รายงานผล

รายงานการแข่งขัน: เชลซี 1-1 คราสโนดาร์

เชลซี จบการแข่งขันแชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่มแบบไร้พ่าย โดยเปิดรังสแตมฟอร์ด บริดจ์เสมอกับคราสโนดาร์ในแมตช์สุดท้าย

แม้เป็นฝ่ายครองเกมและครองบอลได้เหนือกว่า แต่พวกเราไม่สามารถยิงประตูชัยใส่ทีมจากรัสเซีย โดยครึ่งหลังต้องคอยระวังจังหวะการเล่นสวนกลับของคราสโนดาร์

ทีมเยือนเป็นฝ่ายได้ประตูออกนำไปก่อนจากจังหวะที่ เรมี่ กาเบย่า อดีตกองหน้านิวคาสเซิ่ลส่งบอลผ่านมือเกปา อาร์ริซาบาลาก้า เข้าไป

พวกเราตามหลังเพียงไม่กี่นาทีแล้วมาได้จุดโทษเมื่อ แทมมี่ อับราฮัม ถูกเหนี่ยวล้มลง ก่อนที่ จอร์จินโญ่ จะสังหารเข้าไปนิ่ม ๆ

สุดท้ายการแข่งขันนัดนี้จบลงด้วยผลเสมอ โดยทั้งสองประตูเกิดขึ้นในช่วงครึ่งเวลาแรก

การจัดทัพ

หลังจากคว้าแชมป์กลุ่ม E ไปตั้งแต่นัดที่แล้ว แฟรงค์ แลมพาร์ด ได้ใช้โอกาสนี้พักนักเตะบางคน พร้อมส่งผู้เล่นที่ไม่ค่อยได้ลงสนาม โดยมีแค่ ไค ฮาแวร์ตซ์ เพียงคนเดียวที่ได้สตาร์ตต่อเนื่องจากเกมที่เปิดบ้านเอาชนะลีดส์ 3-1 เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา

มิดฟิลด์ชาวเยอรมัน รับบทบาทเป็นเพลย์เมคเกอร์ ประสานงานกับ แทมมี่ อับราฮัม และติโน่ อันจอริน โดยรายหลังได้รับรางวัลจากผลงานอันน่าประทับใจกับทีมอคาเดมี่ ซึ่งเขาลงประเดิมสนามแบบเต็มเกมให้สิงห์บลูส์เป็นครั้งแรก ห่างจากวันเกิดอายุครบ 19 ปีเพียงแค่ 2 สัปดาห์ ก่อนหน้านี้เจ้าตัวเคยได้ลงเล่นเป็นตัวสำรอง 2 ครั้งกับทีมชุดใหญ่เมื่อฤดูกาลที่แล้ว

แลมพาร์ด เผยไว้ก่อนเกมว่า เกปา อาร์ริซาบาลาก้า จะได้ลงเฝ้าเสา เช่นเดียวกับ บิลลี่ กิลมอร์ ที่ลงตัวจริงนัดแรกหลังเจ็บหนักบริเวณหัวเข่าเมื่อเดือนกรกฎาคม

กิลมอร์ ทำงานในแดนกลางร่วมกับ มาเตโอ โควาซิช และจอร์จินโญ่ โดยมิดฟิลด์ทีมชาติอิตาลี ได้เป็นตัวจริงครบทุกนัดในการแข่งขันแชมเปี้ยนส์ ลีกซีซั่นนี้

แผงแบ็คโฟร์เป็นชุดเดียวกับที่เก็บคลีนชีตในแมตช์บุกถล่มเซบีย่า 4-0 เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว นั่นแปลว่า เซซาร์ อัซปิลิเกวต้า ได้กลับมาสวมปลอกแขนกัปตันทีม

