รายงานผล

รายงานการแข่งขัน: เซาท์แธมป์ตัน 1-1 เชลซี

เมสัน เมาท์ ทำประตูให้เชลซีที่เซาท์ โคสต์ได้อีกครั้ง แต่ไม่เพียงพอที่จะช่วยให้พวกเราเก็บ 3 คะแนนโดยทีมของโธมัส ทูเคิ่ล บุกแบ่งแต้มกับนักบุญที่สนามเซนต์ แมรี่ส์

แม้เป็นฝ่ายครองเกมได้ส่วนใหญ่ แต่พวกเราต้องเป็นฝ่ายตามหลังไปก่อนหลังจากที่ทาคุมิ มินามิโนะ หลุดแผงหลังเข้าไปจบสกอร์อย่างเฉียบคมช่วยให้เซาท์แธมป์ตันออกนำซึ่งคงอยู่ประมาณ 20 นาที

เมาท์ โชว์ผลงานได้อย่างคึกคักในครึ่งหลังก่อนมาเรียกจุดโทษซึ่งเขาซัดด้วยตัวเองกลายเป็นประตูตีเสมอ จังหวะนี้แดนนี่ อิ้งส์ไปเข้าพรวดรวบมิดฟิลด์ทีมชาติอังกฤษในกรอบเขตโทษ และผู้ตัดสินเป่าทันทีแบบไม่ต้องมีข้อโต้แย้ง

กับเวลาการแข่งขันที่เหลืออยู่พักใหญ่ทั้งสองฝ่ายตามมีโอกาสที่จะยิงประตูชัย โดย "นักบุญ" มีจังหวะใกล้เคียงที่สุดเมื่อยานนิค เวสเตอร์การ์ดโหม่งบอลไปชนคาน ขณะที่โอกาสของเชลซีเป็นลูกยิงของรีซ เจมส์ที่ซัดเหินข้ามคานออกไป หนึ่งแต้มนัดนี้ทำให้พวกเรายังรั้งอันดับ 4 ก่อนการแข่งขันของทีมอื่นในสุดสัปดาห์นี้

ปรับทัพ 4 ตำแหน่ง

เอดูอาร์ เมนดี้, รีซ เจมส์, เคิร์ต ซูม่า และเอ็นโกโล่ ก็องเต้ มีชื่อเป็นตัวจริง โดยรายหลังสุดได้ออกสตาร์ตศึกพรีเมียร์ ลีกครั้งแรกในยุคของโธมัส ทูเคิ่ล ทางเกปา อาร์ริซาบาลาก้า, อันเดรียส คริสเตนเซ่น, จอร์จินโญ่ และคัลลัม ฮัดสัน-โอดอย คือนักเตะที่ต้องหลีกทางไปเป็นตัวสำรอง

แทมมี่ อับราฮัม ที่โดนถอดออกจากเกมพบนิวคาสเซิ่ลเพราะอาการบาดเจ็บ ฟิตลงสนามได้เป็นกองหน้าตัวเป้าให้กับทีม

เซาท์แธมป์ตันปรับ 2 ตำแหน่งจากเกมที่ปราชัยให้วูล์ฟส์ 2-1 เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยไคล์ วอล์คเกอร์-ปีเตอร์ส และสจ๊รวต อาร์มตรองพลาดมีส่วนร่วมเพราะอาการบาดเจ็บ ไรอัน เบอร์ทรานด์กับโอริโอล โรเมอู อดีตนักเตะสิงห์บลูส์ได้ลงเป็นตัวจริงให้กับทีมของราล์ฟ ฮาเซนฮุตเทิ่ล

นาทีต่อนาที - ครึ่งแรก

นาทีที่ 6 - เชลซีเกือบได้ประตูขึ้นนำจากการเล่นเกมโต้กลับ โดยเป็นรีซ เจมส์พาบอลไปทางขวาแล้วรอจังหวะก่อนบรรจงครอสไปให้มาร์กอส อลอนโซ่ บริเวณเสาไกล แข้งชาวสแปนิชตั้งป้อมฮาล์ฟวอลเล่ย์ด้วยเท้าซ้ายแบบไม่จับ บอลหลุดเสาออกไปแค่นิดเดียว

