ประวัติ

เล่าด้วยภาพ: เรื่องราวการแข่งขันเมื่อไร้ซึ่งแฟนบอลในรอบ 1 ปี

ถือว่าน่าใจหายไม่น้อยที่วันนี้ของปีที่แล้ว (8 มีนาคม 2020) สนามสแตมฟอร์ด บริดจ์ ยังคงเนืองแน่นไปด้วยแฟนบอลเต็มอัตราความจุ

12 เดือนผ่านไปหลังจากเกมที่พวกเราไล่ถล่มเอฟเวอร์ตัน 4-0 ต่อหน้าสาวกสิงห์บลูส์ การแพร่ระบาดของโคโรน่าไวรัส ทำให้สิ่งต่าง ๆ ในชีวิตของพวกเราต้องเจอกับข้อจำกัดอย่างที่ไม่สามารถจินตนาการได้เลย

เช่นเดียวกับหลาย ๆ เรื่องในสังคม การแข่งขันฟุตบอลเป็นอันต้องหยุดชะงัก และเมื่อกลับมาเตะกันอีกครั้ง เกมต่าง ๆ ต้องลงเล่นภายในสนามปิดในสังเวียนที่ไร้ซึ่งคนดูทั่วทั้งประเทศ

เอฟเวอร์ตัน เป็นคู่แข่งที่จะบุกมาเล่นกับพวกเราในคืนนี้ ซึ่งพวกเขาเป็นคู่แข่งทีมสุดท้ายของเราที่เดอะ บริดจ์ตอนที่แฟนบอลเข้าชมเกมกันอย่างคับคั่งก่อนทุก ๆ อย่างจะเปลี่ยนแปลงไป ถือเป็นวันครบรอบหนึ่งปีอันน่าเศร้า โดยเราได้รวบรวมภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเวลาที่ไม่ปกติมาให้ได้ชมกัน...

โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ฉลองประตูที่ 4 ของพวกเราในเกมกับเอฟเวอร์ตัน นี่คือลูกยิงสุดท้ายของเชลซีต่อหน้าแฟนบอลเต็มสนาม

วิลเลี่ยน เล่นลูกเตะมุมสั้นบริเวณอัฒจันทร์แม็ทธิว ฮาร์ดิ้ง เขากับ เปโดร ต่างมีชื่อเป็นผู้ทำประตูในนัดสุดท้ายภายใต้เสื้อสีน้ำเงินครามที่มีแฟนบอลเข้าชมการแข่งขัน

ป้ายโปรแกรมแข่งขันที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ ถูกถ่ายไว้เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2020 ซึ่งเป็นวันที่พรีเมียร์ ลีกยืนยันว่าจะระงับเกมเตะจนถึงต้นเดือนหน้าเป็นอย่างน้อย หลังจากที่เจ้าหน้าที่ของหลาย ๆ สโมสร รวมทั้ง คัลลัม ฮัดสัน-โอดอย ของทีมเรามีผลทดสอบเชื้อโคโรน่าไวรัสออกมาเป็นบวก หลังจากนั้นลีกได้มีคำสั่งให้ระงับการแข่งขันอีกครั้ง ก่อนจะถูกเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด เกมกับวัตฟอร์ดของเชลซีไม่เกิดขึ้นจนถึงวันที่ 4 กรกฎาคม

"เราจะทำอะไรเมื่อไม่มีฟุตบอล" ผับ The Butcher's Hook ฝั่งตรงข้ามสนามสแตมฟอร์ด บริดจ์ ถามคำถามที่ทุกคนถามกัน

หลังจากนั้นทุกภาคส่วนในประเทศเข้าสู่การล็อคดาวน์เต็มรูปแบบ โดยการออกกำลังกายภายนอกถูกจำกัดไว้ที่วันละหนึ่งชั่วโมง จากภาพนี้ เซซาร์ อัซปิลิเกวต้า กัปตันทีมของเราออกกำลังกายในสวนของเขา ต้องยกเครดิตให้ภรรยาผู้ถ่ายภาพเก็บเอาไว้!

วิลลี่ กาบาเยโร่ ฝึกซ้อมร่วมกับสมาชิกในครอบครัวบริเวณสวนหลังบ้าน

 

ผู้คนทั่วประเทศ ตระหนักถึงการทำงานหนักของเจ้าหน้าที่ NHS และเจ้าหน้าที่คนสำคัญในภาคส่วนอื่น ๆ ด้วยการปรบมือประจำสัปดาห์ 

 

ในเดือนพฤษภาคม พรีเมียร์ ลีกประกาศถึงแผนการกลับมาทำการฝึกซ้อม โดยได้รับการสนับสนุนจากแพทย์ของรัฐบาลและสโมสร สำหรับการซ้อมต้องเว้นระยะห่างทางสังคม ด้วยการแบ่งนักเตะเป็นกลุ่มเล็ก ๆ และเริ่มกลับมาที่ค็อบแฮมในวันอังคารที่ 19 พฤษภาคม นี่คือภาพที่ใกล้เคียงที่สุดที่ตากล้องของเราได้รับอนุญาต!