นาทีต่อนาที - ครึ่งแรก

นาทีที่ 12 – ทีมเยือนได้ลุ้นประตูในจังหวะการเล่นหนึ่งสองแล้วได้ครอสมาจากด้านข้าง เอแมร์ซอนบล็อคไว้ได้ บอลไปถึง รูดิเกอร์ โขกสกัดออกมา แต่ ฟิลเฮน่า เก็บตกแล้วอัดด้วยซ้าย บอลพุ่งน่ากลัวแต่เหินข้ามคานออกไป

นาทีที่ 16 - คราสโนดาร์มาใหม่อีกรอบ คราวนี้ เคลสสัน ทำชิ่งกับ กาเบย่า ก่อนหลุดไปยิงด้วยขวาในกรอบเขตโทษแต่บอลไม่เข้าเป้า

นาทีที่ 24 - แล้วความพยายามของทีมเยือนก็มาบังเกิดผล เป็นจังหวะที่แบ็คซ้ายวิ่งแล็ปขึ้นไปแล้วหักกลับเข้าใน เคลสสัน จ่ายสั้น ๆ ต่อให้ กาเบย่า ยิงเข้าเสาแรกผ่านมือ เกปา ตุงตาข่าย

นาทีที่ 26 - เชลซีมาได้จุดโทษจากจังหวะที่ โควาซิช แทงบอลให้ อับราฮัม หลุดไปกำลังจะได้ซัด แต่โดน ไคโอ เข้ามาเหนี่ยวล้มลง ผู้ตัดสินเป่าแบบไม่ลังเล

นาทีที่ 28 - เป็น จอร์จินโญ่ ที่รับหน้าที่เพชฌฆาตสังหาร เจ้าตัววิ่งมากระโดดยิงตามสไตล์ส่งบอลไปทางขวามือของตัวเอง ผู้รักษาประตูได้แต่ยืนมอง สกอร์เป็น 1-1 แล้ว

นาทีที่ 30 - เชลซีพลาดได้ประตูนำอย่างน่าเสียดาย เป็นจังหวะที่ ฮาแวร์ตซ์ แทงทะลุช่องให้ อับราฮัม ได้หลุดไปแต่งหนึ่งครั้ง ก่อนยิงด้วยขวา แต่บอลไม่ตรงกรอบ

นาทีที่ 38 - โควาซิช ไหลบอลไปให้ เอแมร์ซอน ทางด้านซ้าย ก่อนฟูลแบ็คทีมชาติอิตาลีครอสเข้าในโดนกองหลังโหม่งสกัดออกมา แล้วเป็น กิลมอร์ เก็บตกจากหน้าเขตโทษก่อนยิงด้วยขวาแต่บอลยังเบาและตรงตัวผู้รักษาประตูรับไว้ได้ง่าย ๆ

นาทีต่อนาที - ครึ่งหลัง

นาทีที่ 54 - คราสโนดาร์ จ่ายบอลไปมากันได้สวยเลยแล้วจังหวะสุดท้ายเป็น วานเดอร์ซอน ที่ลากหนี รูดิเกอร์ เพื่อหาช่องยิงก่อนอัดด้วยเท้าซ้ายแต่ อัซปิลิเกวต้า ล้มตัวช่วยบล็อคเอาไว้ได้

นาทีที่ 60 - ฝั่งเราตอบโต้มาบ้าง จอร์จินโญ่ วางบอลไปให้ เอแมร์ซอน ทางซ้ายก่อนแข้งหมายเลข 33 ครอสเข้าเขตโทษไปถึง โควาซิช แต่วางเท้ายิงไม่ดีหลุดออกหลังไปเยอะ

นาทีที่ 64 – คราสโนดาร์ได้โอกาสจากการโต้กลับ คราวนี้ ฟิลเฮน่า จ่ายให้ วานเดอร์ซอน ได้ลองซัดด้วยขวาแต่ เกปา ยังล้มตัวปัดออกหลังไปได้

นาทีที่ 66 - เอแมร์ซอน ได้ลองยิงด้วยเท้าซ้ายจากระยะเกือบ ๆ 30 หลา แต่ยังตรงตัว โกโรดอฟ รับเข้าซองไป

