รายงานผล

รายงานการแข่งขัน: เชลซี 4-0 มอร์แคมบ์

เชลซี คว้าชัยชนะเหนือมอร์แคมบ์อย่างง่ายดาย โดยยิงประตูครึ่งละ 2 ลูก ตีตั๋วเข้ารอบ 4 ของรายการเอฟเอ คัพได้สำเร็จ

ผลลัพธ์นัดนี้ถือว่าไม่น่าแปลกใจนัก เพราะพวกเราเป็นฝ่ายครองเกมเหนือกว่าตั้งแต่เสียงนกหวีดเริ่มการแข่งขันดังขึ้น โดยคู่แข่งจากลีก ทูต้องลงไปตั้งรับในกรอบเขตโทษ และเชลซีเป็นฝ่ายครองบอลแทบจะตลอดเวลา

เมสัน เมาท์ เบิกร่องประตูแรกจากจังหวะการยิงเรียดยัดสามเหลี่ยมด้านล่างจากระยะ 25 หลา หลังทำการต่อบอลกันขึ้นมาพักหนึ่ง

หนึ่งนาทีก่อนหมดเวลาการแข่งขันช่วงครึ่งแรก สองดาวเตะทีมชาติเยอรมนีประสานงานกัน โดยเป็น ไค ฮาแวร์ตซ์ โหม่งบอลจาก ฮาคิม ซิเยค ไปให้ ติโม แวร์เนอร์ ได้จบสกอร์จากระยะเผาขน

ก่อนถึงจังหวะที่ คัลลัม ฮัดสัน-โอดอย รับลูกชิพของ ซิเยค แล้วซัดหนีมือผู้รักษาประตูเปลี่ยนสกอร์เป็น 3-0 เกมนัดนี้ถือว่าจบลงแล้วในแง่ของความสูสี

ประตูปิดกล่องเกิดขึ้น 5 นาทีก่อนสิ้นเสียงนกหวีดหมดเวลา โดย ฮาแวร์ตซ์ มีชื่อเป็นผู้ทำประตูจากการโหม่งลูกครอสของ เซซาร์ อัซปิลิเกวต้า เข้าไป

การจัดทัพ

แฟรงค์ แลมพาร์ด ทำการโรเตชั่นทีมในแมตช์พบมอร์แคมบ์ โดยปรับทัพ 6 ตำแหน่งจากตัวจริงชุดที่พบกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้

เกปา อาร์ริซาบาลาก้า ลงเฝ้าเสาเป็นตัวจริงแทนที่ เอดูอาร์ เมนดี้ ถือเป็นการลงสนามครั้งแรกของนายด่านชาวสแปนิชตั้งแต่เกมที่เสมอกับคราสโนดาร์เมื่อต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมา

ในแผงหลังด้านหน้าเขา เซซาร์ อัซปิลิเกวต้า สวมปลอกแขนกัปตันทีม แต่เป็น เอแมร์ซอน ที่ประจำการเป็นแบ็คซ้ายและ โทนี่ รูดิเกอร์ กลับมามีชื่อโดยยืนจับคู่กับ เคิร์ต ซูม่า เป็นเซ็นเตอร์แบ็ค

เมสัน เมาท์ ยังคงลงเล่นเป็นมิดฟิลด์โดยยืนเคียงข้าง ไค ฮาแวร์ตซ์ และ บิลลี่ กิลมอร์ สำหรับเจ้าหนูบิลลี่ได้ลงตัวจริงโปรแกรมในประเทศนัดแรกของฤดูกาล โดยแมตช์ก่อนหน้านี้ลงเป็นตัวสำรองในเกมกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้

คัลลัม ฮัดสัน-โอดอย อีกหนึ่งตัวสำรองจากเกมดังกล่าวที่ยิงประตูใส่ซิตี้ คือความเปลี่ยนแปลงเดียวใน 3 ประสานเกมรุก โดยเขาลงเล่นแทน คริสเตียน พูลิซิช เพื่อมาสมทบกับ ฮาคิม ซิเยค และ ติโม แวร์เนอร์

