รายงานผล

รายงานการแข่งขัน: เชลซี 0-0 ท็อตแน่ม

การแข่งขันลอนดอน ดาร์บี้ เป็นแมตช์ที่สูสีเหมือนที่หลายคนคาดเอาไว้ แต่ไม่มีประตูเกิดขึ้นระหว่างสองทีมที่ยิงได้มากที่สุดในลีก

เชลซี โดยเฉพาะผลงานช่วงครึ่งหลังคือทีมที่เล่นได้เหนือกว่า แต่ไม่สามารถสร้างโอกาสที่ดีได้มากนัก

ช่วงครึ่งแรกทั้งสองฝ่ายเล่นกันอย่างระมัดระวัง โดยท็อตแน่มเฝ้ารอจังหวะสวนกลับขณะที่สิงห์บลูส์เองพยายามป้องกันไม่ให้มีเหตุการณ์ดังกล่าว พวกเราสามารถส่งบอลเข้าสู่ก้นตาข่ายในอัฒจันทร์ฝั่งเดอะ เชด เอนด์ จากติโม แวร์เนอร์ แต่ถูกจับเป็นลูกน้ำหน้า ขณะที่เอดูอาร์ เมนดี้ เซฟลูกยิงของแซร์จ ออริเยร์ ในจังหวะที่ท็อตแน่มได้ลุ้นที่สุดก่อนพักครึ่ง

เชลซี เล่นเกมรับได้ดีและมีงานที่น้อยลงในครึ่งเวลาหลัง โดยพวกเราเป็นฝ่ายขึงท็อตแน่มพร้อมพยายามยิงประตูเบิกร่อง เมสัน เมาท์ มีจังหวะการซัดที่ใกล้เคียงเป็นประตูมากที่สุดขณะที่เวลาในสนามเหลืออยู่ 10 นาที แต่สุดท้ายเกมจบลงโดยไร้ซึ่งดราม่าช่วงท้ายสำหรับทั้งสองฝ่าย

หนึ่งแต้มจากนัดนี้ทำให้พวกเราอยู่ในอันดับ 3 มีคะแนนตามหลังสเปอร์สที่แซงลิเวอร์พูลขึ้นจ่าฝูงด้วยผลต่างประตูได้เสียอยู่ 2 แต้ม


การจัดทัพ

ไม่มีเรื่องน่าประหลาดใจกับ 3 นักเตะที่แฟรงค์ แลมพาร์ด เรียกกลับเข้ามาสู่ทีม ฮาคิม ซิเยค ได้ลงเป็นตัวจริง ส่วนรีซ เจมส์ ประจำการในตำแหน่งแบ็คขวา แล้วให้ทางเอ็นโกโล่ ก็องเต้ กลับมาเฝ้าแผงมิดฟิลด์อีกครั้ง ดาวเตะทั้ง 3 รายได้พักเป็นตัวสำรองจากการแข่งขันกับแรนส์ในรายการแชมเปี้ยนส์ ลีกเมื่อช่วงกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา

การแข่งขันระหว่างเชลซีและท็อตแน่มเป็นแมตช์ที่ยิ่งใหญ่มาเสมอ โดยหนนี้แม้จะไม่มีแฟนบอล แต่ถือเป็นเกมสุดสำคัญสำหรับทั้งสองฝ่ายที่กำลังทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม มีสถิติไร้พ่ายมาหลายนัด พร้อมกับตำแหน่งจ่าฝูงของพรีเมียร์ ลีกเป็นเดิมพันสำหรับผู้ชนะ

ก่อนเสียงนกหวีดเริ่มการแข่งขันดังขึ้น มีการยืนปรบมือเป็นเวลา 1 นาทีให้กับ ดิเอโก้ มาราโดน่า ที่จากไป วิดีโอการเยี่ยมเยียนศูนย์ซ้อมค็อบแฮมของเขาเมื่อปี 2008 ถูกนำมาฉายบนจอใหญ่ภายในสนาม

 

