รายงานผล

รายงานการแข่งขัน: นิวคาสเซิ่ล 0-2 เชลซี

ผลงานอันยอดเยี่ยม ทำให้พวกเราบุกเก็บ 3 คะแนนจากนิวคาสเซิ่ล โดยเป็นการคว้าชัยชนะนัดที่ 5 ติดต่อกัน และยืดสถิติไร้พ่ายในทุกรายการออกไปเป็น 12 นัด

เชลซี แทบจะครองเกมได้แบบอยู่หมัดตั้งแต่นาทีแรกจนถึงนาทีสุดท้าย โดยพวกเราล้างอาถรรพ์การเก็บผลการแข่งขันที่ไม่ดีนักที่เซนต์ เจมส์ พาร์ค ได้สำเร็จ

พวกเราได้ประตูออกนำตั้งแต่นาทีที่ 10 จากจังหวะการเล่นลูกเตะมุมสั้น ซึ่งสุดท้าย เมสัน เมาท์ ได้ครอสบอลเรียดเข้ากรอบ 6 หลา ทำให้เฟเดริโก้ แฟร์นานเดซ เคลียร์บอลเข้าประตูตัวเอง ซึ่งต้องชม เบน ชิลเวลล์ ที่วิ่งไปกดดันจากด้านหลัง

สำหรับประตูที่สอง เราต้องรอจนถึงครึ่งเวลาหลัง โดยเป็นจังหวะการเร่งสปีดของ ติโม แวร์เนอร์ ที่ทะลุทะลวงแนวรับเจ้าบ้าน ก่อนไหลไปให้ แทมมี่ อับราฮัม ยิงผ่านมือ คาร์ล ดาร์โลว์ เข้าไปแบบคมกริบ

เรื่องน่าประหลาดใจอย่างเดียวในเกมกับนิวคาสเซิ่ลคือพวกเราทำได้แค่สองประตู โดย แวร์เนอร์ โดนริบไปหนึ่งลูกจากจังหวะล้ำหน้า ขณะที่ เมาท์ และซูม่า ก็เกือบมีชื่อบนสกอร์บอร์ดเช่นกัน

การจัดทัพ

แลมพาร์ด ยืนยันว่า ธิอาโก้ ซิลวา จะไม่มีส่วนร่วมในทริปบุกเยือนนิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด หลังเพิ่งเดินทางไกลกลับมาจากอเมริกาใต้ โดยอันโตนิโอ รูดิเกอร์ ลงทำหน้าที่แทนเขา เคียงข้างกับ เคิร์ต ซูม่า ซึ่งถือเป็นการลงสนามนัดแรกในลีกของปราการหลังชาวเยอรมัน หลังได้ปรากฎตัวในศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก นัดที่พบกับคราสโนดาร์ และแรนส์

การชวดลงสนามของ ธิอาโก้ ซิลวา เช่นเดียวกับ เซซาร์ อัซปิลิเกวต้า และจอร์จินโญ่ ที่นั่งเป็นตัวสำรอง ทำให้ เอ็นโกโล่ ก็องเต้ ได้สวมปลอกแขนกัปตันทีมในแมตช์นี้

เบน ชิลเวลล์ ฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บกลับมาประจำการในตำแหน่งแบ็คซ้าย ขณะที่ เกปา อาร์ริซาบาลาก้า มีชื่อเป็นผู้รักษาประตูตัวสำรอง

นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด พลาดใช้งาน คัลลัม วิลสัน ดาวยิงสูงสุดของทีมที่กดไป 6 จาก 10 ประตูที่สโมสรทำได้ในพรีเมียร์ ลีกฤดูกาลนี้

นาทีต่อนาที - ครึ่งแรก

นาทีที่ 4 – ทีมของเราได้โอกาสตั้งแต่ต้นเกม เป็นจังหวะที่แย่งบอลกลับมาได้ในแดนของนิวคาสเซิ่ลแล้วไปถึง แวร์เนอร์ ที่ลากเข้าเขตโทษก่อนลองสับด้วยเท้าซ้าย แต่ ดาร์โลว์ ล้มตัวเซฟทำให้บอลหลุดเสาสองออกไป

นาทีที่ 9 - เชลซี ยังทำเกมบุกมาต่อเนื่อง คราวนี้ ซิเยค ได้ครอสบอลด้วยเท้าซ้ายข้างถนัด ก่อนที่ อับราฮัม จะโฉบมาโหม่ง แต่ ดาร์โลว์ ยังเหนียวปัดออกหลังไปได้อีก

