รายงานผล

รายงานการแข่งขัน: เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด 1-2 เชลซี

เป็นครั้งที่สองในรอบ 4 วันที่จุดโทษของจอร์จินโญ่ ได้สร้างความแตกต่างในการเล่นเกมเยือนโดยสิงห์บลูส์ ขยับมารั้งอันดับ 5 ของตารางจากชัยชนะที่ยากลำบาก ณ บรามอลล์ เลน

เหมือนกับในเกมที่พบท็อตแน่มเมื่อคืนวันพฤหัสบดี เป็นติโม แวร์เนอร์ที่โดนทำฟาวล์และครั้งนี้จอร์จินโญ่ เลือกใช้เทคนิคการยิงจุดโทษแบบเดิมของเขาทำให้อารอน แรมส์เดลพุ่งไปผิดทาง ปัจจุบันเขากลายเป็นรองดาวซัลโวของทีมเราในเกมลีกด้วยการซัดไป 5 ตุง

ประตูชัยของพวกเราเกิดขึ้นในนาทีที่ 58 หลังจากโทนี่ รูดิเกอร์ ทำเข้าประตูตัวเอง กลายเป็นการเสียประตูแรกในยุคของโธมัส ทูเคิ่ล กองหลังชาวเยอรมันแก้ตัวจากความผิดพลาดของเขาได้อย่างยอดเยี่ยม โดยช่วยบล็อคในจังหวะสำคัญหลายครั้งรวมถึงจังหวะเคลียร์บอลทำให้ทีมรักษาสกอร์นำเอาไว้ได้สำเร็จ

ในขณะที่กำลังจะหมดครึ่งแรก เมสัน เมาท์ยิงประตูให้พวกเราออกนำหลังการทำงานที่ยอดเยี่ยมจากแวร์เนอร์ และตามที่คาดหวังจากทีมที่ต้องดิ้นรนต่อสู้เพื่อหนีตกชั้น สิงห์บลูส์เจอกับความยากลำบากตลอดทั้งเกม แต่การเซฟในนาทีที่ 96 ของเอดูอาร์ เมนดี้ในจังหวะที่บิลลี่ ชาร์ปจักรยานอากาศ ช่วยให้พวกเราเก็บสามคะแนนเอาไว้ได้

เชลซีทำแต้มจี้ลิเวอร์พูลเหลือหนึ่งคะแนนหลังจากคว้าชัยชนะเป็นนัดที่ 3 ติดต่อกัน

การจัดทัพ

ทูเคิ่ลปรับทัพ 3 ตำแหน่งจากทีมเชลซีที่ลงแข่งขันกับสเปอร์ส โดยอันเดรียส คริสเตนเซ่น, เบน ชิลเวลล์ และโอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ได้ลงเป็นตัวจริง สำหรับคริสเตนเซ่น ลงมาแทนธิอาโก้ ซิลวาที่มีอาการบาดเจ็บ, มาร์กอส อลอนโซ่ต้องหลีกทางให้ชิลเวลล์ ขณะที่ชิรูด์ยืนหน้าเป้าและเป็นคัลลัม ฮัดสัน-โอดอย ที่โดนดร็อปไปเป็นตัวสำรอง

วันนี้ไม่มีชื่อของคริสเตียน พูลิซิชในขุมกำลังเนื่องจากเหตุผลส่วนตัว แต่เคิร์ต ซูม่ากลับมาเป็นตัวสำรองหลังหายจากอาการบาดเจ็บ ส่วนบิลลี่ กิลมอร์มีชื่อติดทีมครั้งแรกในยุคของทูเคิ่ล

นาทีต่อนาที - ครึ่งแรก

นาทีที่ 1 - เริ่มเกมมาได้เพียง 30 วินาที เจ้าบ้านได้ลุ้นก่อนเลย เป็นจังหวะที่ดักบอลได้แล้วไปถึงแม็คเบอร์นี่ย์แทงทะลุช่องให้เบิร์กมีพื้นที่ได้ลองซัดด้วยซ้ายแต่เข้าข้างตาข่าย

นาทีที่ 6 - เชลซีตอบโต้คืนมาบ้างคราวนี้โควาซิชยกบอลอย่างสวยให้แวร์เนอร์หลุดเดี่ยว จังหวะสุดท้ายกองหน้าชาวเยอรมันงัดข้ามแรมส์เดลได้แล้ว แต่บาแชมวิ่งมาเคลียร์ทิ้งออกหลังไปได้

