รายงานผล

รายงานการแข่งขัน: ฟูแล่ม 0-1 เชลซี

เมสัน เมาท์ ยิงประตูชัยช่วงท้ายเกมใส่ฟูแล่มที่เหลือ 10 คน ทำให้พวกเราคว้าชัยชนะเกมลีกนัดแรกในรอบ 4 แมตช์

ประตูที่ 2 ในพรีเมียร์ ลีกของมิดฟิลด์ชาวอังกฤษฤดูกาลนี้ เป็นการยิงที่เฉียบคมในช่วงที่เวลาการแข่งขันเหลืออยู่ 12 นาที ถือเป็นฟอร์มส่วนตัวอันยอดเยี่ยมจาก เมาท์

เชลซี มีผลงานที่เหนือกว่าในการแข่งขันที่คราเวน ค็อตเทจ โดยพวกเรากุมความได้เปรียบเรื่องการมีตัวผู้เล่นมากกว่าหลังจากที่ อันโตนี โรบินสัน นักเตะของฟูแล่มโดนใบแดงไล่ออกจากสนามในจังหวะการเล่นอันตรายช่วงท้ายครึ่งแรก

โอกาสการทำประตูที่โจ่งแจ้งไม่ค่อยเกิดขึ้นมากนักเพราะทางเจ้าบ้านอดทนเล่นเกมรับอย่างมีวินัย ครึ่งแรก เมาท์ ซัดบอลไปชนคานขณะที่ลูกโหม่งของ แทมมี่ อับราฮัม ซึ่งลงมาเป็นตัวสำรองโดนเซฟเอาไว้ได้ ก่อนที่ เมาท์ จะเปิดแผลใส่แนวรับของฟูแล่มได้สำเร็จ ทางด้าน เอดูอาร์ เมนดี้ ไม่มีอะไรให้ทำมากนักเพื่อรักษาคลีนชีต

ชัยชนะเกมเยือนด้วยสกอร์ 1-0 นัดแรกของพวกเราในพรีเมียร์ ลีกนับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2018 ช่วยยืดสถิติการเอาชนะฟูแล่มออกไปเป็น 7 นัดติดต่อกัน และทำให้สิงห์บลูส์ไร้พ่าย 19 นัดยามเผชิญหน้ากับทีมเพื่อนบ้านร่วมลอนดอนตะวันตก

การจัดทัพ

แฟรงค์ แลมพาร์ด ปรับตัวจริง 3 ตำแหน่งจากชุดที่ลงเล่นเกมลีกเมื่อ 2 สัปดาห์ที่แล้ว โดยหนึ่งในนั้นเป็นเพราะว่า เอ็นโกโล่ ก็องเต้ ต้องติดโทษแบน

จอร์จินโญ่ รับโอกาสลงสนามแทนมิดฟิลด์ชาวฝรั่งเศส ขณะที่ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ได้ลงตัวจริงเช่นเดียวกับ โทนี่ รูดิเกอร์ พวกเขาเข้ามาแทน ติโม แวร์เนอร์ และ เคิร์ต ซูม่า ตามลำดับ

รีซ เจมส์ มีชื่ออีกครั้งหลังหายจากอาการบาดเจ็บโดยเป็นตัวสำรองข้างสนาม

นาทีต่อนาที - ครึ่งแรก

นาทีที่ 9 - พวกเราเป็นฝ่ายได้ลุ้นก่อนเริ่มจากจังหวะต่อบอลทางด้านขวา เมาท์ หนีคู่แข่งแล้วจ่ายกลับหลังให้ ชิรูด์ ได้ยิงด้วยซ้ายนอกกรอบเขตโทษ บอลแฉลบแนวรับเจ้าบ้านก่อนหลุดเสากลายเป็นลูกเตะมุม

นาทีที่ 23 - ถือเป็นจังหวะการเล่นที่น่าประทับใจเมื่อ ซิเยค หลอกปล่อยบอลไหลไปให้ ชิรูด์ ก่อน ชิรูด์ จะเคาะคืนให้ปีกชาวโมร็อคกันได้ยิงด้วยเท้าซ้ายจากนอกกรอบ บอลพุ่งเรียดแต่ทาง อาเรโอล่า ยังล้มตัวเซฟเอาไว้ได้

นาทีที่ 25 - สิงห์บลูส์น่าได้ประตูขึ้นนำสุด ๆ ในจังหวะที่ ชิลเวลล์ บรรจงครอสมาทางเสาสอง โรบินสัน พยายามโหม่งเคลียร์แต่ไม่ขาดไปเข้าทาง เมาท์ ที่เก็บตกแล้วอัดด้วยขวาทันทีแต่บอลพุ่งชนคานดังสนั่น

นาทีที่ 26 - พวกเราได้ลุ้นต่อเนื่องครั้งนี้มาจากลูกเตะมุม เมาท์ เปิดเข้ามาในจุดโทษเข้าหัว รูดิเกอร์ พยายามโหม่งเล่นทางแต่ อาเรโอล่า ยังพุ่งตัวปัดออกหลังไปได้อย่างยอดเยี่ยม

นาทีที่ 32 - เชลซีได้ลุ้นอีกครั้ง คราวนี้ ซิเยค จ่ายบอลให้ พูลิซิช แล้วโดนชนล้มลง ผู้ตัดสินไม่เป่าเป็นลูกฟาวล์ทำให้ คริสเตียน ลุกขึ้นมายิงจากนอกกรอบแต่ยังไม่แม่นพอหลุดออกหลัง