นาทีที่ 10 - จังหวะลูกเตะมุมต่อเนื่อง เดอะ บลูส์ มาได้ประตูออกนำเรียบร้อย โดยเป็นการเล่นสั้นก่อนย้อนมาให้ เมาท์ ได้บรรจงครอสจากด้านขวา เป็น ชิลเวลล์ พยายามเข้าชาร์จ แต่ แฟร์นานเดซ สกัดผิดเหลี่ยมกลายเป็นการทำเข้าประตูตัวเอง

นาทีที่ 15 - เชลซี ได้ลุ้นจากจังหวะสวนกลับ เป็น แวร์เนอร์ ที่ได้บอลอยู่ด้านซ้าย ก่อนพยายามเลี้ยงจี้เข้าเขตโทษ แล้วใช้ความเร็วหนีตัวประกบ ก่อนไหลคืนมาหน้าปากประตู แต่ อับราฮัม เข้าชาร์จไม่ทัน

นาทีที่ 24 - สิงห์บลูส์ของเรายังคงครองเกมได้มากกว่าและมาได้ลุ้นอีกครั้งจากการทำชิ่งทางขวาก่อน เจมส์ ครอสเข้าไปให้ แวร์เนอร์ ที่พยายามโฉบมาแท็ปอินแต่ไม่โดน

นาทีที่ 30 - เชลซี น่าได้ประตูเพิ่มในจังหวะที่ โควาซิช แท็คเคิ่ลแย่งบอลกลับมาได้หน้าเขตโทษแล้วจ่ายยัดให้กับ แทมมี่ พักบอลในกรอบเขตโทษแล้วปล่อยต่อให้ แวร์เนอร์ แตะมามีพื้นที่ที่ว่างก่อนบรรจงยิงหักข้อหลุดเสาแรกไปแบบน่าเสียดาย

นาทีที่ 35 - เจ้าบ้านได้ทำเกมรุกขึ้นมาบ้างจากจังหวะโต้กลับ โดย โชเอลินตอน พลิกบอลมาจากกลางสนามก่อนฝากต่อให้ แซ็งต์-มักซิแม็ง ทางซ้ายก่อนแข้งจอมทักษะเลี้ยงเข้าเขตโทษแล้วได้จบสกอร์แต่ติดบล็อคของก็องเต้ออกหลังไป


นาทีต่อนาที - ครึ่งหลัง

นาทีที่ 53 - เริ่มครึ่งหลังมาได้ไม่นาน เชลซี มีโอกาสทองที่จะยิงประตูเพิ่มในจังหวะการเปิดบอลขึ้นหน้า ซึ่งดูเหมือน ชาร์ จะเก็บได้แล้วแต่เขามัวชักช้าจนโดน แวร์เนอร์ วิ่งมาฉกบอลจากด้านหลัง ก่อนได้หลุดเดี่ยวไปดวล ดาร์โลว์ แต่กองหน้าเยอรมันเลือกจ่ายให้ ซิเยค อย่างไรก็ตามน้ำหนักเบาไปทำให้โดนเคลียร์ทิ้งไปแบบน่าเสียดายจริง ๆ

นาทีที่ 55 - เชลซี ได้ลูกเตะมุมแล้วเป็น เมาท์ รับหน้าที่เปิดจากทางขวา บอลถึงหัว ซูม่า ขึ้นโขกแต่หลุดเสาออกไปนิดเดียว

นาทีที่ 58 - นิวคาสเซิ่ล ได้ลุ้นประตูตีเสมอในจังหวะที่ โชเอลินตอน แปะบอลให้ เฮย์เด้น วิ่งเติมมารับต่อหน้าเขตโทษแต่โดน รูดิเกอร์ สกัด อย่างไรก็ตามบอลไปโดนตัว เฮย์เด้น  เข้าทางให้เขาได้ยิงเน้น ๆ ในเขตโทษแต่ข้ามคานออกไป

นาทีที่ 59 - เจ้าบ้านกดดันอย่างต่อเนื่อง คราวนี้ แซ็งต์-มักซิแม็ง เลี้ยงบอลจากทางซ้ายหักมาหน้าเขตโทษแล้วจ่ายไปให้ โชเอลินตอน ที่ได้จับแล้วบรรจงปั่นด้วยขวา แต่ยังไม่แม่นพอจนหลุดออกหลังไป

นาทีที่ 65 – สาวกสิงห์บลูส์ได้เฮกันสุดเสียงอีกครั้งจากจังหวะโต้กลับ โดยต้องชม แวร์เนอร์ ที่พาบอลขึ้นมาจากแดนของเรา ก่อนลากทะลุทะลวงแนวรับนิวคาสเซิ่ล แล้วไหลไปให้ อับราฮัม ได้จบสกอร์อย่างเฉียบขาด 2-0!

