ข้อมูลก่อนแข่ง

ข้อมูลก่อนแข่ง: เชลซี พบ คราสโนดาร์

ทีมของเราเตรียมต้อนรับคู่แข่งจากรัสเซียสู่สนามสแตมฟอร์ด บริดจ์เพื่อบทสรุปรอบแบ่งกลุ่ม ฤดูกาล 2020/21 หลังจากได้ผ่านเข้าสู่รอบต่อไปเรียบร้อยแล้ว ริค แกลนวิลล์ กับ พอล ดัตตัน นักประวัติศาสตร์และนักสถิติของสโมสร ได้นำข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับเกมคืนนี้มาให้ได้อ่านกัน...

เชลซี จะเตะส่งท้ายการแข่งขันรอบแบ่งกลุ่มโดยต้อนรับ คราสโนดาร์ สโมสรจากทางตอนใต้ของประเทศรัสเซีย ซึ่งพวกเขาคว้าโควต้าเข้าไปเล่นยูโรป้า ลีก รอบ 32 ทีมสุดท้าย หลังเอาชนะแรนส์ 2-1 เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

แฟรงค์ แลมพาร์ด ต้องการเห็นขุมกำลังที่คาดว่าจะมีการปรับเปลี่ยนหลายตำแหน่งแสดงทัศนคติที่เหมาะสม พร้อมเรียกแมตช์ฟิตเนส และไม่มีอาการบาดเจ็บใด ๆ เพิ่มเติม หลังจากปีกตัวเก่งของเราสองรายมีปัญหาบริเวณแฮมสตริงในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา

การพบกันนัดที่แล้ว เชลซีเป็นฝ่ายเอาชนะไป 4-0 โดยแมตช์นี้ไม่มีความหมายใด ๆ สำหรับทั้งสองทีม แต่อาจมอบโอกาสให้พวกเราพัฒนาสถิติการเก็บชัยในบ้าน หลังเอาชนะคู่แข่งได้แค่ 2 นัด จากการเล่นฟุตบอลยุโรป 7 นัดหลังสุดที่สแตมฟอร์ด บริดจ์

คราสโนดาร์ 0-4 เชลซี | ไฮไลต์แชมเปี้ยนส์ ลีก

ชัยชนะนัดที่ 5 ในกลุ่ม E ต่อหน้าแฟนบอลที่โดนจำกัดจำนวนเข้าชมในเดอะ บริดจ์ จะทำให้สิงห์บลูส์สร้างสถิติใหม่เก็บแต้มรวมในรอบแบ่งกลุ่มได้มากที่สุด (16) แซงหน้าการคว้า 15 คะแนนในฤดูกาล 2010/11 การเก็บชัยต่อเนื่อง 5 นัดติดจะเป็นการทาบสถิติที่ดีที่สุดของสโมสรจากซีซั่นดังกล่าวด้วย

เชลซีมีสถิติชนะ 100% เหนือทีมจากรัสเซียในแชมเปี้ยนส์ ลีก โดยยิงไป 13 ประตูและเสียแค่ 1 ลูก

photo of สถิติสำคัญ สถิติสำคัญ


ข่าวทีมเชลซี

เราน่าจะรู้สึกถึงผลกระทบจากการเสียตัว คัลลัม ฮัดสัน-โอดอย และ ฮาคิม ซิเยค จากอาการบาดเจ็บแฮมสตริงในเกมกับเอฟเวอร์ตันวันเสาร์นี้มากกว่าเกมกับคราสโนดาร์ในคืนนี้ คาดว่า แฟรงค์ แลมพาร์ด จะทำการโรเตชั่น 11 ตัวจริงหลายตำแหน่งจากแมตช์ที่เปิดบ้านเอาชนะลีดส์เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา

เขาประกาศไว้แล้วว่าคนที่โชว์ผลงานการซ้อมได้ดีจะได้รับเวลาลงสนามมากขึ้น นอกจากนี้นักเตะตัวหลักก็จำเป็นต้องได้รับการพักเพื่อรอโม่แข้งในช่วงเวลาเทศกาลที่โปรแกรมแข่งขันจะมีเข้ามาแบบไม่หยุด

