รายงานผล

รายงานการแข่งขัน: เชลซี 3-1 ลีดส์

ประตูจากโอลิวิเย่ร์ ชิรูด์, เคิร์ต ซูม่า และคริสเตียน พูลิซิช ช่วยให้เชลซีพลิกกลับมาเอาชนะลีดส์ 3-1 ต่อหน้าแฟนบอล 2,000 คนในสนามสแตมฟอร์ด บริดจ์

ถือเป็นครั้งแรกในฤดูกาลนี้ที่แฟนบอลได้รับอนุญาตเข้าชมการแข่งขันที่เดอะ บริดจ์ซึ่งนักเตะก็ไม่ทำให้พวกเขาต้องผิดหวัง โดยสิงห์บลูส์ โชว์ผลงานยอดเยี่ยมคว้า 3 คะแนนสำคัญขึ้นนำเป็นจ่าฝูงของพรีเมียร์ ลีก

เส้นทางในนัดนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ สำหรับเชลซี โดยทีมของ มาร์เซโล่ บิเอลซ่า ยิงออกนำไปก่อนจาก แพทริค แบมฟอร์ด อดีตนักเตะของเรา

อย่างไรก็แล้วแต่ ความไม่ย่อท้อจากลูกทีมของ แลมพาร์ด มาทำให้พวกเราได้ประตูตีเสมอในจังหวะการเข้าจบสกอร์ของ ชิรูด์

ดาวยิงเลือดน้ำหอม ซัดไป 4 ประตูในเกมกับเซบีย่านัดกลางสัปดาห์ ซึ่งเขามามีชื่อบนสกอร์บอร์ดอีกครั้งในจังหวะพุ่งเข้าชาร์จลูกครอสของ รีซ เจมส์ไม่กี่นาทีก่อนการแข่งขันผ่านไปครึ่งชั่วโมง

ซูม่า อีกหนึ่งนักเตะทีมชาติฝรั่งเศส โหม่งให้พวกเราออกนำในครึ่งหลัง ก่อนที่ คริสเตียน พูลิซิช จะยิงประตูตอกย้ำชัยชนะในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ทำให้พวกเราเก็บ 3 คะแนนเต็ม ขยับแซงหน้าท็อตแน่มกับลิเวอร์พูล 1 แต้ม ขึ้นนำเป็นจ่าฝูงของพรีเมียร์ ลีกได้ชั่วคราว

การจัดทัพ

แลมพาร์ด ปรับทัพจากนัดที่เอาชนะเซบีย่า 8 ตำแหน่ง โดยโอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ยังคงได้เป็นตัวจริง ขณะที่ ไค ฮาแวร์ตซ์ และเอดูอาร์ เมนดี้ คืออีก 2 นักเตะที่ได้ออกสตาร์ตเช่นเดิม

แผงแบ็คโฟร์ถูกปรับทั้งหมด โดยรีซ เจมส์ กับเบน ชิลเวลล์ ทำหน้าที่เป็นฟูลแบ็ค ส่วนเคิร์ต ซูม่า และธิอาโก้ ซิลวาที่ได้สวมปลอกแขนกัปตัน กลับมายืนเป็นคู่เซ็นเตอร์

เมสัน เมาท์ และเอ็นโกโล่ ก็องเต้ สมทบกับ ฮาแวร์ตซ์ ในตำแหน่งมิดฟิลด์ ขณะที่ ฮาคิม ซิเยค และติโม แวร์เนอร์ คอยทำหน้าที่สนับสนุน ชิรูด์ จากตำแหน่งตัวรุกริมเส้น

นาทีต่อนาที - ครึ่งแรก

นาทีที่ 1 - เชลซีได้ลุ้นก่อนเลย เป็นจังหวะที่ ธิอาโก้ ซิลวา วางบอลยาวจากแดนหลังมาให้ ฮาคิม ซิเยค แตะลงในเขตโทษแล้วซัดด้วยซ้ายจากมุมแคบ แต่ผู้รักษาประตูยังล้มตัวใช้ขาเซฟเอาไว้ได้

