รายงานผล

รายงานการแข่งขัน: เลสเตอร์ 2-0 เชลซี

เชลซี เจอกับความพ่ายแพ้ในค่ำคืนที่ยากลำบากที่บ้านของเลสเตอร์ ซิตี้ ส่งให้พวกเขาขึ้นไปเป็นจ่าฝูงของพรีเมียร์ ลีก

แม้สกอร์จะออกมา 2-0 แต่รูปเกมถือว่าสูสีในแง่ของเปอร์เซ็นต์การครองบอล อย่างไรก็ตาม เจ้าบ้านสร้างโอกาสได้ดีกว่าและมากกว่า เช่นเดียวกับเฉียบคมมากกว่า

เชลซีเสียประตูในช่วงต้นและท้ายของครึ่งแรก โดยลูกยิงเบิกร่องมาจากจังหวะการซัดเฉือน ๆ จากนอกกรอบเขตโทษของวิลเฟร็ด เอ็นดีดี้ในนาทีที่ 6 ของการแข่งขัน

ประตูที่สองของเลสเตอร์มาจากเจมส์ แมดดิสัน ที่หลุดไปรับบอลยาวของมาร์ค อัลไบรท์ตัน ก่อนซัดสวนตัวเอดู เมนดี้เข้าไปตุงตาข่าย

สำหรับครึ่งหลัง ทั้งสองทีมโดนริบประตูจากจังหวะล้ำหน้าโดยของเลสเตอร์ค่อนข้างชัดเจน แต่ภาพช้าแสดงให้เห็นว่า ติโม แวร์เนอร์ ใกล้เคียงกับการยืนบนเส้นเดียวกับแนวรับในจังหวะที่เขาจบสกอร์จากฟรีคิกของฮาคิม ซิเยคในตอนที่เกมเหลืออีก 5 นาที

การจัดทัพ

คัลลัม ฮัดสัน-โอดอย และแทมมี่ อับราฮัม ได้ลงเล่นเป็นตัวจริงทำงานเป็น 3 ประสานในแนวรุกร่วมกับคริสเตียน พูลิซิช นั่นหมายความว่าฮาคิม ซิเยค และโอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ต้องตกไปเป็นตัวสำรอง โดยพูลิซิชลงเล่นเป็นนัดที่ 50 รวมทุกรายการให้กับเชลซี

ในแผงมิดฟิลด์ ไค ฮาแวร์ตซ์ ได้ออกสตาร์ตนัดแรกในพรีเมียร์ ลีกรอบหนึ่งเดือนกว่าโดยรับโอกาสแทนจอร์จินโญ่ ขณะที่มาเตโอ โควาซิช และเมสัน เมาท์ รักษาตำแหน่งจากเกมบุกเอาชนะฟูแล่ม

สำหรับแผงหลัง 5 รายมีการเปลี่ยนแปลงแค่หนึ่งตำแหน่ง โดยรีซ เจมส์ พ้นจากอาการบาดเจ็บกลับมาลงเล่นแทนเซซาร์ อัซปิลิเกวต้า หมายความว่าธิอาโก้ ซิลวา รับบทบาทกัปตันทีมจับคู่เซ็นเตอร์ร่วมกับโทนี่ รูดิเกอร์ ส่วนเบน ชิลเวลล์ กลับมาลงเล่นที่คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยมเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ย้ายจากเลสเตอร์มาอยู่กับเชลซีเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา

เอดูอาร์ เมนดี้ ได้ลงเฝ้าเสาต่อไป

นาทีต่อนาที - ครึ่งแรก

นาทีที่ 6 - อัลไบรท์ตัน เล่นเตะมุมสั้น ๆ ก่อนแมดดิสัน จ่ายคืนไปให้ปีกเบอร์ 11 ได้วิ่งไปสุดเส้นแล้วตบเข้าใน ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ วิ่งง้างมายิงแต่บอลแป้กกลายเป็นตั้งให้ วิลเฟร็ด เอ็นดีดี้ ได้กดด้วยซ้ายจากนอกกรอบเขตโทษโดนบอลเฉือน ๆ ลอยชนเสาด้านในเข้าประตูไป

นาทีที่ 16 - คอสตาเญ่ ได้บอลทางฝั่งขวาก่อนพาขึ้นมาเองถึงแถว ๆ เขตโทษ ก่อนพยายามม้วนหนีแต่ตัวประกบเยอะจึงไหลไปให้ แมดดิสัน จับหนึ่งจังหวะก่อนสับด้วยเท้าซ้ายบอลพุ่งชนคานออกหลังไป