นาทีต่อนาที - ครึ่งแรก

นาทีที่ 9 - "ไก่เดือยทอง" มาได้โอกาสจากจังหวะเกมสวนกลับ โดย แฮร์รี่ เคน แปะบอลให้ เบิร์กไวจ์นในเขตโทษ แล้วแข้งชาวดัตช์แต่งหนึ่งจังหวะก่อนได้ลองซัดแต่วางเท้าไม่ดีทำให้บอลเหินข้ามคานออกไป

นาทีที่ 11 - จังหวะการเสียบอลกลางสนามของ โรดอน ถูก เมาท์ ลากจี้ขึ้นมาเกือบถึงเขตโทษแล้วเหลือบไปเห็น แวร์เนอร์ ทางซ้ายจึงไหลไปให้ กองหน้าชาวเยอรมันได้ปั่นบอลด้วยเท้าขวาหนีมือ ญอริส ตุงตาข่าย แต่ไลน์แมนตีธงเป็นลูกล้ำหน้านิดเดียวเท่านั้น

นาทีที่ 15 - สเปอร์สขึ้นเกมรุกมาน่ากลัวอีกครั้ง คราวนี้ ออริเยร์ ทำชิ่งกับ ไดเออร์ แล้วได้ซัดเต็ม ๆ ด้วยขวาจากระยะประมาณ 22 หลา แต่ เมนดี้ ล้มตัวปัดบอลไว้ได้

นาทีที่ 29 - สิงห์บลูส์มาได้โอกาสบ้างโดยเป็น เมาท์ รับบอลจาก ก็องเต้ แล้วลากหนีตัวประกบสองคนก่อนกดด้วยเท้าซ้าย แต่บอลข้ามคานออกไป

นาทีที่ 30 - ทีมเยือนได้ฟรีคิกจากนอกเขตโทษแล้วเป็น เคน ที่วิ่งมาซัดแบบเต็มข้อ แต่ยังไม่แม่นออกหลังไป

นาทีที่ 36 - บอลบุกต่อเนื่องของพวกเรามาได้ลุ้นในจังหวะที่ ไดเออร์ โหม่งสกัดไม่พ้นระยะอันตราย เข้าทางของ ชิลเวลล์ ที่หาพื้นที่ได้ยิงแต่บอลหลุดออกไปไกล

นาทีที่ 45 - เชลซี พยายามเปิดเกมรุกแต่ไม่สามารถเจาะแนวรับของทีมเยือนได้ ทำให้สกอร์ครึ่งแรกยังไม่มีประตูเกิดขึ้น

นาทีต่อนาที - ครึ่งหลัง

นาทีที่ 64 - แวร์เนอร์ รับบอลจาก ซิเยค บริเวณริมเส้นฝั่งซ้าย ก่อนบรรจงครอสเข้าในด้วยเท้าขวา แล้วมี อับราฮัม ยืนรอชาร์จ แต่ถูก ไดเออร์ เหนี่ยวเอาไว้ทำให้ยิงได้ไม่ถนัด พลาดโอกาสไป

นาทีที่ 67 - ไดเออร์ จ่ายบอลไม่ดีโดน ชิลเวลล์ ดักเอาไว้ ก่อนครอสไปให้ ซิเยค ทางเสาไกล แข้งชาวโมร็อกกันลองยิงดูแต่ยังข้ามคานอีก

นาทีที่ 74 - แฟรงค์ แลมพาร์ด ตัดสินใจถอด ติโม แวร์เนอร์ ออกจากสนามแล้วให้ คริสเตียน พูลิซิช ที่ฟิตกลับมาแล้วลงเล่นแทน

นาทีที่ 79 - คราวนี้เป็นโอกาสของ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ บ้าง โดยเขาได้ลงมาแทน แทมมี่ อับราฮัม

นาทีที่ 81 - จังหวะนี้เชื่อว่าแฟน ๆ ที่ติดตามอยู่หน้าจอหลายคนอาจต้องเฮเก้อ โดย เมาท์ ลากบอลตัดเข้าหน้าเขตโทษของสเปอร์ส ก่อนจะยิงด้วยเท้าขวา บอลกำลังจะพุ่งเสียบสามเหลี่ยมด้านล่าง แต่ อูโก้ ญอริส ทะยานเซฟด้วยปลายมืออย่างเหลือเชื่อ