นาทีต่อนาที - ครึ่งแรก

นาทีที่ 3 - เชลซีเปิดเกมรุกตั้งแต่ต้นและมาได้โอกาสแรกจากจังหวะที่ ซิเยค เปิดบอลจากกรอบเขตโทษด้านขวาไปถึง แวร์เนอร์ บริเวณเสาสอง ขึ้นโหม่งจากระยะประมาณ 5 หลาแต่บอลหลุดออกไป

นาทีที่ 8 - พวกเรายังสร้างเกมรุกอย่างต่อเนื่องแล้วมาได้ลุ้นอีกครั้งจากจังหวะที่ เอแมร์ซอน ลองกดด้วยเท้าซ้ายหน้ากรอบเขตโทษแต่ก็ยังไม่แม่นพอหลุดเสาออกไปอีก

นาทีที่ 13 - มอร์แคมบ์ ได้โอกาสจากจังหวะสวนกลับ เป็น ฟิลลิปส์ พาบอลมาถึงเกือบสุดเส้นฝั่งขวาแล้วกึ่งยิงกึ่งผ่าน บอลย้อนหลัง เกปา กำลังจะข้ามเส้นประตูแต่นายด่านชาวสแปนิชยังคว้าเอาไว้ได้ทัน

นาทีที่ 18 - เชลซีมาได้ประตูเบิกร่องจากจังหวะที่ ฮัดสัน-โอดอย จ่ายบอลจากทางด้านซ้ายให้กับ เมาท์ ที่ยืนโล่ง ๆ หน้ากรอบเขตโทษ และได้ลองซัดด้วยขวาจากระยะประมาณ 25 หลา บอลพุ่งเสียบเสาเข้าไปตุงตาข่าย นี่คือประตูแรกของเจ้าของวันเกิดอายุครบรอบ 22 ปีนับตั้งแต่เดือนกันยายน

นาทีที่ 22 - สิงห์บลูส์ มีโอกาสบวกสกอร์เพิ่มอีกครั้งคราวนี้เป็น เอแมร์ซอน ได้เติมมายิงด้วยซ้ายระยะเท่า ๆ กับ เมาท์ แต่ ฮาลสเตด์ เซฟไว้ได้

นาทีที่ 28 - จังหวะจากลูกเตะมุมฝั่งซ้าย บอลไปถึง แวร์เนอร์ แถว ๆ กลางประตูที่ได้ซ้ำโล่ง ๆ แต่เจ้าตัวยิงซ้อนใต้บอลออกหลังไปไกล

นาทีที่ 34 - ทีมเยือนตอบโต้มาบ้างนาน ๆ ครั้ง คราวนี้เป็นการเคาท์เตอร์แอทแทคโดย ฟิลลิปส์ ที่ได้ยิงจากในกรอบด้านขวา แต่บอลตรงตัว เกปา รับเอาไว้ได้แบบสบาย ๆ

นาทีที่ 38 - จังหวะเตะมุมจากฝั่งซ้ายของเชลซี ฮาแวร์ตซ์ ได้เทคตัวขึ้นโหม่งแต่เฉือนมากไปหน่อยทำให้หลุดออกไปแบบไม่ได้ลุ้น

นาทีที่ 44 - เชลซี ได้ประตูหนีห่างก่อนจบครึ่งแรก เริ่มจาก ซิเยค ที่โยนมาจากทางซ้ายไปถึง ฮาแวร์ตซ์ แถว ๆ เสาสองก่อนมิดฟิลด์เมืองเบียร์จะโขกชงให้ แวร์เนอร์ สอดขึ้นมายิงด้วยขวาเข้าไปตุงตาข่าย

นาทีต่อนาที - ครึ่งหลัง

นาทีที่ 49 - เริ่มครึ่งหลังมาได้อึดใจเดียว พวกเรามาได้ประตูเพิ่มในจังหวะที่ ซิเยค โยนบอลจากกลางสนามมาให้ ฮัดสัน-โอดอย หลุดเข้าไปยิงสวนตัว ฮาลสเตด์ ตุงตาข่าย สกอร์กลายเป็น 3-0!

