สัมภาษณ์

ชิลเวลล์เผยความลำบากและการเกือบโดนปล่อยตัวสมัยเป็นดาวรุ่ง ช่วยหล่อหลอมความยืดหยุ่นของเขาได้อย่างไร

ไม่มีนักเตะคนใดก้าวสู่จุดสูงสุดของเกมโดยไม่เคยสัมผัสประสบการณ์กับความยากลำบาก และเรื่องราวของเบน ชิลเวลล์ก็ไม่แตกต่างกัน...

กองหลังรายนี้อาจเป็นตัวจริงของเชลซีและทีมชาติอังกฤษในขณะที่อายุ 24 ปี แต่เป็นความเกรงกลัวที่จะโดนเลสเตอร์ ซิตี้ปล่อยออกจากทีมสมัยเป็นนักเรียนทุน ซึ่งได้ช่วยหล่อหลอมความไม่ย่อท้าและผลักดันให้เขาทำงานหนักขึ้นเพื่อบรรลุเป้าหมาย

เส้นทางการผจญภัยในพรีเมียร์ ลีกของชิลเวลล์นั้นไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลายอย่างที่หลายคนอาจคิด เขาเคยย้ายไปค้าแข้งในแชมเปี้ยนชิพแบบยืมตัวสมัยเป็นดาวรุ่งเหมือนกับเมสัน เมาท์, แทมมี่ อับราฮัม และรีซ เจมส์ เด็กหนุ่มจากมิลตัน คีย์นส์ เริ่มต้นเส้นทางอาชีพ 7 ปีก่อนหน้านั้นกับรัชเดน แอนด์ ไดอามอนด์ส หลังจากปฏิเสธโอกาสการเล่นกีฬาชนิดอื่น

'ผมชอบเล่นกีฬาทุกชนิดสมัยอยู่ที่โรงเรียน ดังนั้นผมจึงเล่นคริกเก็ตและรักบี้เช่นเดียวกับฟุตบอล' เบนเผย 'ตอนนั้นผมน่าจะเล่นคริกเก็ตได้ดีกว่าฟุตบอลด้วยนะ สุดท้ายมันก็ขึ้นอยู่กับสิ่งที่ผมชอบนั่นละ

'ผมเล่นคริกเก็ตระดับผู้ใหญ่ตอนที่อายุ 14 ปี พอเล่นเสร็จก็กลับไปทำการบ้านส่วนเพื่อนร่วมทีมคนอื่น ๆ เขาไปเข้าผับกัน ตอนเล่นคริกเก็ตผมไม่ค่อยรู้สึกว่ามันเป็นตัวเองสักเท่าไร นั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้ผมตัดสินใจเลือกเส้นทางฟุตบอลเพราะว่าผมมีความสุขมากกว่า'

ชิลเวลล์ใช้เวลา 2 ปีกับรัชเดน แอนด์ ไดอามอนด์ส ก่อนจะย้ายทีมครั้งใหญ่ไปอยู่กับเลสเตอร์ ซิตี้ก่อนเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น แรกเริ่มเขาเล่นบทบาทกองหน้าก่อนผันมาเป็นมิดฟิลด์ตัวกลาง การลงเล่นตำแหน่งแบ็คซ้ายสมัยบุกมาแข่งขันที่ค็อบแฮมคือสิ่งที่ทำให้อาชีพการค้าแข้งของเขาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

'ผมไปทดสอบฝีเท้ากับเลสเตอร์โดยลงเล่นเป็นมิดฟิลด์ แต่เกมแรกของผมคือการแข่งขันกับเชลซีที่ค็อบแฮมแล้วแบ็คซ้ายของเราดันเจ็บพอดี' เขาอธิบาย 'ผมเป็นนักเตะถนัดเท้าซ้ายคนเดียวในทีมก็เลยโดนจับไปเล่นตำแหน่งนั้นตลอดช่วงเวลาการทดสอบฝีเท้าที่เหลืออีก 6 สัปดาห์ ผมเล่นตรงนั้นมาตลอดเลย