นาทีที่ 67 – สิงห์บลูส์ได้โอกาสทองจากจังหวะที่ คริสเตียน รามิเรซ ทำพลาดพยายามล็อคหลบ อับราฮัม ในเขตโทษแต่โดนขโมยไป กองหน้าชาวอังกฤษยิงด้วยเท้าซ้ายทันที ทว่า โกโรดอฟ ใช้ขาซ้ายซูเปอร์เซฟเอาไว้ได้

นาทีที่ 73 – เชลซีมาอีกระลอก คราวนี้เป็น อันจอริน ที่ได้ประเดิมสนามในบทบาทตัวจริงครั้งแรกกับทีมชุดใหญ่ พาบอลขึ้นมาแล้วแทงทะลุช่องอย่างสวยให้ ฮาแวร์ตซ์ แต่แข้งเยอรมันจับบอลแรกไกลตัวไปทำให้โดน โกโรดอฟ ที่ปรี่ออกมาขวางเอาไว้ได้ทัน

นาทีที่ 74 - บอสทำการปรับหมากโดยถอด โควาซิช กับฮาแวร์ตซ์ ออกมาแล้วส่ง ก็องเต้ กับแวร์เนอร์ ลงเล่นแทน

นาทีที่ 80 - โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ได้ลงสนามนัดที่ 100 ให้กับสโมสร โดยถูกเปลี่ยนมาทำหน้าที่แทน ติโน่ อันจอริน

ช่วงเวลาที่เหลือทั้งสองทีมทำอะไรเพิ่มเติมไม่ได้ จบเกมเสมอกันไป 1-1 เชลซีผ่านเข้ารอบน็อคเอาต์ในฐานะแชมป์กลุ่ม ส่วนอันดับ 2 เป็นเซบีย่าที่คืนนี้บุกไปชนะแรนส์ด้วยสกอร์ 3-1

เกมนัดถัดไป?

ถือเป็นนัดสุดท้ายของแชมเปี้ยนส์ ลีกในปีนี้ ก่อนกลับมาระเบิดศึกอีกครั้งในปี 2021 อย่างไรก็ตาม โปรแกรมสุดโหดเดือนธันวาคมรอเราอยู่โดยต้องออกไปเยือน 2 นัดติดต่อกันในพรีเมียร์ ลีก เริ่มจากเอฟเวอร์ตันคืนวันเสาร์นี้ จากนั้นเป็นเกมกับวูล์ฟส์ 4 วันหลังจากนั้น

เชลซี (4-3-3): เกปา; อัซปิลิเกวต้า (c), รูดิเกอร์, คริสเตนเซ่น, เอแมร์ซอน; กิลมอร์, จอร์จินโญ่, โควาซิช (ก็องเต้ 74); ฮาแวร์ตซ์ (แวร์เนอร์ 74), อับราฮัม, อันจอริน (ชิรูด์ 81)

ตัวสำรอง: กาบาเยโร่, ซิเกอร์, ซูม่า, โทโมรี, อลอนโซ่, ชิลเวลล์, เจมส์, เมาท์, พูลิซิช

ผู้ทำประตู: จอร์จินโญ่ จุดโทษ 28

ใบเหลือง: อัซปิลิเกวต้า 82

คราสโนดาร์ (4-3-3): โกโรดอฟ; สโมลนิคอฟ, มาร์ตีโนวิช (c), ไคโอ (โซโรคิน 74), รามิเรซ; โอลส์สัน (คัมโบลอฟ 80), กาเบย่า (ซูเลย์มานอฟ 80), ฟิเฮลน่า; วานเดอร์ซอน (เชอร์นอฟ 80), เบิร์ก (มาร์คอฟ 90), เคลสสัน

ตัวสำรอง: ซินิตซิน, อัตคิน, เชอร์นิคอฟ, เปตรอฟ

ผู้ทำประตู: กาเบย่า 24

ผู้ตัดสิน: พาเวล คราโลเวช

ข่าวอื่นๆ