นาทีที่ 20 - เกมดำเนินมาเกือบครึ่งทางของครึ่งแรก เป็น "สิงห์บลูส์" ที่ได้ครองบอลเป็นส่วนใหญ่ แต่ยังไม่สามารถสร้างโอกาสได้มากนัก

นาทีที่ 24 - มีจังหวะที่มาร์กอส อลอนโซ่ ล้มลงในกรอบเขตโทษของคู่แข่ง โดยไปเบียดกับยาน เบ๊ดนาเร็ค แต่ผู้ตัดสินไม่ได้ว่าอะไร

นาทีที่ 30 - เกมรุกที่กำลังตันทำให้ โทนี่ รูดิเกอร์ ขอลองยิงด้วยตัวเองจากระยะประมาณ 30 หลา เขาซัดบอลด้วยเท้าขวาแต่ไปตรงตัวอเล็กซ์ แม็คคาร์ธีย์รับไว้ได้แบบไม่ยากเย็นนัก

นาทีที่ 33 - เจ้าบ้านมาได้ประตูขึ้นนำจากโอกาสครั้งแรกในเกมของพวกเขา โดยเป็นนาธาน เรดมอนด์ ไหลทะลุช่องจากแถว ๆ กลางสนามให้ทาคุมิ มินามิโนะได้หลุดเข้ากรอบเขตโทษ แล้วจังหวะยิงล็อคหลอกได้ทั้งเซซาร์ อัซปิลิเกวต้าและเอดู เมนดี้ ก่อนซัดเข้าไปตุงตาข่าย

นาทีที่ 37 - ฝ่ายเราเร่งเกมหวังทวงประตูตีเสมอทันที แล้วมาได้โอกาสจากลูกฟรีคิกที่อลอนโซ่เปิดจากระยะไกลเข้าไปถึงซูม่าได้โหม่ง แต่ผู้รักษาประตูเจ้าบ้านยังบินเซฟไว้ได้

นาทีที่ 43 - มีจังหวะที่เอ็นโกโล่ ก็องเต้ เหมือนไปเข้าช้าแล้วย่ำใส่เฌเนโป แต่ VAR เช็กแล้วไม่ได้มีปัญหาอะไร

นาทีต่อนาที - ครึ่งหลัง

นาทีที่ 46 - เริ่มครึ่งหลัง โธมัส ทูเคิ่ล แก้เกมโดยส่งคัลลัม ฮัดสัน-โอดอย ลงมาเล่นแทนแทมมี่ อับราฮัม

นาทีที่ 51 - จังหวะนี้ติโม แวร์เนอร์ พาบอลหนียานนิค เวสเตอร์การ์ด เข้ากรอบเขตโทษทางซ้าย แล้วพยายามยิงจากมุมแคบแต่บอลเข้าข้างหน้าต่าง

นาทีที่ 54 - เชลซียังเปิดเกมรุกต่อเนื่องแล้วคราวนี้มาได้จุดโทษในจังหวะที่ฮัดสัน-โอดอย ผ่านบอลให้เมาท์ในกรอบซึ่งกองกลางชาวอังกฤษแตะหนีแดนนี่ อิ้งส์แล้วโดนเข้าพรวดจนล้มลง เขาลุกขึ้นมาสังหารด้วยตัวเองแล้วยิงนิ่ม ๆ ส่งบอลไปคนละทางกับผู้รักษาประตู ช่วยให้พวกเรากลับมาตีเสมอ 1-1

นาทีที่ 58 - เดอะ บลูส์ มาได้โอกาสอีกครั้งหลังจากที่เมาท์โดนวอร์ด-เพราส์ ทำฟาวล์หน้าเขตโทษห่างจากประตูสัก 22 หลา เป็นมาร์กอส อลอนโซ่ที่พยายามปั่นด้วยซ้ายแต่ฟรีคิกของเขาไม่พ้นกำแพง

