิช แย่งแล้ววิ่งเข้าเขตโทษแต่เลือกจะจ่ายไปให้ แวร์เนอร์ ทางด้านซ้าย ซึ่งกองหน้าชาวเยอรมันโดน บาแชม บล็อคเอาไว้ได้ทันเวลา

นาทีที่ 57 - เชลซีขึ้นเกมมาอีกระลอก คราวนี้ อับราฮัม พักบอลไว้หน้าเขตโทษแล้วจ่ายให้ ซิเยค ได้แต่งบอลเข้าซ้ายแล้วปั่นจากนอกกรอบ แต่เป็น บาแชม ที่โหม่งสกัดเอาไว้ได้

นาทีที่ 76 - เชลซีได้ฟรีคิกบริเวณมุมธงด้านขวา เป็น ซิเยค ที่เปิดบอลเข้าเสาแรกแล้ว ธิอาโก้ ซิลวา สลัดตัวประกบโฉบขึ้นโหม่ง ส่งบอลผ่านมือ แรมส์เดล กลายเป็นประตูแรกของกองหลังทีมชาติบราซิลกับสโมสร

นาทีที่ 78 - โอกาสทองของเชลซีเกิดขึ้นอีกครั้งเมื่อ ซิเยค แทงบอลให้ แวร์เนอร์ หลุดไปดวลเดี่ยวกับผู้รักษาประตู ก่อนหอกเยอรมันงัดผ่านตัว แรมส์เดล แต่บอลหลุดเสาออกไปนิดเดียวเท่านั้น

นาทีที่ 80 - อย่างไรก็ตาม แวร์เนอร์ มาได้หลุดเดี่ยวอีกจังหวะในตอนที่ โลว์ ปั๊มบอลไปเข้าทางกรอบเขตโทษของตัวเอง ก่อนอดีตหอกแอร์เบ ไลป์ซิก จะยิงนิ่ม ๆ ตุงตาข่าย จบเกมด้วยสกอร์ 4-1!

หลังผ่านการแข่งขันพรีเมียร์ ลีก 8 นัด เชลซี เก็บได้ 15 คะแนน รั้งอันดับ 3 ของตาราง มีแต้มตามหลังเซาท์แธมป์ตัน ทีมจ่าฝูงเพียงแต้มเดียว

ซิเยค ยอดเยี่ยม

มีผลงานที่น่าประทับใจแบบนับไม่ถ้วนจากฝั่งเชลซี ทั้ง โควาซิช ที่ได้กลับมาลงเล่น แต่คนที่โดดเด่นที่สุดหนีไม่พ้น ซิเยค ตัวรุกชาวโมร็อกกันแสดงความอันตรายในการผ่านบอล, ครอสบอล และครองบอลตลอดทั้งเกม แนวรับของเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ดดูแข็งแกร่ง แต่เมื่อ ซิเยค ร่ายมนต์ พวกเขาไม่สามารถโต้ตอบได้ นี่คงเป็นผลงานที่จะทำให้นักเตะคู่แข่งทั่วทั้งประเทศต้องผวาอย่างแน่นอน

เกมต่อไป?

นักเตะจะไปรายงานตัวเพื่อทำศึกโปรแกรมทีมชาติ เมื่อกลับมาแล้ว พวกเราจะต้องออกไปเยือนนิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด

 

เชลซี (4-3-3): เมนดี้; เจมส์, ซูม่า, ธิอาโก้ ซิลวา, ชิลเวลล์; โควาซิช (จอร์จินโญ่ 71), ก็องเต้, เมาท์; ซิเยค, อับราฮัม, แวร์เนอร์ (ชิรูด์ 87)
ตัวสำรองไม่ได้ลงสนาม กาบาเยโร่, อัซปิลิเกวต้า, รูดิเกอร์, เอแมร์ซอน, ฮัดสัน-โอดอย
ผู้ทำประตู อับราฮัม 23, ชิลเวลล์ 34, ธิอาโก้ ซิลวา 76, แวร์เนอร์ 80

เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด (5-3-2): แรมส์เดล; บัลด็อค, บาแชม, อีแกน (c), สตีเฟ่นว์, โลว์; เบอร์เก้, นอร์วู้ด (ออสบอร์น 62), ลุนด์สแตรม; แม็คโกลดริก, บรูว์สเตอร์ (แม็คเบอร์นี่ 63)
ตัวสำรองไม่ได้ลงสนาม เฟอร์ริปส์, จาเกียลก้า, โรบินสัน, บูร์เก้, ชาร์ป
ผู้ทำประตู แม็คโกลดริก 9
ใบเหลือง อีแกน 37, เบอร์เก้ 75

ผู้ตัดสิน จอน มอสส์

ข่าวอื่นๆ