นาทีที่ 20 - ฝั่งเราตอบโต้มาได้บ้าง เป็นเจมส์ ทำชิ่งทางขวากับ ฮัดสัน-โอดอย แล้วหลุดเข้าเขตโทษ จังหวะสุดท้ายแบ็คชาวอังกฤษพยายามยิงจากมุมแคบแต่โดนชไมเคิ่ลปัดออกไปได้

นาทีที่ 21 - พวกเราได้ลูกเตะมุมทางฝั่งซ้ายของจอ เมาท์ บรรจงหยอดไปเข้าหัวของธิอาโก้ ซิลวาได้ขึ้นโขก แต่บอลตรงตัวชไมเคิ่ลทุบออกไปได้

นาทีที่ 26 - บาร์นส์ ครองบอลอยู่ทางด้านซ้ายก่อนเหลือบไปเห็นอัลไบรท์ตันยืนว่างอยู่ตรงกลางจึงไหลไปให้ ปีกเบอร์ 11 ของเลสเตอร์มีพื้นที่ได้ลองวางเท้ายิงจากระยะเกือบ ๆ 30 หลาแต่ เมนดี้ ยังกระโดดปัดออกหลังไปได้

นาทีที่ 32 - พูลิซิช ทำชิ่งกับฮาแวร์ตซ์ขึ้นมาน่ากลัวแล้วมี ฮัดสัน-โอดอย วิ่งเติมมาด้านขวาจึงแทงสั้น ๆ ไปให้ จังหวะสุดท้าย "คาลเท็ค" ลองยิงยัดเสาแรกแต่บอลเข้าข้างตาข่าย

นาทีที่ 34 - อัลไบรท์ตันวางบอลจากแดนตัวเองไปให้เจมี่ วาร์ดี้วิ่งหลุดขึ้นมาดวลเดี่ยวกับเอดู เมนดี้ จังหวะสุดท้ายดาวยิงชาวอังกฤษกะยกบอลหนีมือนายด่านของเราแต่โดนปัดไว้ได้ ก่อนที่รูดิเกอร์จะตามไปเก็บไว้ได้สำเร็จ

นาทีที่ 40 - ผู้ตัดสินเป่าจุดโทษให้เชลซีจากจังหวะที่อีแวนส์ไปเสียบพูลิซิชล้มลงบริเวณเส้นเขตโทษ แต่ VAR ทำการตรวจสอบแล้วกลับคำตัดสินให้เป็นจังหวะปะทะนอกกรอบกลายเป็นแค่ฟรีคิก ซึ่งเมสัน เมาท์ปั่นข้ามแต่บอลพุ่งข้ามคานออกไปไกล

นาทีที่ 41 - อัลไบรท์ตันเก็บบอลได้แถว ๆ เลยกลางสนามมานิดหน่อย ก่อนเงยหน้ามองแล้วโยนเข้าเขตโทษไปถึงแมดดิสันวิ่งมาแปสวนตัวเมนดี้เข้าไปกลายเป็น 2-0

นาทีต่อนาที - ครึ่งหลัง

นาทีที่ 50 - เลสเตอร์เกือบได้ประตูหนีห่างไปอีก เป็นอัลไบรท์ตันคนเดิม ครอสบอลจากฝั่งขวามาถึงจัสตินได้ขึ้นโหม่งคนเดียวไม่มีตัวประกบแต่บอลลอยเข้าข้างตาข่าย

นาทีที่ 50 - เจมส์ลากบอลจากแดนตัวเองมาถึงกลางสนามแล้วแทงให้แทมมี่ อับราฮัม วิ่งหลุดกับดักล้ำหน้าก่อนจังหวะสุดท้ายพยายามยิงด้วยขวาแต่โดนโฟฟาน่ามาตามบล็อคเอาไว้ได้

นาทีที่ 51 - จังหวะเตะมุมต่อเนื่องจากขวามือของจอภาพ (เชลซีบุกจากซ้ายไปขวา) เมาท์ โยนเข้ามาให้ อับราฮัม ได้ขึ้นโหม่งแต่ก็ยังไปตรงตัวชไมเคิ่ลรับไว้ได้ไม่มีปัญหา