นาทีที่ 11 - เจ้าบ้านขึ้นเกมมาอีกครั้งคราวนี้ไบรอัน วางบอลจากด้านซ้ายไปให้บาแชมทางด้านขวาในกรอบเขตโทษ โดยเขาพักบอลได้สวยแล้วหลอกจะยิงจังหวะแรกแต่โดนชิลเวลล์สกัดล้มลง เควิน เฟรนด์เป่าเป็นจุดโทษ อย่างไรก็ตามหลังตรวจสอบจาก VAR ปรากฎว่าล้ำหน้าไปแล้วทำให้จุดโทษโดนยกเลิกไปด้วย

 

นาทีที่ 18 - จังหวะฟรีคิกของเชลซีเยื้องไปทางซ้าย เมาท์เปิดเข้ามาด้านในอัซปิลิเกวต้าได้ขึ้นโขกแต่มีตัวประกบทำให้ไม่ถนัดเท่าไรนักบอลตกพื้นก่อนโดนแรมส์เดลรับเอาไว้ได้

นาทีที่ 29 - แวร์เนอร์พยายามเปิดบอลจากริมเส้นด้านซ้าย แต่โดนเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ดโหม่งสกัดออกมา บอลไปตกที่จอร์จินโญ่ไหลสั้น ๆ ให้รูดิเกอร์ได้ยิงจากระยะประมาณ 25 หลา แต่บอลบดพื้นออกหลังไป

 

นาทีที่ 34 - เชลซีได้เปิดเกมรุกใส่อีกครั้งคราวนี้เป็นจังหวะที่เราดักเก็บมาได้ก่อนเจมส์คายให้อัซปิลิเกวต้าได้ตั้งป้อมครอสเข้าไปถึงหัวของเบน ชิลเวลล์ แต่ดาวเตะชาวอังกฤษเจอโบเกิลขึ้นประกบด้วยทำให้โหม่งไม่ถนัดเท่าไรนักหลุดออกหลังไปไกล

นาทีที่ 36 - สิงห์บลูส์ทำเกมรุกกันอย่างสวยเลย เริ่มจากชิรูด์จ่ายสั้นให้แวร์เนอร์ แวร์เนอร์จ่ายต่อให้โควาซิช แล้วมิดฟิลด์โครแอตแทงให้ชิลเวลล์ควบไปทางด้านซ้ายก่อนหักเข้าในให้เมาท์ได้ซัดด้วยเท้าซ้ายแต่ไบรอันล้มตัวบล็อคลูกยิงเอาไว้ได้

นาทีที่ 43 - พวกเรามาได้ประตูออกนำจนได้ เริ่มจากชิลเวลล์บริเวณริมเส้นด้านซ้าย จ่ายทะลุช่องให้แวร์เนอร์ใช้ความเร็วควบไปเอาแล้วตบเข้าในมาที่จุดนับพบเป็นเมสัน เมาท์ได้ซัดเน้น ๆ ด้วยเท้าซ้ายแบบไม่ต้องแต่ง ส่งบอลกระทบก้นตาข่ายอย่างสวยงาม

นาทีต่อนาที - ครึ่งหลัง

นาทีที่ 54 - จังหวะขึ้นเกมรุกของเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด แม็คเบอร์นี่กะจ่ายทะลุช่องให้เพื่อนแต่รูดิเกอร์ดักทางไว้ได้ แต่กองหลังชาวเยอรมันส่งบอลคืนไปให้เมนดี้ในจังหวะที่ปรี่ออกมาทำให้สวนกัน กลายเป็นการทำเข้าประตูตัวเองแบบงง ๆ

นาทีที่ 58 - แต่แล้วเชลซีมาได้ประตูขึ้นนำอีกครั้งอย่างรวดเร็วเริ่มจากบอลคืนหลังของนักเตะเจ้าบ้าน ซึ่งแวร์เนอร์อ่านขาดวิ่งไปเล่นแล้วพยายามแตะหนีแรมส์เดลก่อนจะสปีดไปเอาต่อ แต่โดนนายด่านเจ้าบ้านรวบล้มลง เควิน เฟรนด์ไปเช็กมอนิเตอร์ VAR ข้างสนามแล้วให้เป็นจุดโทษ จอร์จินโญ่รับหน้าที่สังหาร วิ่ง ๆ มากระโดดยิงเข้าไปนิ่ม ๆ

