บทวิเคราะห์

เมสัน เมาท์: ประตูชัยเกมพิชิตหงส์ และท่าดีใจที่ได้แรงบันดาลใจจากซูม่า

มีประเด็นมากมายที่ชวนให้เป็นที่พูดถึง สำหรับผลงานของกองกลางชาวอังกฤษ ที่ได้ทำไว้ในเกมเมื่อคืนนี้...

สำหรับชัยชนะในการเล่นเป็นทีมเยือนในพรีเมียร์ ลีกสามนัดติดต่อกัน มาจากผลงานของเมสัน เมาท์ ที่สวมบทฮีโร่ทำประตูชัยให้เชลซี จากจังหวะที่ลากตัดเข้าในก่อนหวดบอลตุงตาข่าย แน่นอนว่าผลงานอันยอดเยี่ยมนี้ พิสูจน์ให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่างเชลซีและลิเวอร์พูล ที่แอนฟิลด์เมื่อวานนี้ได้เป็นอย่างดี

นี่เป็นการทำประตูต่อเนื่องจากลูกจุดโทษในเกมกับเซาท์แธมป์ตัน รวมถึงการซัลโวประตูแรกในเกมที่เราเฉือนเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ส่งผลให้กลางดาวรุ่งทำไปแล้วถึง 3 ประตู จากการลงสนาม 6 เกมหลังสุด รวมทุกรายการ ซึ่งได้ส่งให้เขากลายเป็นดาวซัลโวของทีมนับตั้งแต่ที่โธมัส ทูเคิ่ล เข้ามาคุมทัพ

มีนักเตะอยู่ไม่กี่คนที่มีอิทธิพลต่อทีม ถึงขั้นเฮดโค้ชชาวเยอรมันส่งลงเล่นเป็นประจำ โดยเฉพาะกับการเล่นเกมบุก และเมาท์ก็ได้สะท้อนมุมมองต่อชัยชนะที่เมอร์ซีย์ไซด์ว่าเป็นเรื่องที่ทั้งตนเอง และเพื่อนร่วมทีมสมควรได้รับ

‘ผมมีความสุขมาก ๆ กับผลงานโดยรวมของทีม’ เมาท์เกริ่น ‘มันไม่เคยง่ายเลยครับ กับการมาแข่งที่นี่ เพราะคุณเองย่อมรู้ดีอยู่เสมอว่าการดวลกับพวกเขา ในบ้านของพวกเขานั้นเป็นเกมที่ยาก แต่เราก็เล่นกันได้ดี และด้วยมายเซ็ตของเราที่มีต่อเกมนี้ คือเราเล่นด้วยความมั่นใจ

‘เราทำผลงานกันได้ดี ในเวลานี้ คว้าชัยชนะ เก็บแต้มได้ และเสียประตูน้อย เรารู้สึกว่าเราเองก็มาลงเล่นที่นี่ด้วยผลงานที่ดี และคว้าชัยในเกมนี้ได้ เมื่อคุณมีความคิดเช่นนี้แล้ว แน่นอนว่าเราก็อยากจะมอบสิ่งเหล่านี้ให้กับพวกเขา และคอยบีบกดดันสูง เพื่อให้มีโอกาสอยู่เสมอ ’

เมาท์ทำประตูที่ 6 ของตัวเองในฤดูกาลนี้ ถือว่าขยับเข้าใกล้เลขสองหลักตามที่เจ้าตัวเคยวางเป้าไว้เต็มที โดยจังหวะประตูชัยในเกมเมื่อคืนนี้ มิดฟิลด์ชาวอังกฤษรับบอลโยนขึ้นหน้าของก็องเต้แถวพื้นที่ฝั่งซ้าย และดูเหมือนว่าเจ้าตัวจะตั้งใจกับโอกาสตรงนี้มากทีเดียว

แม้จะมีแข้งเจ้าบ้านตามสกรีน แต่ไม่มีใครขวางจังหวะของเมาท์ได้ มิดฟิลด์ชาวอังกฤษพาบอลลากตัดเข้าในหนีฟาบินโญ่และเทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาโนลด์ ก่อนปั่นด้วยขวาเข้าประตูไป ก่อนจะตามมาด้วยท่าดีใจอันเป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง พร้อมด้วยท่าดีใจในจังหวะต่อมาที่ไม่เหมือนใคร ซึ่งแข้งวัย 22 ปี ก็ได้กล่าวถึงแรงบันดาลใจของท่าดังกล่าวด้วย