แลมพาร์ด พูดถึงอาการเจ็บแฮมสตริงของ ซิเยค, กิลมอร์เตรียมประเดิมตัวจริง พบ คราสโนดาร์ | แถลงข่าวก่อนเกม

2 ตัวจริงที่จะได้ลงสนามอย่างแน่นอนคือ เกปา อาร์ริซาบาลาก้า และ บิลลี่ กิลมอร์ แมตช์นี้จะเป็นการกลับมาเฝ้าเสาในแชมเปี้ยนส์ ลีกครั้งแรกสำหรับนายด่านชาวสแปนิช หลังเกมที่เอาชนะลีลล์ 2-1 ที่เดอะ บริดจ์เมื่อประมาณ 1 ปีที่แล้ว

กิลมอร์ ดาวรุ่งชาวสก็อตแลนด์วัย 19 ปี หายกลับมาจากอาการบาดเจ็บหัวเข่า และได้ลงวาดลวดลายไป 5 นาทีในเกมที่พวกเราบุกถล่มเซบีย่า 4-0 เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว อย่างไรก็ตาม เขายังไม่ได้ออกสตาร์ตให้กับทีมชุดใหญ่ตั้งแต่นัดที่บุกชนะคริสตัล พาเลซ 3-2 ที่สนามเซลเฮิร์สต์ พาร์คในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา

การมีส่วนร่วมของ กิลมอร์ จะทำให้สถิติ 78 นัดติดต่อกันที่มีผู้เล่นจากทีมอคาเดมี่เป็นส่วนหนึ่งใน 11 ตัวจริงดำเนินต่อไป ผู้เล่นดาวรุ่งที่มีฝีเท้าน่าจับตามองคนอื่น ๆ อาจได้รับรางวัลให้มีส่วนร่วมในเกมค่ำคืนนี้ เพราะสามารถเปลี่ยนตัวสำรองได้ถึง 5 คน โดย เฮนรี่ ลอว์เรนซ์ และ ติโน่ อันจอริน ซึ่งมีอายุ 19 ปีทั้งคู่ ได้ฝึกซ้อมร่วมกับทีมชุดใหญ่

อันจอริน เป็นมิดฟิลด์ที่เล่นได้อย่างชาญฉลาดซึ่งมาพร้อมกับพละกำลัง ซีซั่นที่แล้วเขาปรากฎตัวในเกมระดับซีเนียร์ในนัดที่พบกับกริมส์บี้และเอฟเวอร์ตัน ลอว์เรนซ์ ทำหน้าที่ฟูลแบ็คมีจุดเด่นด้านความเร็วและทักษะ แต่ยังไม่ได้รับโอกาสเดบิวต์ หลังเคยมีชื่อเป็นตัวสำรองในการแข่งขันกับบาเยิร์น มิวนิคเมื่อฤดูกาลที่แล้ว

ติโน่ อันจอริน ในแมตช์เดบิวต์กับเอฟเวอร์ตัน

มีเพียงแค่ 3 ทีมจาก 32 สังกัดที่มีส่วนร่วมในรอบแบ่งกลุ่มซึ่งยิงได้มากกว่าเชลซีที่กดไป 13 ลูก: บาร์เซโลน่า, บาเยิร์น และโบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค นอกจากนี้มีนักเตะ 3 คน ที่ยิงได้มากกว่า โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ที่ซัดไปแล้ว 5 ตุงในรายการนี้ ได้แก่ เออร์ลิ่ง เบราต์ ฮาลันด์, อัลบาโร่ โมราต้า และ มาร์คัส แรชฟอร์ด ที่ยิงกันไปคนละ 6 ประตู

หาก 4 นักเตะตัวหลักของเชลซี ประกอบด้วย จอร์จินโญ่, มาเตโอ โควาซิช, เมสัน เมาท์ และ ฮาคิม ซิเยค โดนใบเหลืองพวกเขาจะติดแบนในนัดหน้า การล้างใบเหลืองสะสมจะเกิดขึ้นเมื่อการแข่งขันรอบ 16 ทีมสุดท้ายจบลง