นาทีที่ 70 - เจ้าบ้านเกือบได้ประตูขึ้นนำ โดยเรดมอนด์เปิดบอลจากทางด้านซ้ายเขตโทษ กองหลังของเราพยายามโขกสกัดแต่ได้แค่แฉลบแล้วบอลหลุดไปถึงเวสเตอร์การ์ดได้ตั้งหัวโขกเหน่ง ๆ ยังเคราะห์ดีไปชนคาน แดนนี่ อิ้งส์ตามมาซ้ำก็ไม่เข้าเป้า

นาทีที่ 76 - ทูเคิ่ล แก้เกมอีกครั้งคราวนี้ถอดฮัดสัน-โอดอยกับโควาซิชออก แล้วส่งซิเยคกับจอร์จินโญ่ลงเล่นแทน

นาทีที่ 83 - เชลซีมาได้โอกาสอีกครั้งต้องชมเมาท์ที่พาบอลหนีตัวประกบอย่างสวย แล้วเอาไปสุดเส้นหลังก่อนครอสเข้ามาด้านในถึงเจมส์ที่ยืนโล่ง ๆ ได้แปด้วยเท้าขวา แต่บอลเหินข้ามคานออกไปไกล

นาทีที่ 88 - ทีมเรายังคงพยายามหาประตูชัย คราวนี้ซิเยคอยู่ทางด้านซ้ายแล้วไหลบอลไปให้เมาท์ ซึ่งมีพื้นที่จึงได้ลองกดด้วยขวาจากระยะไกล แต่บอลก็ยังข้ามคานออกไปอีก

หมดเวลาการแข่งขัน ชัยชนะต่อเนื่องของเชลซีในพรีเมียร์ ลีกหยุดลงที่ 4 นัด ส่วนทางเจ้าบ้าน หยุดสถิติการแพ้เกมลีกในบ้านให้กับพวกเราเอาไว้ที่ 5 นัดติดต่อกัน

เกมถัดไป?

สิงห์บลูส์จะกลับมาแข่งขันแชมเปี้ยนส์ ลีกในคืนวันอังคารนี้ โดยเจอกับแอตเลติโก มาดริดในรอบ 16 ทีมสุดท้ายนัดแรก ซึ่งจะแข่งขันที่เมืองบูคาเรสต์ หลังจากนั้นเราต้องเปิดรังเดอะ บริดจ์รับมือแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดในวันอาทิตย์หน้า


เชลซี (3-4-2-1) เมนดี้; อัซปิลิเกวต้า (c), ซูม่า, รูดิเกอร์; เจมส์, ก็องเต้, โควาซิช (จอร์จินโญ่ 76), อลอนโซ่; เมาท์, แวร์เนอร์; อับราฮัม (ฮัดสัน-โอดอย h/t) (ซิเยค 76)
ตัวสำรองไม่ได้ลงสนาม เกปา, คริสเตนเซ่น, ชิลเวลล์, เอแมร์ซอน, กิลมอร์, ชิรูด์
ผู้ทำประตู เมาท์ (จุดโทษ) 54
ใบเหลือง อลอนโซ่ 80

เซาท์แธมป์ตัน (4-2-3-1) แม็คคาร์ธีย์; เบ๊ดนาเร็ค, ซาลิซู, เวสเตอร์การ์ด, เบอร์ทรานด์; โรเมอู, วอร์ด-เพราส์ (c), เฌเนโป, มินามิโนะ (เตลล่า 76), เรดมอนด์ (เอ็นลุนดูลู 90+3), อิ้งส์ (อดัมส์ 85)
ตัวสำรองไม่ได้ลงสนาม ฟอร์สเตอร์, สตีเฟ่นส์, แรมซี่ย์, เฟอร์รี่, ยานเควิตซ์, เชาค์
ผู้ทำประตู มินามิโนะ 33
ใบเหลือง แม็คคาร์ธีย์ 90+2

ผู้ตัดสิน แอนโธนี่ เทย์เลอร์

ข่าวอื่นๆ