นาทีที่ 2 - จังหวะเตะมุมต่อเนื่อง เมสัน เมาท์ บรรจงโยนมาจุดนัดพบแล้วเป็น โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ เทคตัวขึ้นโหม่งเต็มศีรษะ แต่บอลหลุดเสาออกไปนิดเดียว

นาทีที่ 4 - ลีดส์ ได้ประตูจากจังหวะสวนกลับ โดย ฟิลลิปส์ โชว์วิสัยทัศน์แทงทะลุช่องจากบริเวณเส้นกลางสนามด้านซ้ายมือไหลให้ แบมฟอร์ด หลุดไปแตะหลบ เมนดี้ ยิงโล่ง ๆ ตุงตาข่าย เชลซีตามหลัง 0-1

นาทีที่ 22 – เมส์ลิเยร์ พลาดเต็ม ๆ ในจังหวะเปิดบอลขึ้นเกมแล้วไปโดน ชิรูด์ ดักไว้ได้ ก่อนหัวหอกชาวฝรั่งเศสยิงด้วยเท้าซ้ายจากเส้นเขตโทษแต่บอลหลุดเสาออกไปนิดเดียว

นาทีที่ 27 - สิงห์บลูส์มาได้ประตูตีเสมอ ในจังหวะที่ ซิเยค ลากจี้ขึ้นมาแล้วแปะต่อให้ เจมส์ ที่วิ่งอ้อมมาด้านหลังได้ครอสจากฝั่งขวา บอลถึง ชิรูด์ สะกิดเปลี่ยนทางเข้าไปตุงตาข่าย สกอร์กลับมาเสมอกัน 1-1!

นาทีที่ 29 - ฮาคิม ซิเยค มีอาการบาดเจ็บแล้วเล่นต่อไม่ไหว จนแฟรงค์ แลมพาร์ด ต้องส่ง คริสเตียน พูลิซิช ลงมาทำหน้าที่แทน

นาทีต่อนาที - ครึ่งหลัง

นาทีที่ 54 - เชลซี ได้ฟรีคิกเยื้องไปทางฝั่งซ้ายของเขตโทษลีดส์ เป็น เจมส์ เปิดบอลฮุกเข้ามาน่ากลัวถึงหัว ฮาแวร์ตซ์ ได้โหม่งโล่ง ๆ แต่ควบคุมไม่ดีทำให้เหินข้ามคานออกไป

นาทีที่ 57 - ลีดส์ มาได้ลุ้นประตูนำอีกรอบในจังหวะลูกเตะมุม บอลถูกเปิดมาถึง ราฟินญ่า ที่ได้ซัดแบบไม่จับครั้งแรกแต่โดน ธิอาโก้ ซิลวา บล็อคเอาไว้ อย่างไรก็ตาม บอลไปเข้าทางเขาอีกรอบ ทีนี้ยิงตามน้ำข้ามคานออกไปเอง

นาทีที่ 60 - เอ็นโกโล่ ก็องเต้ พลิกบอลมาจากกลางสนามสวยเลยแล้วฝากให้ ชิรูด์ ที่แปะต่อให้ แวร์เนอร์ ทางด้านขวา กองหน้าชาวเยอรมันพยายามกระชากบอลหนีตัวประกบแล้วอัดด้วยเท้าขวา เมส์ลิเยร์ เซฟไว้ได้ บอลเข้าทาง แวร์เนอร์ ลองยิงอีกครั้งยังคงโดนเซฟ จนสุดท้ายไปถึง เมาท์ ได้ยิงแต่ก็โดนบล็อคไว้ได้อยู่ดีกลายเป็นลูกเตะมุม

นาทีที่ 61 - จังหวะเตะมุมดังกล่าว เป็นเมสัน เมาท์ เปิดบอลมาจากมุมธงทางขวามือ เคิร์ต ซูม่า ทะยานขึ้นโขกโล่ง ๆ ส่งบอลซุกก้นตาข่ายได้สำเร็จ เดอะ บลูส์ พลิกกลับมานำ 2-1!

