รายงานผล

รายงานการแข่งขัน: เชลซี 0-0 แมนฯ ยูไนเต็ด

เป็นเหตุการณ์เดียวกับที่เคยเกิดขึ้นในการพบกันครั้งที่แล้ว โดยเชลซีและแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เสมอกันแบบไร้สกอร์แบ่งกันไปทีมละหนึ่งแต้มในศึกพรีเมียร์ ลีกที่สแตมฟอร์ด บริดจ์

ทั้งสองทีมต่างมีโอกาสยิงประตูและทำให้ผู้รักษาประตูต้องออกแรงเซฟตลอด 90 นาที โดยดาบิด เด เคอา ปฏิเสธจังหวะยิงของฮาคิม ซิเยคในช่วงต้นครึ่งหลัง ขณะที่เอดูอาร์ เมนดี้ ก็ป้องกันลูกยิงที่ทรงพลังของสก็อตต์ แม็คโทมิเนย์เอาไว้ได้เช่นกัน

แม้ในเกมนี้จะมีโอกาสยิงรวมทั้งหมด 28 ครั้ง แต่ไม่มีฝ่ายใดที่สามารถใส่สกอร์ได้ ทำให้โธมัส ทูเคิ่ล ยังคงสถิติไร้พ่ายในฐานะกุนซือสิงห์บลูส์เอาไว้ได้ต่อไป

การจัดทัพ

แมตช์นี้มีการเปลี่ยนแปลง 3 ตำแหน่งจากชัยชนะนัดกลางสัปดาห์ในรายการแชมเปี้ยนส์ ลีก โดยเบน ชิลเวลล์, เอ็นโกโล่ ก็องเต้ และฮาคิม ซิเยค ได้เป็นตัวจริงแทนที่มาร์กอส อลอนโซ่, จอร์จินโญ่ และติโม แวร์เนอร์

ยูไนเต็ด เปลี่ยนตัว 2 นักเตะจากเกมพรีเมียร์ ลีกเมื่อสัปดาห์ที่แล้วของพวกเขา โดยเป็นสก็อตต์ แม็คโทมิเนย์และเมสัน กรีนวู้ด ที่ได้ลงสนาม ส่วนเอดินสัน คาวานี่ ไม่มีชื่อเพราะอาการบาดเจ็บ เช่นเดียวกับธิอาโก้ ซิลวาของพวกเรา

นาทีต่อนาที - ครึ่งแรก

นาทีที่ 14 - จังหวะลุ้นประตูครั้งแรกมาจากลูกฟรีคิกของฝั่งยูไนเต็ด โดยห่างออกไปประมาณ 25 หลา มาร์คัส แรชฟอร์ด วิ่งมากดด้วยขวาบอลฮุกน่ากลัวแต่ เอดู เมนดี้ ทุบทิ้งไปได้

นาทีที่ 15 - จังหวะต่อเนื่องจากลูกฟรีคิกที่โดนปฏิเสธ บอลไปโดนมือของฮัดสัน-โอดอย ในตอนที่วิ่งมาแย่งในเขตโทษกับกรีนวู้ด ทางทีมงาน VAR บอกให้ผู้ตัดสินไปเช็กจากจอมอนิเตอร์ แต่แอตต์เวลล์ไม่ให้เป็นการแฮนด์บอลแต่อย่างใด

นาทีที่ 22 - สิงห์บลูส์มาได้โอกาสทำเกมรุกจากการเคาเตอร์แอทแทค เป็นฮัดสัน-โอดย พาบอลขึ้นมาด้านหน้าแล้วฝากให้อัซปิวิเกต้า ก่อนกัปตันเดฟจะส่งคืนให้คัลลัม แต่งด้วยซ้ายแล้วบอลเลยโด่งจึงยิงทันที แต่ยังหลุดเสาออกไป

นาทีที่ 36 - รูดิเกอร์ วางบอลขวางสนามไปให้ฮัดสัน-โอดอย ทางฝั่งขวา ก่อนแข้งชาวอังกฤษจะมีพื้นที่แล้วตัดสินใจครอสบอลเข้าในเขตโทษ กะให้ชิรูด์แต่ดาวยิงชาวฝรั่งเศสชาร์จไม่ถึง

นาทีที่ 41 - ทีมเยือนมาได้ลุ้นบ้าง คราวนี้ลุค ชอว์ แย่งบอลมาได้จากกลางสนามแล้วไปถึงบรูโน่ แฟร์นานเดส ได้ลองยิงจากนอกกรอบเขตโทษแต่โดนแนวรับของพวกเราบล็อคออกหลังกลายเป็นลูกเตะมุม

นาทีต่อนาที - ครึ่งหลัง

นาทีที่ 46 - โธมัส ทูเคิ่ล เปลี่ยนตัวรีซ เจมส์ ลงเล่นแทนคัลลัม ฮัดสัน-โอดอย โดยแข้งรายหลังปรากฎตัวพร้อมผ้าพันบริเวณหัวเข่า บ่งบอกว่ามีอาการบาดเจ็บ