แชมป์เปี้ยนส์ ลีก 2020/2021
1เชลซี431091810
2เซบีย่า431063310
3คราสโนดาร์4013410-61
4แรนส์401327-51

ความพร้อมของคราสโนดาร์

คราสโนดาร์ เก็บชัยชนะนัดแรกในการแข่งขันแชมเปี้ยนส์ ลีกจากแมตช์ล่าสุด โดยเฉือนชนะแรนส์ 1-0 จากประตูของมาร์คุส เบิร์ก ชัยชนะนอกบ้านแค่นัดเดียวในเวทียุโรปของสโมสรจากรัสเซีย เกิดขึ้นเมื่อซีซั่นที่แล้วในรอบแบ่งกลุ่มยูโรป้า ลีก ที่พบกับแทรปซอนสปอร์ ณ ประเทศตุรกี

สถิติที่น่าสนใจคือทีมเยือนมีโอกาสยิงเข้ากรอบมากกว่าเชลซีในรายการนี้ แต่ความแม่นยำอยู่ที่ 75% เทียบกับพวกเราที่ทำได้ 85%

มูราด มูซาเยฟ ขาดนักเตะไปหลายรายในเกมที่เชลซีบุกชนะพวกเขา 4-0 ในประเทศรัสเซีย แต่ตอนนี้ส่วนใหญ่พร้อมกลับมาลงสนามกันได้แล้ว

มาร์คุส เบิร์ก ของคราสโนดาร์ กับโอกาสยิงในการเจอกันครั้งแรกเมื่อเดือนตุลาคม

อย่างไรก็แล้วแต่ ด้วยความที่แมตช์สุดท้ายของกลุ่ม E ไม่มีความหมายใด ๆ เฮดโค้ชของพวกเขาอาจมองไปถึงเกมบิ๊กแมตช์ในวันอาทิตย์ที่ต้องเปิดบ้านรับมือ โลโคโมทีฟ มอสโกว์ ซึ่งมีคะแนนมากกว่าพวกเขา 4 แต้มสำหรับการแย่งชิงพื้นที่ยุโรป

หลังเกมดังกล่าว คราสโนดาร์ ต้องลงสนามอีกหนึ่งนัดก่อนที่รัสเซียจะเข้าสู่ช่วงพักเบรคฤดูหนาว

เรามีโอกาสเจอทีมใดบ้างในรอบ 16 ทีมสุดท้าย?

ในฐานะแชมป์กลุ่ม เชลซีจะถูกจัดเป็นทีมวางในการจับสลากประกบคู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย ซึ่งจะมีขึ้นในเวลา 11.00 น. (เวลาท้องถิ่น) ที่เมืองนียง ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ในวันจันทร์ที่ 14 ธันวาคม สำหรับการเป็นทีมวางหมายความว่า เดอะ บลูส์ จะต้องพบกับสโมสร (ที่ไม่ใช่ทีมจากประเทศอังกฤษ) ซึ่งจบในอันดับที่ 2 ของกลุ่มอื่น โดยเกมนัดที่ 2 จะเตะกันที่สแตมฟอร์ด บริดจ์

นอกจากเซบีย่า มีแค่ปอร์โต้ และบาร์เซโลน่า หรือ ยูเวนตุส ที่ได้รับการยืนยันว่าจะจบในตำแหน่งรองแชมป์กลุ่มก่อนการแข่งขันนัดสุดท้าย สำหรับคู่แข่งที่พวกเราอาจเผชิญหน้า ประกอบด้วย อาแย็กซ์, อตาลันต้า, แอตเลติโก้ มาดริด, บรูจ, โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค, อินเตอร์, ลาซิโอ้, ไลป์ซิก, ปารีส แซงต์-แชร์กแมงก์, เรอัล มาดริด, ซัลซ์บวร์ก และชัคตาร์ โดเนตส์ก

ข่าวอื่นๆ