นาทีที่ 68 - เชลซี ขึ้นมาอีกระลอกคราวนี้ เมาท์ ฝากไปให้ พูลิซิช ทางด้านซ้ายก่อนแข้งอเมริกันไหลต่อให้ ชิลเวลล์ ที่วิ่งโอเวอร์แล็ปขึ้นมาตบบอลเข้าเขตโทษ แต่จังหวะที่ ชิรูด์ จะยิงโดนกองหลังลีดส์สกัดไว้ทำให้เสียจังหวะไป

นาทีที่ 76 - เมาท์ แย่งบอลจากนักเตะของลีดส์ตรงกลางสนามด้านซ้าย แล้วพาขึ้นมาเองก่อนแทงคิลเลอร์พาสสุดสวยผ่านมาถึง แวร์เนอร์ ได้ดวลเดี่ยวกับผู้รักษาประตูแต่จังหวะยิงยังโดนเซฟไว้ได้

นาทีที่ 77 - เมาท์ เปิดลูกเตะมุมจากฝั่งขวาอีกครั้ง บอลไปถึง ชิรูด์ แต่โหม่งไม่ดี ข้ามคานออกไปแบบไม่ได้ลุ้น

นาทีที่ 78 - ลีดส์มาได้ลุ้นประตูตีเสมอจาก โพเวด้า ที่ได้ลองซัดด้วยเท้าซ้ายจากนอกกรอบเขตโทษ แต่ เมนดี้ ยังล้มตัวรับไว้ได้อย่างมั่นใจ

นาทีที่ 87 – จังหวะการประสานงานของสองหัวหอกเชลซี เป็นแวร์เนอร์ ขโมยบอลมาจากนักเตะของลีดส์ที่ลื่นล้ม แล้วลากจี้แนวรับก่อนไหลให้ อับราฮัม ที่วิ่งฉีกหนีตัวประกบแล้วซัดด้วยขวากะส่งบอลเข้าเสาไกลแต่ยังไม่แม่นพอหลุดออกหลังไป

นาทีที่ 90+3 - มาเตโอ โควาซิช ได้บอลบริเวณกลางสนามแล้วไหลให้ แวร์เนอร์ ติดเครื่องใช้ความเร็ววิ่งหนีกองหลัง เข้าเขตโทษก่อนครอสเข้าในถึง พูลิซิช ที่ตามมาชาร์จส่งบอลตุงตาข่าย เชลซีปิดกล่อง 3-1! คว้าชัยชนะเก็บ 3 คะแนนทะยานขึ้นนำเป็นจ่าฝูงชั่วคราว

นัดถัดไป?

อีกหนึ่งค่ำคืนการแข่งขันที่เดอะ บริดจ์ โดยเราจะเฝ้าบ้านพบกับ คราสโนดาร์ ในรอบแบ่งกลุ่มแชมเปี้ยนส์ ลีกนัดสุดท้าย เชลซีทะลุถึงรอบน็อคเอาต์ในฐานะแชมป์กลุ่ม E เรียบร้อยแล้ว ซึ่งอาจเป็นโอกาสที่ดีให้ แลมพาร์ด โรเตชั่นขุมกำลังของเขาอีกครั้ง โดยนัดนี้สาวกเดอะ บลูส์อีก 2,000 คนจะได้เข้ามาให้กำลังใจทีมรักเช่นเดิม!

เชลซี (4-3-3): เมนดี้; เจมส์, ซูม่า, ธิอาโก้ ซิลวา (c), ชิลเวลล์; ฮาแวร์ตซ์ (โควาซิช 67), ก็องเต้, เมาท์; ซิเยค (พูลิซิช 29), ชิรูด์ (อับราฮัม 79), แวร์เนอร์

ตัวสำรองไม่ได้ลงสนาม: เกปา, อัซปิลิเกวต้า, รูดิเกอร์, จอร์จินโญ่

ลีดส์ 4-4-1-1: เมส์ลิเยร์; อายลิ่ง, คอช (ญอเรนเต้ 9), คูเปอร์ (c), ดัลลัส; ราฟินญ่า, คลิช, ฟิลลิปส์, อลิโอสกี้ (โรดริโก้ 69); แฮร์ริสัน (โพเวด้า 57); แบมฟอร์ด

ตัวสำรองไม่ได้ลงสนาม: คาซิย่า, สตรูอิค, คอสต้า, โรเบิร์ตส์
ใบเหลือง: ญอเรนเต้, ราฟินญ่า

ข่าวอื่นๆ