นาทีที่ 83 - แลมพาร์ด เปลี่ยนตัวคนสุดท้าย ส่ง ฮาแวร์ตซ์ ลงเล่นแทน ซิเยค

ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ โจ โรดอน โหม่งคืนหลังกะให้ ญอริส แต่น้ำหนักเบาไป ชิรูด์ อ่านเกมขาดวิ่งไปเก็บตกบอลแล้วพยายามยกข้ามหัวผู้รักษาประตู แต่น้ำหนักไม่ได้ทำให้ ญอริส รับเอาไว้ได้ง่าย ๆ ขณะที่ โล เซลโซ่ ได้ยิงจากความผิดพลาดของ ซูม่า แต่บอลหลุดกรอบออกไป จบเกมทั้งสองทีมเสมอกันแบบไม่มีสกอร์

พลาดชัยแต่ยังไร้พ่าย

ลูกทีมของ แลมพาร์ด ยืดสถิติไร้พ่ายในทุกรายการออกไปเป็น 11 นัด นับตั้งแต่ที่โดน ท็อตแน่ม เขี่ยตกรอบคาราบาว คัพจากการยิงจุดโทษ การปราชัยครั้งเดียวในเวลา 90 นาทีจากการลงแข่งขัน 16 นัดซีซั่นนี้ เกิดขึ้นในแมตช์ที่พบกับลิเวอร์พูล สำหรับท็อตแน่ม นี่เป็นนัดแรกที่พวกเขาไม่สามารถเก็บ 3 คะแนนได้ในการเล่นเป็นทีมเยือนในลีก

นัดถัดไป?

เชลซี ต้องออกไปแข่งขันแชมเปี้ยนส์ ลีกทางตอนใต้ของประเทศสเปนในคืนวันพุธ โดยเป็นเกมที่ 5 ในรอบแบ่งกลุ่ม พวกเราตีตั๋วผ่านเข้าสู่รอบน็อคเอาต์เรียบร้อยแล้วเช่นเดียวกับ เซบีย่า ทีมเจ้าบ้าน ชัยชนะที่อันดาลูเซียสำหรับทั้งสองฝ่ายจะเป็นการการันตีตำแหน่งแชมป์กลุ่ม ขณะที่ผลเสมอจะทำให้ทั้งสองทีมต้องไปลุ้นในแมตช์สุดท้าย

สำหรับพรีเมียร์ ลีก นัดถัดไปของพวกเราคือการแข่งขันกับลีดส์ ยูไนเต็ดในวันเสาร์หน้า โดยแฟนบอลบางส่วนจะได้รับอนุญาตให้กลับเข้าชมเกมที่สนามสแตมฟอร์ด บริดจ์


เชลซี (4-3-3): เมนดี้; เจมส์, ธิอาโก้ ซิลวา (c), ซูม่า, ชิลเวลล์; โควาซิช, ก็องเต้, เมาท์; ซิเยค (ฮาแวร์ตซ์ 83), อับราฮัม (ชิรูด์ 79), แวร์เนอร์ (พูลิซิช74)
ตัวสำรองไม่ได้ลงสนาม เกปา, อัซปิลิเกวต้า, รูดิเกอร์, จอร์จินโญ่
ใบเหลือง ซิเยค 29, เจมส์ 53, ซูม่า 55, เมาท์ 76

ท็อตแน่ม (4-2-3-1): ญอริส (c); ออริเยร์, โรดอน, ไดเออร์, เรกีลอน; ซิสโซโก้, ฮอยเบิร์ก; ซน (มูร่า 90+2), เอ็นดอมเบเล่ (โล เซลโซ่ 65), เบิร์กไวจ์น (เดวี่ส์ 89); เคน
ตัวสำรองไม่ได้ลงสนาม ฮาร์ท, ซานเชซ, เบล, วินิซิอุส
ใบเหลือง เบิร์กไวจ์น 50, เรกีลอน 88

ผู้ตัดสิน เคร๊ก พอว์สัน

 

ข่าวอื่นๆ