นาทีที่ 72 - นิวคาสเซิ่ล เกือบได้ประตูตีไข่แตกในจังหวะเตะมุมสั้น โดยบอลไปถึง ฌอน ลองสตาฟฟ์ ได้กดด้วยเท้าขวาจากระยะประมาณ 27 หลา ผ่านมือ เมนดี้ ไปแล้วแต่ไปชนคานดังสนั่น

นาทีที่ 75 - เชลซี ส่งบอลสู่ก้นตาข่ายได้อีกครั้งในจังหวะที่ ซิเยค แทงบอลให้ แวร์เนอร์ ได้ซัดเข้าไป แต่โดนจับเป็นลูกล้ำหน้า

นาทีที่ 76 - แฟรงค์ แลมพาร์ด ถอด ติโม แวร์เนอร์ ออกไปนั่งพักแล้วให้ คัลลัม ฮัดสัน-โอดอย ลงมาเล่นแทน

นาทีที่ 78 – เกมรุกของพวกเรายังไม่หยุดทำงาน คราวนี้ โควาซิช ยกบอลไปให้ เมาท์ ที่วิ่งเติมขึ้นมาก่อนแข้งทีมชาติอังกฤษเอาชนะตัวประกบ แล้วได้ซัดแต่บอลไม่ตรงกรอบออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย

นาทีที่ 82 - ซูเปอร์แฟรงค์ ปรับหมากอีกรอบ คราวนี้ส่ง เอแมร์ซอน ลงสนามแทนที่ เบน ชิลเวลล์

นาทีที่ 87 - เป็นโอกาสของ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ที่ได้ลงมาเล่นแทน ฮาคิม ซิเยค ครบโควต้าการเปลี่ยนตัวในวันนี้

นาทีที่ 90+3 - นิวคาสเซิ่ล ได้ลุ้นตีไข่แตกในจังหวะที่ แคร์โรลล์ ได้หลุดเข้าเขตโทษแล้วซัดด้วยซ้าย แต่บอลติดบล็อคออกหลังกลายเป็นลูกเตะมุม จากนั้นไม่นานผู้ตัดสินก็เป่านกหวีดหมดเวลาการแข่งขัน

แมตช์ต่อไป?

การแข่งขันแชมเปี้ยนส์ ลีก จะกลับมาอีกครั้งในคืนวันอังคาร โดยเราต้องบุกไปเตะกับแรนส์ที่ประเทศฝรั่งเศส จากนั้นจะเป็นลอนดอน ดาร์บี้ แมตช์ กับท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ในวันอาทิตย์หน้า

เชลซี (4-3-3): เมนดี้; เจมส์, รูดิเกอร์, ซูม่า, ชิลเวลล์ (เอแมร์ซอน 82); โควาซิช, ก็องเต้ (c), เมาท์; ซิเยค (ชิรูด์ 87), อับราฮัม, แวร์เนอร์ (ฮัดสัน-โอดอย 76)

ตัวสำรองไม่ได้ลงสนาม: เกปา, คริสเตนเซ่น, อัซปิลิเกวต้า, จอร์จินโญ่

ผู้ทำประตู: แฟร์นานเดซ (เข้าประตูตัวเอง) 10, อับราฮัม 65

 

นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด (5-4-1): ดาร์โลว์; มานกีโญ่ (อัลไมร่อน 66), คลาร์ก, ลาสเซลส์ (c) (ชาร์ 47), แฟร์นานเดซ, ลูอิส; เมอร์ฟี่ย์,  ลองสตาฟฟ์, เฮย์เด้น, แซ็งต์-มักซิแม็ง (แคร์โรลล์ 74); โชเอลินตอน

ตัวสำรองไม่ได้ลงสนาม: จิลเลสพี, คราฟธ์, เฮนดริก, เชลวี่ย์

ใบเหลือง: เฮย์เด้น 40, เมอร์ฟี่ย์ 45

 

ผู้ตัดสิน: เคร๊ก พอว์สัน

ข่าวอื่นๆ