ข่าว

แลมพาร์ด วิเคราะห์ผลงานฤดูกาลนี้, ความเชื่อมั่นแรงกล้าในตัวดาวรุ่ง และการแย่งแชมป์พรีเมียร์ ลีกที่เปิดกว้าง

ในฤดูกาลที่ซับซ้อนจากผลกระทบเรื่องข้อบังคับของโควิด-19 แฟรงค์ แลมพาร์ด รู้สึกดีใจกับการพักครั้งล่าสุดหลังโปรแกรมเบรคทีมชาติรอบสุดท้ายของปี

ในช่วงเวลาที่สิงห์บลูส์กำลังโชว์ฟอร์มเข้าฝักและทำแต้มไต่อันดับบนตารางคะแนน โปรแกรมแข่งขันสัปดาห์ละ 3 นัดได้มอบความกดดันเพิ่มเติมต่อนักเตะที่เจอกับเรื่องสาหัสจากการแข่งขันฟุตบอลในประเทศ การพักชั่วคราวรอบนี้ได้มอบโอกาสให้เฮดโค้ชของเชลซีสะท้อนถึงสิ่งที่เกิดขึ้น

กับการแข่งขัน 13 นัดในช่วงเวลา 43 วันที่รออยู่เบื้องหน้า นี่ถือเป็นโอกาสสุดท้ายที่จะให้ แลมพาร์ด ได้พักหายใจ

'ผมได้ทำการวิเคราะห์' เขากล่าวในสัปดาห์นี้ 'มีคะแนนที่เราทำหล่นหายในช่วงต้นฤดูกาลซึ่งพวกเรารู้สึกผิดหวัง แต่พอมองย้อนกลับไปผมคิดว่ามันอาจเป็นเรื่องปกติในแง่ของตำแหน่งของพวกเราในฐานะทีม มีนักเตะย้ายเข้ามาใหม่และมีบางคนประสบปัญหาอาการบาดเจ็บ

'โปรแกรมเบรคทีมชาติเกิดขึ้นในเวลาที่พวกเรากำลังเล่นได้ดี ดังนั้นผมค่อนข้างจะพอใจกับฟอร์มปัจจุบันของเรา แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือพวกเราต้องไม่ประมาท ผมได้ใช้เวลาเพื่อสะท้อนและวิเคราะห์จุดที่เรายืนอยู่ มีพัฒนาการอีกหลายอย่างที่เราสามารถทำได้ ดังนั้นนั่นจะเป็นโฟกัสถัดไปของเราครับ'

บอสเชื่อมั่นว่าความสัมพันธ์ภายในทีมยังสามารถหล่อหลอมต่อไปได้ เพื่อที่ประสิทธิภาพในการเล่นเกมรุกจะพัฒนายิ่งขึ้นไปอีกแม้ว่าตอนนี้สิงห์บลูส์จะเป็นทีมที่ยิงประตูได้มากที่สุดในพรีเมียร์ ลีกก็ตาม แลมพาร์ดแฮปปี้กับอิมแพ็คต์ของนักเตะใหม่ทั้ง 6 คน เช่นเดียวกับการยกระดับมาตรฐานที่ผู้เล่นป้ายแดงได้ทำให้สูงขึ้นสำหรับทุกคนในขุมกำลัง

'ทีมของเรารู้สึกแข็งแกร่งมากและนั่นก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยกับขุมกำลังขนาดใหญ่' แลมพาร์ดอธิบาย 'มันรู้สึกเหมือนเรากำลังทำงานไปในทิศทางที่ถูกต้อง ด้วยความเข้าใจว่าพวกเราต้องการทุกคนในทีมขณะที่ฟันฝ่าฤดูกาลนี้ เพราะมันคือการวิ่งมาราธอน มีโปรแกรมแข่งขันที่ถูกบีบอัดแน่นกว่าทุก ๆ ฤดูกาลที่เคยมีมา

'ผมพอใจกับนักเตะใหม่ทุกคน เพราะว่าพวกเขาแต่ละคนได้ก้าวเข้ามาสู่ทีมและสร้างอิมแพ็คต์ด้วยแนวทางของตัวเอง สมดุลระหว่างนักเตะใหม่กับนักเตะที่อยู่มาก่อนหน้านี้เพื่อพยายามพัฒนามาตรฐานของเราถือว่าวิเศษมาก'

เชลซี ของแลมพาร์ด ยังคงเป็นทีมคนหนุ่มซึ่งกำลังเรียนรู้และพัฒนาอยู่ตลอดเวลา มีเพียงแค่แอสตัน วิลล่ากับเวสต์ บรอม ที่มีค่าอายุเฉลี่ยนักเตะน้อยกว่าสิงห์บลูส์ในฤดูกาลนี้ ขณะที่เวลาการลงสนามรวม 1,791 นาทีของนักเตะที่มีอายุไม่เกิน 21 ปีของเรา ถือว่ามากกว่าทุก ๆ ทีมในลีก