‘มันเกิดขึ้นเร็วมาก’ เมาท์กล่าวต่อ ‘พวกเรารู้ดีว่าพวกเขาดันไลน์ขึ้นมาสูง และพวกเขาชอบขึ้นเพรสแดนบน ดังนั้น ทุกครั้งที่เราได้บอลคืนมา จากจังหวะสวนกลับ หรือยามที่เราขึ้นเกมจากแดนหลัง เราจะมองไปยังพื้นที่ด้านหลังของพวกเขา

‘เมื่อผมได้บอล ผมคิดว่าผมอยู่ในพื้นที่แคบ ๆ และผมสามารถเคลื่อนไปยังพื้นที่ที่ฟาบินโญ่อยู่ได้ แม้ว่าเทรนต์อาจจะตามผมทันก็ตาม เมื่อผมเข้าไปในกรอบโทษ ผมรู้ว่าผมจะต้องดวลตัวต่อตัว ดังนั้น ผมเลยพยายามก้าวด้วยเท้าขวามาก่อน จากนั้นเมื่อคุณเข้ามาระยะในกรอบโทษ มันก็เปิดโอกาสให้คุณได้ทำประตู นั่นคือมุมมองของผม ผมพยายามจะทำมัน และมันก็พุ่งเข้าเสาไกล มันเป็นประตูที่สำคัญกับพวกเรา และเช่นเดียวกัน นี่เป็นชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ครับ’

นอกจากจะดีใจด้วยท่า ‘Frankenstein’ ซึ่งเจ้าตัวแสดงท่าดีใจนี้ตั้งแต่ซีซั่นก่อน เมาท์ก็ได้แสดงท่าดีใจใหม่ร่วมกับเบน ชิลเวลล์ หลังยิงได้ และได้อธิบายถึงที่มาของท่าดังกล่าว ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากเคิร์ต ซูม่า

‘ผมกับชิลลี่ชอบนั่งอยู่ด้านหลังของเคิร์ต ซูม่า บนเครื่องบิน เมื่อเราเดินทางไปแข่งแชมเปี้ยนส์ ลีก รวมถึงรายการอื่น ๆ’ เมาท์กล่าวต่อ ‘เขามักจะดูพวกการ์ตูนอนิเมะ และเราก็มักจะนั่งดูอยู่ข้างหลังตัวเขา’

‘เราคุยกันว่าถ้ามีใครคนใดคนหนึ่งทำประตูได้ เราจะทำท่าดีใจนี้กัน นั่นคือเหตุผลครับ ส่วนหนึ่งมาจากเคิร์ต’

สถานการณ์ลุ้นพื้นที่แชมเปี้ยนส์ ลีก เข้มข้นมาทุกขณะ เชลซีกลับมาอยู่ในท็อปโฟร์อีกครั้ง โดยมีช่องว่างห่างจากลิเวอร์พูลอยู่ 4 แต้ม ในขณะที่เหลือการแข่งขันอีก 11 เกม ซึ่งช่องว่าง 4 แต้มนี้ ก็เป็นระยะห่างของทีมเรากับทีมอันดับสอง และเมาท์มองว่าทีมควรจะตั้งเป้าหมายให้สูงเข้าไว้

‘มันช่วงผลักดันให้เราก้าวไปอีกขั้น’ เจ้าตัวพูดถึงชัยชนะในเกมล่าสุด ‘เราไม่พอใจที่จะอยู่ในพื้นที่ใกล้ ๆ ท็อปโฟร์ - เราต้องรักษาตำแหน่งของเรา ให้อยู่อันดับเหล่านั้นกันต่อไปให้นานที่สุด’

‘เราต้องทำหน้าที่กันต่อไป เรามีช่วงเวลาที่ดี แต่เราก็ยังต้องลงลุนกันต่อไปในทุก ๆ เกมด้วยความมั่นใจ และหวังว่าสิ่งนั้จะช่วยให้เราอยู่ในตำแหน่งที่ดีได้’

ข่าวอื่นๆ