'ช่วงไม่กี่ปีหลังจากนั้นจนกระทั่งผมอายุได้สัก 16 ปี ผมถามโค้ชให้ลองให้โอกาสผมในตำแหน่งกองกลางมาตลอด เพราะมันคือตำแหน่งที่ผมอยากลงเล่นและอยากจะเอ็นจอย ถ้าเรานำสัก 3-0 หรือ 4-0 ผมอาจจะได้เวลาสัก 10 นาทีในตำแหน่งนั้น แต่พอผมได้ทุนปุ๊บผมก็เริ่มชอบการเล่นแบ็คซ้าย และค้นพบว่ามันเป็นตำแหน่งที่เหมาะกับตัวผม

'มันไม่ใช่แค่เรื่องของการเล่นเกมรับหรือเล่นเป็นมิดฟิลด์ ก่อนหน้านี้ผมเคยชอบการเติมเกมรุกแล้วพยายามยิงประตู ผมตระหนักว่าการเล่นฟูลแบ็คในฟุตบอลยุคปัจจุบันมันเกี่ยวข้องกับเกมรุกเหมือนกัน นั่นคือตอนที่ผมเริ่มจะชอบตำแหน่งนี้ครับ'

แม้จะอยู่กับทีมอคาเดมี่ของเลสเตอร์มาตั้งแต่อายุ 12 ปี แต่ชิลเวลล์ไม่ได้รับการการันตีว่าเขาจะได้รับทุนและต้องเจอกับช่วงเวลาที่ยากลำบากในฤดูกาลที่เขาเล่นให้ทีม U-15 เขาย้อนความถึงตอนที่นั่งรถกลับบ้านกับคุณพ่อ ซึ่งคำสอนจากพ่อของเขาได้ช่วยให้เขาตระหนักว่าจะต้องพยายามมากแค่ไหนจึงจะทำตามความฝันได้สำเร็จ

'ฤดูกาลนั้นผมแทบไม่ได้ลงสนามเลย' ชิลเวลล์เล่าต่อ 'โค้ชจะอ่านรายชื่อทีมในวันพฤหัสบดีหลังการฝึกซ้อมก่อนการแข่งขันในวันเสาร์ ชื่อของผมไม่เคยถูกเอ่ยออกมาเลย

'คุณพ่อของผมเสียสละเยอะมากในการพาผมไปซ้อมสัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง เขายอมออกจากงานเพื่อขับรถพาผมไปทั่วประเทศ ทุกครั้งที่เรานั่งรถกลับบ้านมันเป็นอะไรที่ยากมาก ๆ เพราะทุกสัปดาห์มันมักจะมีความหวัง แต่จากนั้นมันก็ไม่เกิดขึ้น

'ผมรู้สึกว่าฤดูกาลนั้นได้ช่วยบ่มเพาะให้ผมเป็นอย่างในทุกวันนี้ เพราะผมตระหนักว่าพรสวรรค์มันแค่ช่วยให้เราไปถึงจุดหนึ่ง ผมไม่เคยทำงานกับเกมของตัวเองเวลาที่ไม่ได้อยู่ในสนามซ้อม และนั่นคือตอนที่คนอื่นก้าวข้ามผมไปได้

'ผมคิดว่าโอกาสที่ผมอาจจะโดนปล่อยตัวและช่วงเวลาที่ยากลำบากหลาย ๆ ครั้ง การที่แทบไม่ได้ลงสนามเล่นฟุตบอล มันช่วยหล่อหลอมผมขึ้นมา 100%

'หลังจากนั้นผมไปที่สวนสาธารณะทุกวัน ใช้เวลา 2 ชั่วโมงในการพัฒนาตัวเอง ฤดูกาลถัดมาผมได้เป็นกัปตันทีมชุด U-16 มันสอนผมว่าคุณต้องทำงานหนักในทุก ๆ อย่างที่คุณลงมือทำ สิ่งดังกล่าวที่เกิดขึ้นตั้งแต่อายุยังน้อยในอาชีพค้าแข้งของผมมันช่วยได้เมื่อคุณต้องผ่านช่วงเวลาอย่างที่สโมสรของเรากำลังเจอในตอนนี้

'เวลาที่ผมผ่านเรื่องบางอย่างที่มันเคยเกิดขึ้นในอดีต ผมรู้ว่าคำตอบคือการก้มหน้าก้มตา ทำงานหนัก แล้วทำให้ได้'

ข่าวอื่นๆ