รายงานผล

รายงานการแข่งขัน: เชลซี 3-1 ลูตัน

เชลซีกรุยทางผ่านเข้าสู่รอบ 5 ของศึกเอฟเอ คัพ ด้วยการเอาชนะทีมจากแชมเปี้ยนชิพโดยแทมมี่ อับราฮัมทำแฮตทริค

สิงห์บลูส์ ได้ 2 ประตูแรกอย่างรวดเร็วจากอับราฮัม โดยลูกแรกติโม แวร์เนอร์เป็นคนจ่ายให้ ส่วนลูกที่สองรีซ เจมส์ เป็นคนแอสซิสต์

ถึงจุดดังกล่าวพวกเราดูเหมือนจะเล่นกันได้ง่าย ๆ แต่ลูตันเปลี่ยนแผนจากกองหลัง 5 คนไปเป็น 4 คนแล้วทำประตูตีตื้นในนาทีที่ 30 จากจอร์แดน คลาร์ก

ณ เวลานั้น หิมะที่ถล่มลงมาที่กรุงลอนดอนซึ่งปกคลุมพื้นสนามก่อนการคิกออฟละลายหายไปแล้ว ซึ่งทีมเยือนก็เริ่มกดดันได้มากขึ้นเรื่อย ๆ ก่อนที่การแข่งขันครึ่งแรกจะจบลง พวกเรามีสกอร์นำอยู่ 2-1

ถือเป็นความท้าทายของเชลซีที่แม้จะผ่านบอลกันได้ดีในครึ่งหลัง แต่เป็นเกปาที่โชว์ซูเปอร์เซฟไม่ให้คู่แข่งตามตีเสมอ ถือเป็นการลบเครื่องหมายคำถามจากจังหวะการเสียลูกแรกในเกมนี้ให้กับลูตัน

อับราฮัม มาทำแฮตทริคได้สำเร็จในช่วงที่เวลาการแข่งขันเหลืออยู่ประมาณ 15 นาที ทำให้พวกเราหนีห่างไปเป็น 3-1

เรื่องที่น่าผิดหวังเพียงอย่างเดียวในครึ่งหลังคือติโม แวร์เนอร์ ยิงจุดโทษช่วงท้ายเกมไม่เข้า

รอบถัดไป

มีการจับสลากรอบที่ 5 ไปแล้วในเวลาเดียวกับรอบที่ 4 ดังนั้นเรารู้ว่าจะต้องออกไปเยือนบาร์นสลี่ย์ที่เอาชนะนอริช 1-0 เมื่อวานนี้ ปัจจุบันทีมจากยอร์คเชียร์รั้งอันดับที่ 11 ในตารางคะแนนแชมเปี้ยนชิพ เชลซีเคยบุกไปพ่ายต่อพวกเขา 1-0 เมื่อปี 2008 ซึ่งถือเป็นครั้งล่าสุดที่พวกเราปราชัยให้กับทีมจากแชมเปี้ยนชิพในรายการเอฟเอ คัพ

การแข่งขันจะมีขึ้นในวันที่ 9-11 กุมภาพันธ์ (รอยืนยัน)

การจัดทัพ

แฟรงค์ แลมพาร์ด ส่งทีมชุดแข็งแกร่งลงเป็น 11 ตัวจริงในวันนี้ บิลลี่ กิลมอร์ ลงทำหน้าที่ในแผงมิดฟิลด์ร่วมกับเมสัน เมาท์ที่วันนี้ได้สวมปลอกแขนกัปตันทีมเป็นครั้งแรก มีการปรับนักเตะ 7 ตำแหน่งจากการปราชัยให้เลสเตอร์โดยอันเดรียส คริสเตนเซ่น ได้โอกาสคุมแนวรับเป็นครั้งแรกในปี 2021 ฮาคิม ซิเยคและคริสเตียน พูลิซิชเล่นเป็นปีกขณะที่ติโม แวร์เนอร์ ยืนด้านหลังแทมมี่ อับราฮัมในตำแหน่งกองหน้าตัวเป้า

นาทีต่อนาที - ครึ่งแรก

นาทีที่ 11 – เชลซี มาได้ประตูออกนำอย่างรวดเร็วจากการทุ่มเร็วไปถึงแวร์เนอร์ ก่อนแข้งชาวเยอรมันพยายามเปิดบอลที่สุดเส้นหลัง ไปโดนแนวรับทีมเยือนไหลเข้าทางแทมมี่ อับราฮัม ได้ยิงแบบไม่ต้องจับตุงตาข่าย

นาทีที่ 17 – พวกเรามาได้ประตูต่อเนื่องเลยเป็นจังหวะที่ซิเยคไหลคืนให้เจมส์บรรจงครอสเข้าเขตโทษ แล้วเป็นแทมมี่ อับราฮัม ขึ้นโหม่งเอาชนะตัวประกบโขกบอลหนีมือผู้รักษาประตูเข้าไป 2-0 แล้ว!