แม้มุมมองจากภายนอกจะวิเคราะห์ว่าการมาของนักเตะใหม่ในช่วงซัมเมอร์ จะทำให้โอกาสการลงสนามของผู้เล่นท้องถิ่นซึ่งแจ้งเกิดได้อย่างยอดเยี่ยมในฤดูกาลแรกที่ แลมพาร์ด คุมทีมที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ลดน้อยลง แต่ตัวบอสเองไม่เคยตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับความยืดหยุ่นและความสามารถในการปรับตัวของพวกเขาแม้แต่นิดเดียว

'ผมได้อ่านบทความและได้ฟังการให้สัมภาษณ์ของบางคนที่พูดว่า "นั่นละคือจุดจบ คุณจะไม่ได้เห็นดาวรุ่งพวกนี้ลงสนามอีกแล้ว" แต่ผมเองมีความเชื่อมั่นแรงกล้าในตัวดาวรุ่งที่ก้าวชั้นมาจากทีมอคาเดมี่ว่าพวกเขาจะแข่งขันกันอีกครั้งในปีนี้' แลมพาร์ดกล่าว

'ลองดูผลงานของ แทมมี่ อับราฮัม, รีซ เจมส์ และเมสัน เมาท์สิครับ ตอนนี้ฟิกาโย โทโมรีกำลังใจเย็นรออยู่ บิลลี่ กิลมอร์กลับมาฟิตแล้ว - ผมไม่มีปัญหาในการส่งเด็ก ๆ พวกนี้ลงเล่นเลย

'พวกเขาเป็นส่วนที่ยอดเยี่ยมในการปรุงแต่งขุมกำลังของเรา ดังนั้นผมจึงพอใจกับระดับที่ถูกยกขึ้นไปมาก ๆ หน้าที่ของผมก็แค่การเลือกทีมที่ดีที่สุดเพื่อคว้าชัยชนะ ไม่มีใครจะมามอบเหรียญให้ผมจากการส่งนักเตะลงเดบิวต์ หรือให้โอกาสผู้เล่นเยาวชนลงสนามหรอกนะ ผมต้องพยายามเลือกทีมที่ดีที่สุดดังนั้นก็ขึ้นอยู่กับตัวนักเตะแล้วละ'

การแข่งขันระดับสโมสรกลับมาอีกครั้ง โดยเชลซีมีสถิติไร้พ่าย 11 นัด และอยู่ห่างจากหัวตารางพรีเมียร์ ลีกเพียงแค่ 3 แต้ม แมนเชสเตอร์ ซิตี้และลิเวอร์พูล สองทีมท็อปทูในซีซั่นที่แล้ว ทำคะแนนหล่นหายจากการลงเล่น 8 เกมแรกมากกว่าฤดูกาลที่ผ่านมาถึง 2 เท่า ซึ่งสิ่งดังกล่าวได้มอบความหวังให้กับทีมที่ลุ้นแย่งแชมป์

'มันเปิดกว้างมากกว่าช่วงหลาย ๆ ปีที่ผ่านมา และเราก็ไม่ได้เห็นช่องว่างคะแนนถูกทิ้งไปเยอะนัก' แฟรงค์เสริม

'จุดนี้เมื่อปีที่แล้ว ลิเวอร์พูลคว้าชัยชนะรวด 8 นัดและพวกเราก็ตามหลังพวกเขาอยู่ 10 แต้ม แต่ตอนนี้ลีกดูแตกต่างไปมากด้วยเหตุผลหลายอย่าง'

photo of แฟรงค์ แลมพาร์ด แฟรงค์ แลมพาร์ด

'ผมเชื่อจริง ๆ ว่าการขาดหายไปของพรีซีซั่นกลายเป็นปัญหาใหญ่สำหรับบางสโมสร และพวกเราเองก็ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะจากการที่ต้องลงแข่งขันฟุตบอลยุโรปอีกหลายสัปดาห์ [ช่วงปลายฤดูกาลที่แล้ว] มันมีปัญหาเรื่องสภาพความฟิตของการไม่ได้เก็บตัวพรีซีซั่น และแน่นอนว่าปัจจัยที่ยังคงดำเนินอยู่ของการไม่มีแฟนบอลในสนาม

'มีความท้าทายมากมายหลายอย่างสำหรับทุกคนที่ต้องพยายามก้าวข้ามให้ได้ แต่สิ่งที่เราต้องทำคือการค้นหาแนวทางที่ดีที่สุดในการขับเคลื่อนผ่านมา ตอนนี้เราอยู่ในตำแหน่งที่ดีเลยแต่เราต้องการมากกว่านี้'

ข่าวอื่นๆ