นาทีที่ 48 - ฝ่ายเราน่าได้ประตูขึ้นนำสุด ๆ เป็นจังหวะที่ชิลเวลล์หลุดมาทางฝั่งซ้ายแล้วหักเข้ากลางไปถึงซิเยคได้ตวัดยิงด้วยเท้าซ้าย แต่เด เคอา โชว์ปฏิกิริยาเซฟเอาไว้ได้ บอลจังหวะสองเป็นของเจมส์ ที่ได้ตั้งป้อมกดด้วยขวาเน้น ๆ จากในเขตโทษ แต่ชอว์วิ่งมาบล็อคเอาไว้ได้แบบหวุดหวิด

นาทีที่ 60 - ยูไนเต็ดได้ลุ้นอีกครั้ง คราวนี้แดน เจมส์ แย่งบอลจากโควาซิช แล้วให้แฟร์นานเดสจ่ายต่อให้กรีนวู้ด ที่ทำชิ่ง 1-2 กับเจมส์แล้วได้ลองสับด้วยเท้าซ้ายจากเส้นเขตโทษแต่บอลไม่ตรงกรอบ

นาทีที่ 61 - เป็นจังหวะลุ้นประตูต่อเนื่องของปีศาจแดง แรชฟอร์ดไหลบอลให้ชอว์ได้ครอสจากด้านซ้าย บอลไปถึงวาน-บิสซาก้าด้านขวาจึงไหลย้อนมาให้แม็คโทมิเนย์ได้ลองยิงด้วยขวา แต่เมนดี้ยืนตำแหน่งดีเซฟไว้ได้

นาทีที่ 63 - ฝ่ายเราขึ้นเกมรุกมาอีกครั้ง คราวนี้เมสัน เมาท์ ลากขึ้นมาเองจากกลางสนามเข้าไปในเขตโทษ ก่อนล็อคบอลหนีแม็คโทมิเนย์เข้าเท้าซ้ายอย่างสวย แต่จังหวะยิงกองกลางแมนฯ ยูไนเต็ดยังหันกับมาบล็อคเอาไว้ได้ทัน

นาทีที่ 65 - ทูเคิ่ล ตัดสินใจส่งคริสเตียน พูลิซิช ลงมาเล่นแทนโอลิวิเย่ร์ ชิรูด์

นาทีที่ 74 - มาเตโอ โควาซิช มาได้ลองยิงบ้าง จากบอลที่ฮาคิม ซิเยค ไหลมาให้ตรงกลาง ก่อนมิดฟิลด์โครแอตจะปั่นจากระยะประมาณ 25 หลา แต่บอลไปเข้ามือดาบิด เด เคอา รับไว้ได้อีก

นาทีที่ 78 - การเปลี่ยนตัวคนสุดท้ายของสิงห์บลูส์ เป็นติโม แวร์เนอร์ ที่ลงมาเล่นแทนฮาคิม ซิเยค

หมดเวลาการแข่งขัน พวกเราเก็บหนึ่งคะแนนทำให้ยังอยู่ในอันดับ 5 ตามหลังเวสต์ แฮม ในอันดับ 4 อยู่ 1 คะแนน

นัดถัดไป?

เกมนัดสำคัญยังคงมีเข้ามาแบบไม่หยุด โดยพวกเราจะต้องออกไปเยือนแอนฟิลด์ในคืนวันพฤหัสบดีเพื่อแข่งขันกับลิเวอร์พูล จากนั้นกลับมาเฝ้าบ้านพบกับเอฟเวอร์ตันในคืนวันจันทร์หน้า


เชลซี (3-4-2-1) เมนดี้; อัซปิลิเกวต้า (c), คริสเตนเซ่น, รูดิเกอร์; ฮัดสัน-โอดอย (เจมส์ h/t), ก็องเต้, โควาซิช, ชิลเวลล์; ซิเยค (แวร์เนอร์ 78), เมาท์; ชิรูด์ (พูลิซิช 65)
ตัวสำรองไม่ได้ลงสนาม เกปา, ซูม่า, อลอนโซ่, เอแมร์ซอน, จอร์จินโญ่, ฮาแวร์ตซ์
ใบเหลือง ชิลเวลล์ 62

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (4-2-3-1) เด เคอา; วาน-บิสซาก้า, ลินเดเลิฟ, แม็คไกวร์ (c), ชอว์; แม็คโทมิเนย์, เฟร็ด; เจมส์, แฟร์นานเดส, แรชฟอร์ด; กรีนวู้ด (มาร์กซิยาล 79)
ตัวสำรองไม่ได้ลงสนาม เฮนเดอร์สัน, ไบญี่, เตลเลส, วิลเลียมส์, ตวนเซเบ้, มาติช, ฟาน เดอ เบค, ดิยาลโล่
ใบเหลือง เฟร็ด 50; แม็คไกวร์ 79

ผู้ตัดสิน สจ๊วรต แอตต์เวลล์

ข่าวอื่นๆ