นาทีที่ 28 – สิงห์บลูส์ ต่อบอลกันขึ้นมาได้อย่างยอดเยี่ยมจังหวะสุดท้าย อับราฮัม วิ่งข้ามหลอกให้บอลเลยมาถึง พูลิซิช ได้ซัดเน้น ๆ แต่โดนไม่ดีทำให้ผู้รักษาประตูเซฟเอาไว้ได้

นาทีที่ 30 – จากจะได้ประตูที่สาม พวกเรามาโดนลูตันตามตีตื่นในจังหวะการวอลเล่ย์ของคลาร์ก เกปารับไม่อยู่ สกอร์เปลี่ยนเป็น 2-1

นาทีที่ 34 – คริสเตียน พูลิซิช ได้บอลบริเวณหน้าเขตโทษแล้วพยายามเน้นยิงเสียบสามเหลี่ยมแต่บอลเหินโด่งออกไปนิดเดียว

นาทีที่ 36 – เชลซีเกือบได้ประตูอีกครั้งเป็นจังหวะที่เจมส์หลุดมาทางขวาแล้วเปิดบอลเข้ากลางไปถึง อับราฮัมเข้าชาร์จแต่โดนไม่เต็มใบทำให้หลุดออกหลังไป

นาทีต่อนาที - ครึ่งหลัง

นาทีที่ 49 – เริ่มต้นครึ่งหลังได้ไม่นาน “สิงห์บลูส์” โหมบุกขึ้นมาอีกครั้งและเกือบได้ด้วยโดยเริ่มจากเจมส์ที่เติมมาเปิดเรียดจากฝั่งขวาเป็นพูลิซิชเข้าชาร์จที่จุดนัดพบแต่นายด่านทีมเยือนเซฟไว้ได้เหลือเชื่อ
 
นาทีที่ 55 – พวกเรายังคงเปิดเกมรุกเข้าใส่ไม่หยุดคราวนี้ซิเยคไหลคืนให้เมาท์ได้ยิงแบบไม่ต้องจับจากนอกกรอบบอลเสยข้ามคานออกไปไม่ไกล
 
นาทีที่ 60 – ลูตันมาได้โอกาสทองในจังหวะเคาเตอร์แอทแทคแล้วเป็นคอร์นิคที่หลุดไปยิงจากทางขวาแบบเน้น ๆ แต่เกปาโชว์ซูเปอร์เซฟเอามือปัดไว้ได้

นาทีที่ 72 – แทมมี่ อับราฮัม เกือบทำแฮตทริคในจังหวะที่เทคตัวเอาชนะตัวประกบแล้วได้โขกบอลแต่หลุดเสาออกไปนิดเดียว

นาทีที่ 74 – อับราฮัมมาทำแฮตทริคสำเร็จในจังหวะที่ฮัดสัน-โอดอย ทำชิ่งกับกิลมอร์แล้วได้หลุดไปเปิดจากเส้นหลัง บอลมาถึงกองหน้าชาวอังกฤษได้จบสกอร์เข้าไปอย่างเด็ดขาด

นาทีที่ 84 - พวกเรามาได้จุดโทษจากจังหวะที่โควาซิชแทงทะลุช่องให้แวร์เนอร์แล้วหัวหอกชาวเยอรมันโดนคู่แข่งล้มลงในกรอบเขตโทษ

นาทีที่ 85 – แวร์เนอร์ลุกขึ้นมาซัดด้วยตัวเองแต่โดนสลูก้าเซฟเอาไว้ได้

นาทีที่ 90+3 - จังหวะสุดท้ายของเกมชิรูด์ได้ลองยิงจากแถว ๆ เส้นเขตโทษด้วยเท้าขวาแต่ก็โดนเซฟเอาไว้ได้อีก

หมดเวลาการแข่งขันเชลซีเปิดบ้านคว้าชัยชนะ 3-1 ผ่านเข้าสู่รอบที่ 5 ของเอฟเอ คัพได้สำเร็จ

อับราฮัมขึ้นนำดาวซัลโว

แฮตทริคครั้งที่ 2 ในอาชีพค้าแข้งของแทมมี่ อับราฮัมกับเชลซีทำให้เขายิงรวมไปแล้ว 11 ประตูในฤดูกาลนี้ แซงหน้าโอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ และติโม แวร์เนอร์ ที่ซัดกันไปคนละ 9 ตุงกลายเป็นดาวซัลโวของเรา

เกมถัดไป?

เราจะลงแข่งขันที่เดอะ บริดจ์โดยเป็นโปรแกรมพรีเมียร์ ลีกในคืนวันพุธพบกับวูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส ถือเป็นการกลับมาเจอกันอย่างรวดเร็วเพราะเราเพิ่งบุกไปเยือนพวกเขาเมื่อประมาณหนึ่งเดือนก่อน แมตช์นี้คิกออฟเวลา 01.00 น. ของประเทศไทย
 

เชลซี (4-2-3-1): เกปา; เจมส์, คริสเตนเซ่น, ซูม่า, เอแมร์ซอน; กิลมอร์, เมาท์ (c) (โควาซิช 84); ซิเยค (ฮาแวร์ตซ์ 77), แวร์เนอร์, พูลิซิช (ฮัดสัน-โอดอย 70); อับราฮัม (ชิรูด์ 77)
ตัวสำรองไม่ได้ลงสนาม กาบาเยโร่, อัซปิลิเกวต้า, รูดิเกอร์, ชิลเวลล์, จอร์จินโญ่
ผู้ทำประตู อับราฮัม 11, 17, 74

ลูตัน (5-4-1): สลูก้า; บรี (ลัวลัว 61), ล็อคเยอร์, เรอา (พอตต์ส, h-t), แบรดลี่ย์ (c), ไนสมิธ (มอนเคอร์ 75); คลาร์ก, ทันนิคลิฟฟ์ (เบอร์รี่ 61), รัดด็อค-พานซ่า, ดิวส์บิวรี่-ฮอลล์; คอร์นิค (คอลลินส์ 61)
ตัวสำรองไม่ได้ลงสนาม เชอา, ฮิลตัน, ลี, นอมเบ้
ผู้ทำประตู คลาร์ก 30
ใบเหลือง คลาร์ก 85


ผู้ตัดสิน เดวิด คูต
 

ข่าวอื่นๆ