สัมภาษณ์

เมาท์ พูดถึงชัยชนะสุดสำคัญ พร้อมเผยว่านักเตะเรียกร้องมาตรฐานการเล่นจากกันและกัน

หลังผ่านพ้นโปรแกรมเบรคทีมชาติ เมสัน เมาท์ กลับมาลงเล่นในแผงมิดฟิลด์ให้กับเชลซีเมื่อวันเสาร์ พร้อมคอยคุมแดนกลางและสร้างความอันตรายในเกมรุก ช่วยให้สิงห์บลูส์บุกชนะนิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด 2-0

ลูกครอสเรียดช่วงต้นเกมของ เมาท์ ซึ่งเปิดไปในพื้นที่ระหว่างผู้รักษาประตูและกองหลัง ทำให้ เฟเดริโก้ แฟร์นานเดซ เจอกับความยากลำบากในการเคลียร์บอล เพราะมี เบน ชิลเวลล์ กดดันจากด้านหลัง จนเขาสกัดผิดเหลี่ยมกลายเป็นการทำเข้าประตูตัวเอง

ในตอนที่ แทมมี่ อับราฮัม ยิงให้สกอร์กลายเป็น 2-0 โดยเหลือการแข่งขันอีก 25 นาที ประตูดังกล่าว ต้องยกเครดิตให้ ติโม แวร์เนอร์ ที่วิ่งทะลวงแนวรับคู่แข่งมาถวายพานให้กองหน้าทีมชาติอังกฤษ จนทำให้สิงห์บลูส์คว้า 3 คะแนน กระโดดขึ้นมาเป็นจ่าฝูงชั่วคราวในช่วงบ่ายของวันเสาร์

เมาท์ ระบุว่าชัยชนะนัดนี้ถือเป็นสิ่งที่สำคัญ โดยเกิดขึ้นประมาณ 36 ชั่วโมงหลังจากนักเตะเดินทางจากทั่วโลกกลับมาฝึกซ้อมที่ค็อบแฮม สำหรับการแข่งขัน 10 เดือนก่อนหน้านี้ พวกเราเสียประตูช่วงท้ายเกมที่สนามเซนต์ เจมส์ พาร์ค และเป็นฝ่ายปราชัย ดังนั้นผลการแข่งขันนัดนี้ถือเป็นเครื่องบ่งบอกถึงพัฒนาการที่เกิดขึ้น ปัจจุบันพวกเรามีคะแนนเหนือกว่าการลงสนามในจำนวนนัดที่เท่ากันของซีซั่นที่แล้วอยู่ 7 แต้ม

'เราได้รู้จากฤดูกาลที่แล้วว่าการบุกมาเล่นที่นี่และคว้าผลการแข่งขันมันยากแค่ไหน' แข้งวัย 21 ปีกล่าวหลังจบเกม 'กับแนวทางที่พวกเรากำลังเล่นกันในตอนนี้ เราสามารถบุกมาเยือนสถานที่แห่งนี้และรู้สึกมั่นใจในการเก็บผลการแข่งขัน ขณะที่ซีซั่นที่แล้วเราอาจไม่ได้มั่นใจแบบนี้

'เรากำลังสร้างโมเมนตั้มแต่เราจะประมาทไม่ได้ เราต้องมุ่งมั่นในการคว้าชัยชนะให้ได้ต่อเนื่อง ต้องยิงประตูและพยายามเก็บคลีนชีตให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้'

การคว้าชัยชนะในแมตช์ที่พวกเราเป็นฝ่ายแพ้หรือเสมอเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ถือเป็นแนวทางที่แน่นอนในการพัฒนาจากอันดับ 4 ในซีซั่น 2019/20 โดยสิงห์บลูส์ได้ทำแบบนั้นกับ นิวคาสเซิ่ล, เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด และไบรท์ตัน เช่นเดียวกับการเปลี่ยนความพ่ายแพ้เป็นการเสมอกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดและเซาท์แธมป์ตัน

'คุณมองย้อนกลับไปในผลการแข่งขันบางนัดที่พวกเราทำคะแนนหล่นและเสียประตูง่าย ๆ แต่ความรู้สึกในฤดูกาลนี้มันเหมือนว่าสิ่งดังกล่าวได้เปลี่ยนไป รวมทั้งหลักความคิดของเราด้วย' เมาท์อธิบาย

แลมพาร์ด ได้กล่าวว่าหนึ่งในเหตุผลสำหรับเรื่องดังกล่าวอาจเป็นเกมรุกที่เฉียบคมขึ้น การแข่งขันเมื่อเดือนมกราคม พวกเรามีโอกาสสับไก 19 ครั้งแต่ทำประตูใส่นิวคาสเซิ่ลไม่ได้ เมาท์ ยอมรับว่านักเตะเรียกร้องให้เพื่อน ๆ แสดงมาตรฐานการเล่นที่สูงขึ้น เขากล่าวว่าตัวเขาเองควรยิงประตูใส่สาลิกาดงได้ ขณะที่ แวร์เนอร์ ควรยิงได้สองลูก

'พวกเราเรียกร้องผลงานจากกันและกัน เพราะเราอยากผลักดันก้าวไปเป็นที่หนึ่ง'

photo of เมสัน เมาท์ เมสัน เมาท์

'ผมบอกกับ ติโม ในครึ่งแรกว่า "นั่นเป็นประตูของนาย นายต้องยิงให้ได้" เพราะว่าผมเห็นพวกเขาลงซ้อมกันทุกวัน เขาเป็นยอดนักเตะและเขาก็ต้องกระตุ้นตัวเองให้จบสกอร์ในจังหวะแบบนั้นให้ได้ เขารู้เรื่องดังกล่าวเป็นอย่างดี หากสัปดาห์หน้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้ เขาส่งบอลสู่ก้นตาข่ายได้แน่ครับ

'ผมผิดหวังกับจังหวะของตัวเองเหมือนกัน เพราะผมรู้สึกว่าผมควรจะยิงให้ได้ พวกเราเรียกร้องผลงานจากกันและกัน เพราะว่าเราอยากผลักดันก้าวไปเป็นที่หนึ่ง

'เราต้องมีสิ่งนั้นอยู่ในทีมเวลาที่ใครสักคนยิงไม่เข้าหรือว่าสร้างความผิดพลาด เราต้องบอกพวกเขาได้ ทีมเชลซีในอดีตมีสิ่งดังกล่าวในขุมกำลัง เราเองก็ต้องการแบบนั้นเหมือนกัน หากเราทำได้เราก็มีโอกาสที่จะคว้าแชมป์'

ข่าวอื่นๆ