นาทีที่ 52 - ซิเยค ที่วันนี้เน้นปั้นเพื่อนหนัก ๆ มาได้โอกาสบ้าง โดยเป็นการอัดด้วยซ้ายจากระยะประมาณ 30 หลา แต่บอลพุ่งหลุดเสาออกไปนิดเดียว

นาทีที่ 54 - แวร์เนอร์ พาบอลขึ้นมาในกรอบเขตโทษฝั่งขวาก่อนจ่ายไปให้ ฮาแวร์ตซ์ ที่วิ่งสอดมายิงด้วยขวา แต่มีกองหลังตามประกบติดทำให้ลูกหลุดเสาออกไป

นาทีที่ 66 - ซิเยค ได้โอกาสลองยิงด้วยซ้ายดูอีกครั้งจากนอกกรอบเขตโทษแต่บอลโด่งออกไปไกล

นาทีที่ 68 - แลมพาร์ด ตัดสินใจเปลี่ยนตัวสองคน เป็น แวร์เนอร์ กับ ซิเยค ที่ออกไปพักแล้วให้ ชิรูด์ กับ พูลิซิช ลงมาเล่นแทน

นาทีที่ 72 - เชลซีน่าบวกเพิ่มได้อีกหนึ่งตุง จากการเข้าชาร์จของ ฮาแวร์ตซ์ แต่ ฮาลสเตด์ โชว์ซูเปอร์เซฟ บอลไปเข้าทาง พูลิซิช ได้ลองซ้ำแต่ก็ยังโดนเซฟไว้ได้อีกครั้ง

นาทีที่ 74 - การเปลี่ยนตัวคนที่ 3 แลมพาร์ด ให้ แทมมี่ อับราฮัม ลงไปเล่นแทน เมสัน เมาท์

นาทีที่ 80 - บอสยังคงเปลี่ยนตัวต่อเนื่อง คราวนี้ อันจอริน กับ โทโมรี ได้ลงสนามแทน ซูม่า และ ฮัดสัน-โอดอย

นาทีที่ 85 - พวกเรามาได้ประตูปิดกล่องจากจังหวะที่ อัซปิลิเกวตา พาบอลเติมมาด้านขวาแล้วเปิดให้ ฮาแวร์ตซ์ สอดขึ้นมาโหม่งส่งบอลตุงตาข่าย!

หมดเวลาการแข่งขัน ประตูจาก เมาท์, แวร์เนอร์, ฮัดสัน-โอดอย และ ฮาแวร์ตซ์ ช่วยให้สิงห์บลูส์ตีตั๋วเข้ารอบ 4 ของศึกเอฟเอ คัพได้สำเร็จ

นัดถัดไป?

เราจะกลับไปลงแข่งขันพรีเมียร์ ลีกโดยต้องเล่นเป็นทีมเยือน 2 นัดติด แมตช์แรกเป็นทริปการเดินทางสั้น ๆ ที่ลอนดอนตะวันตกเพื่อแข่งขันกับฟูแล่มในคืนวันศุกร์ ก่อนจะออกไปเยือนเลสเตอร์ ซิตี้ในคืนวันอังคารหน้า

เชลซี (4-3-3): เกปา; อัซปิลิเกวต้า (c), รูดิเกอร์, ซูม่า (โทโมรี 80), เอแมร์ซอน; เมาท์ (อับราฮัม 74), กิลมอร์, ฮาแวร์ตซ์; ซิเยค (พูลิซิช 68), แวร์เนอร์ (ชิรูด์ 68), ฮัดสัน-โอดอย (อันจอริน 80)

ตัวสำรองไม่ได้ลงสนาม: กาบาเยโร่, ชิลเวลล์, โควาซิช, จอร์จินโญ่

ผู้ทำประตู: เมาท์ 18, แวร์เนอร์ 45, ฮัดสัน-โอดอย 49, ฮาแวร์ตซ์ 85

มอร์แคมบ์ (4-2-3-1): ฮาลสเตด์; คูนี่ย์ (เมลเลอร์ 62), ไนท์-เพอร์ซิวาล, เดวิส, เฮนดรี้ (กิ๊บสัน 62); วิลดิค (c), ซองโก้; สลูว์ (โอ'ซัลลิแวน 62), ฟิลลิปส์, เมนเดส โกเมส (ลียงส์ 74); สต๊อคตัน (แม็คอาลินเด้น 85)

ตัวสำรองไม่ได้ลงสนาม: เทอร์เนอร์, เดียกูราก้า, เคนย่อน, ลีตช์-สมิธ

ผู้ตัดสิน: ดาร์เรน อิงแลนด์

ข่าวอื่นๆ