นาทีที่ 41 - จากจะได้พวกเราเกือบเสียประตูเหมือนกันโดย "เจ้าสัว" เล่นเกมเคาเตอร์แอทแทค โรบินสัน เติมมาทางซ้ายก่อนจ่ายไปให้ เตเต้ ทางด้านขวาแล้วบอลถูกส่งต่อไปที่ คาวาเลโร่ ได้โอกาสทองยิงคนเดียวจากในกรอบเขตโทษแต่จังหวะวางเท้ากลับทำได้ไม่ดีทำให้บอลหลุดออกหลังไป

นาทีที่ 44 - เจ้าบ้านต้องมาเหลือ 10 คน จากจังหวะการเล่นสุดอันตรายที่ โรบินสัน พุ่งตัวเสียบใส่ อัซปิลิเกวต้า ผู้ตัดสินควักใบแดงแจกทันที ก่อนที่ VAR จะเช็กซ้ำและยืนยันคำตัดสิน

นาทีต่อนาที - ครึ่งหลัง

นาทีที่ 50 - เริ่มต้นครึ่งหลังมา "สิงห์บลูส์" อัดเกมรุกเต็มสูบ คราวนี้ เมาท์ หลุดไปถึงสุดเส้นทางขวามือก่อนล็อคกลับมาแล้วเปิดไปให้ ชิรูด์ ที่พยายามเกี่ยวบอลมายิงแต่ อันเดอร์เซ่น เคลียร์ทิ้งเอาไว้ได้

นาทีที่ 62 - ชิรูด์ ได้โอกาสเหน่ง ๆ จากจังหวะที่ ซิเยค จ่ายทะลุช่องไปให้บริเวณจุดโทษ กองหน้าทีมชาติฝรั่งเศสยิงด้วยขวาแบบไม่มีตัวประกบแต่ไม่เข้าเป้า ก่อนที่ไลน์แมนจะยกธงชี้ว่าเป็นลูกล้ำหน้าด้วย

นาทีที่ 67 - เชลซีได้โอกาสอีกครั้งคราวนี้ พูลิซิช วางบอลจากนอกกรอบเขตโทษเข้ามาตรงกลางถึง แทมมี่ อับราฮัม ที่เพิ่งลงมาเป็นตัวสำรองได้ขึ้นโขกแต่ อาเรโอล่า ยังรับเอาไว้ได้อีก

นาทีที่ 78 - ความพยายามของนักเตะเชลซีในการยิงประตูมาบังเกิดผล โดยเป็นจังหวะที่ ชิลเวลล์ ครอสจากสุดเส้นซ้ายมือ อาเรโอล่า ปัดไปเข้าทางของ เมาท์ ได้ยิงสวนตามน้ำตุงตาข่าย!

นาทีที่ 88 - ฟูแล่ม พยายามตามหาประตูตีเสมอแล้วมาได้โอกาสจาก กามาร่า ที่ยิงจากนอกกรอบเขตโทษ แต่บอลเบาและตรงตัว เมนดี้ รับเอาไว้ได้ไร้ปัญหา

นาทีที่ 90+3 - เชลซีน่าใส่สกอร์เพิ่มอีกลูกในจังหวะที่ พูลิซิช จ่ายไปให้ แวร์เนอร์ หลุดเดี่ยวจากกลางสนาม ก่อน "เทอร์โบติโม" ใช้ความเร็วพาบอลไปถึงเขตโทษแล้วพยายามยิงหนี อาเรโอล่า แต่ไม่แม่นพอหลุดเสาหลังออกไปแบบไม่ค่อยได้ลุ้นนัก

นัดถัดไป?

เราจะออกไปเยือนอีกครั้งในคืนวันอังคารนี้ โดยเป็นเกมพบกับเลสเตอร์ ซิตี้ เดอะ บลูส์ จะออกไปเล่นที่คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยมโดยพวกความมั่นใจเต็มเปี่ยม

เชลซี (4-3-3): เมนดี้; อัซปิลิเกวต้า (c), ธิอาโก้ ซิลวา, รูดิเกอร์, ชิลเวลล์; โควาซิช, จอร์จินโญ่ (อับราฮัม 65), เมาท์; ซิเยค (ฮัดสัน-โอดอย 75), ชิรูด์ (แวร์เนอร์ 75), พูลิซิช
ตัวสำรองไม่ได้ลงสนาม เกปา, เจมส์, เอแมร์ซอน, กิลมอร์
ผู้ทำประตู เมาท์ 78
ใบเหลือง ซิเยค 72, ธิอาโก้ ซิลวา 82, อัซปิลิเกวต้า 90+3

ฟูแล่ม (3-4-3): อาเรโอล่า; ไอน่า, อันเดอร์เซ่น (c), อดาราบิโอโย่; เตเต้, รีด, อันกีสซ่า, โรบินสัน; เดคอร์โดว่า-รีด (กามาร่า 83), คาวาเลโร่ (โอโนมาห์ 79), ลุคแมน
ตัวสำรองไม่ได้ลงสนาม โรดัก, เอคตอร์, โอดอย, เคบาโน่, รีม, ไบรอัน
ใบเหลือง เดคอร์โดว่า-รีด 69
ใบแดง โรบินสัน 44

ผู้ตัดสิน ปีเตอร์ แบงก์ส

ข่าวอื่นๆ