นาทีที่ 60 - จังหวะปั๊มบอลกันกลางสนาม "ดาบคู่" เก็บได้แล้วนอร์วู้ดไหลสั้น ๆ ไปให้เฟล็คมีพื้นที่ลองตั้งป้อมยิงด้วยซ้ายจากระยะประมาณ 30 หลาแต่เมนดี้รับบอลเข้าซองไร้ปัญหา

นาทีที่ 62 - โธมัส ทูเคิ่ล ปรับแผนโดยส่งมาร์กอส อลอนโซ่ กับคัลลัม ฮัดสัน-โอดอย ลงเล่นแทนเบน ชิลเวลล์ และโอลิวิเย่ร์ ชิรูด์

นาทีที่ 73 - โบเกิ้ลพยายามลากตะลุยทางขวาแต่โดนสกัดได้ บอลไปเข้าทางแม็คโกลดริกได้ง้างยิงจากนอกเขตโทษ เมนดี้ยังรับไว้ได้เช่นเดิม

นาทีที่ 75 - เจ้าบ้านนวดพวกเราอย่างต่อเนื่อง คราวนี้จอห์น เฟล็คพาบอลแหวกแนวรับเชลซีมาได้ก่อนจังหวะสุดท้ายที่จะเปิดเข้าในให้เพื่อนโดนรูดิเกอร์วิ่งตามมาบล็อคเอาไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม

ช่วงท้ายเกมเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ดมาได้อีกหนึ่งจังหวะหวาดเสียว เป็นลูกทุ่มทางขวาเข้าไปให้แม็คเบอร์นี่ย์กระดกต่อ บอลไปถึงบิลลี่ ชาร์ป ได้ยิงสไตล์โอเวอร์เฮดคิกแต่เมนดี้ยังล้มตัวปัดออกไปได้

หมดเวลาการแข่งขันเชลซีคว้าชัยชนะเป็นนัดที่ 3 ติดต่อกันในพรีเมียร์ ลีก มีคะแนนรวม 39 แต้มหลังผ่านการแข่งขัน 23 นัด ตามหลังลิเวอร์พูล ทีมอันดับ 4 อยู่แค่แต้มเดียวแล้ว

นัดถัดไป?

สิงห์บลูส์จะกลับมาลงเล่นที่ยอร์คเชียร์ใต้อีกครั้งในคืนวันพฤหัสบดี โดยบาร์นสลี่ย์จะเปิดบ้านแข่งขันกับพวกเราในศึกเอฟเอ คัพ รอบที่ 5 สำหรับเกมลีกนัดถัดไปของพวกเราจะเตะในสัปดาห์หน้าโดยเป็นเกมวันจันทร์กับนิวคาสเซิ่ล

เชลซี (3-4-1-2): เมนดี้; อัซปิลิเกวต้า (c), คริสเตนเซ่น, รูดิเกอร์; เจมส์, จอร์จินโญ่, โควาซิช, ชิลเวลล์ (อลอนโซ่ 62); เมาท์, แวร์เนอร์ (ก็องเต้ 75); ชิรูด์ (ฮัดสัน-โอดอย 62)
ตัวสำรองไม่ได้ลงสนาม เกปา, ซูม่า, เอแมร์ซอน, ก็องเต้, กิลมอร์, ซิเยค, อับราฮัม
ผู้ทำประตู: เมาท์ 43, จอร์จินโญ่ 58 (จุดโทษ)

เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด (3-5-2): แรมส์เดล; บาแชม, อีแกน, ไบรอัน (ชาร์ป 68); โลว์, ลุนด์สแตรม, นอร์วู้ด (บรูว์สเตอร์ 86), เฟล็ค, โบเกิ้ล; แม็คเบอร์นี่ย์, เบิร์ก (แม็คโกลดริก 62)
ตัวสำรองไม่ได้ลงสนาม โฟเดริงแฮม, จาเกียลก้า, ออสบอร์น
ผู้ทำประตู: รูดิเกอร์ OG (54)
ใบเหลือง: บาแชม

ผู้ตัดสิน เควิน เฟรนด์

ข่าวอื่นๆ