นาทีที่ 54 - เชลซีได้ลุ้นจากลูกเตะมุมทางซ้ายมืออีกครั้ง แล้วเป็นเมาท์คนเดิมที่เปิดเข้ามาจังหวะสุดท้ายบอลไปโดนเจมส์พยายามยิงแต่โดนบอลไม่แรงเท่าไรทำให้ชไมเคิ่ลล้มตัวรับเข้าซองไว้ได้อีกครั้ง

นาทีที่ 55 - แมดดิสันแทงบอลทะลุช่องให้จัสตินวิ่งหลุดมาทางซ้าย ก่อนทำชิ่งในเขตโทษกับบาร์นส์แล้วแปะให้ทีเลอมองส์ได้จ่ายต่อไปถึงอัลไบรท์ตัน ก่อนได้พลิกตัวยิงตุงตาข่ายแต่ไลน์แมนตีธงเป็นจังหวะล้ำหน้า

นาทีที่ 57 - วาร์ดี้ จ่ายบอลไปทางซ้ายให้ทีเลอมองส์หลุดเข้าเขตโทษมีรูดิเกอร์วิ่งมาประครอง จังหวะยิงด้วยเท้าซ้ายของแข้งชาวเบลเจี้ยนยังโดนเมนดี้ล้มตัวใช้เท้าเซฟเอาไว้ได้

นาทีที่ 80 - คอสตาเญ่จ่ายบอลทะลุ 2 เซ็นเตอร์เชลซีไปถึงวาร์ดี้ก่อนหอกชาวอังกฤษพยายามล็อคเข้าซ้ายแต่น้ำหนักล้นไปจนบอลหลุดไปถึงเมนดี้รับเอาไว้ได้ง่าย ๆ

นาทีที่ 86 - เชลซีได้ฟรีคิกเยื้องไปทางซ้าย ซิเยคปั่นบอลเข้ามาถึงแวร์เนอร์ได้ยกขาสะกิดเปลี่ยนทางเข้าประตูแต่ไลน์แมนยกธงเป็นจังหวะล้ำหน้า พอ VAR มาเช็กด้วยการตีเส้นที่แขนยืนยันให้เป็นการออฟไซด์ตามผู้ตัดสิน

หมดเวลาการแข่งขัน เชลซีบุกมาพ่ายต่อเลสเตอร์ 2-0 ตกไปอยู่อันดับที่ 8 ของตาราง ส่วนเลสเตอร์แซงแมนฯ ยูไนเต็ดขึ้นไปเป็นจ่าฝูง

เกมถัดไป?

โฟกัสจะกลับไปที่การแข่งขันเอฟเอ คัพในสุดสัปดาห์นี้ โดยเราจะเปิดบ้านรับมือ ลูตัน ทาวน์ สโมสรจากแชมเปี้ยนชิพในรอบ 4 โดยคิกออฟในเวลา 19.00 น. ของวันอาทิตย์ โปรแกรมพรีเมียร์ ลีกนัดหน้าจะแข่งขัน 3 วันหลังจากนั้น เมื่อวูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส บุกมาเยือนสแตมฟอร์ด บริดจ์ในคืนวันพุธเวลา 01.00 น.

เชลซี (4-3-3): เมนดี้; เจมส์, รูดิเกอร์, ธิอาโก้ ซิลวา (c), ชิลเวลล์; เมาท์, โควาซิช, ฮาแวร์ตซ์ (แวร์เนอร์ 66); ฮัดสัน-โอดอย (ซิเยค 66), อับราฮัม, พูลิซิช

ตัวสำรองไม่ได้ลงสนาม: เกปา, ซูม่า, คริสเตนเซ่น, อัซปิลิเกวต้า, เอแมร์ซอน, จอร์จินโญ่, กิลมอร์

ใบเหลือง: ฮาแวร์ตซ์ 29, โควาซิช 52, ซิเยค 89

เลสเตอร์ (4-2-3-1): ชไมเคิ่ล (c); คาสตาเญ่, โฟฟาน่า, อีแวนส์, จัสติน; เอ็นดีดี้, ทีเลอมองส์; อัลไบรท์ตัน (เปเรร่า 76), แมดดิสัน (เปเรซ 76), บาร์นส์; วาร์ดี้ (อิเฮียนาโช่ 88)

ตัวสำรองไม่ได้ลงสนาม: วอร์ด, โซยุนชู, อมาร์เตย์, โธมัส, เชาดูรี่, อุนแดร์

ผู้ทำประตู: เอ็นดีดี้ 6, แมดดิสัน 41

ผู้ตัดสิน: เคร๊ก พอว์สัน

ข่าวอื่นๆ