 

ซูมผ่านเลนส์จะเห็นว่า จอร์จินโญ่ ไม่ได้ตัดผมเพราะร้านทำผมถูกสั่งปิดตั้งแต่ช่วงปลายเดือนมีนาคม!

 

หนึ่งสัปดาห์ต่อมามีการอนุญาตให้ฝึกซ้อมแบบสัมผัสโดนกันได้ โดยนักเตะต้องเปลี่ยนชุดและอาบน้ำที่บ้าน ขณะที่เซสชั่นต่าง ๆ ถูกจำกัดไว้ไม่เกิน 75 นาที 

 

ช่วงปลายเดือนพฤษภาคม มีข่าวที่ผู้คนหลายล้านเฝ้าหวังให้เกิดขึ้นเมื่อพรีเมียร์ ลีกประกาศว่าจะกลับมาทำการแข่งขันในวันที่ 17 มิถุนายน และเพื่อเป็นการเรียกความฟิตก่อนเกม สโมสรได้มีการจัดโปรแกรมอุ่นเครื่องที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ โดยในภาพเป็นการดวลกันของชุดเหย้ากับชุดเยือนของสิงห์บลูส์

 

ศึกแรกของเราเป็นโปรแกรมเยือนสนามวิลล่า พาร์ค แฟรงค์ แลมพาร์ด กุนซือ ณ เวลานั้น ให้สัมภาษณ์ก่อนเกมผ่าน Zoom ในห้องสื่อที่ไร้ผู้คนที่ค็อบแฮม 

 

นอกจากเรื่องโรคระบาด มีเหตุการณ์น่าเศร้าในการเสียชีวิตของ จอร์จ ฟลอยด์ ที่ประเทศอเมริกา เพื่อเป็นการแสดงความสามัคคี นักเตะได้สวมเสื้อที่มีการสกรีนคำว่า Black Lives Matter (ชีวิตคนดำก็มีค่า) บริเวณด้านหลัง และทำการคุกเข่าก่อนการคิกออฟ ซึ่งเป็นสิ่งที่ยังถูกปฏิบัติมาจนถึงทุกวันนี้

 

นัดถัดมาเป็นแมตช์แรกในรังเหย้าของพวกเราภายในสนามปิด โดยประตูฝั่งเชด เอนด์ กำลังถูกฆ่าเชื้อ

 

อัฒจันทร์ที่แฟนบอลเคยนั่ง ตอนนี้ถูกใช้เป็นที่นั่งของบรรดาตัวสำรองก่อนการแข่งขันกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้

 

วิลเลี่ยน ซัดประตูชัยจากจุดโทษ โดยแข้งบราซิล กลายเป็นนักเตะเชลซีคนแรกที่ยิงประตูจากจุดโทษในการแข่งขันพรีเมียร์ ลีก 3 นัดติดต่อกัน และเขาก็เป็นคนแรกที่ทำประตูในทุก ๆ เดือนของปีปฏิทิน หลังซัด 2 ตุงใส่เวสต์ แฮมในช่วงไม่กี่วันหลังจากนั้น 

 

ฤดูกาลที่ล่าช้ากว่าปกติจบลงโดยที่พวกเราคว้าอันดับ 4 พร้อมคว้าตั๋วผ่านไปชิงชนะเลิศเอฟเอ คัพที่สนามเวมบลีย์ แต่สังเวียนแห่งนี้ดูแปลกตาไปชัดเจนในวันแข่งขัน...

 

ที่นั่งว่างเปล่า 90,000 ที่ ทำให้โปรแกรมบอลถ้วยนัดชิงชนะเลิศมีความแตกต่างไม่เหมือนกับที่เคยเป็นมา โดยเสียงตะโกนและเสียงร้องของนักเตะดังไปทั่วสนามกีฬาแห่งชาติ พวกเราออกนำจากประตูของ คริสเตียน พูลิซิช ก่อนที่อาร์เซนอลจะคัมแบ็คกลับมาชูถ้วยแชมป์ 

 

หลังจากที่ยูฟ่าอนุญาตให้ประเทศซึ่งเป็นเจ้าบ้าน กำหนดกฎการอนุญาตให้แฟนบอลเข้าชมเกมในเวทียุโรป กองเชียร์เกือบ ๆ 30,000 ชีวิตเข้าชมการแข่งขันของเรากับคราสโนดาร์ทางตอนใต้ของประเทศรัสเซีย โดยสาวกสิงห์บลูส์กลุ่มเล็ก ๆ ในท้องถิ่น ได้ดื่มด่ำกับชัยชนะ 4-0 ของเชลซี

 

ที่ประเทศอังกฤษ เราผ่านช่วงซัมเมอร์มาได้แบบค่อนข้างจะอิสระ แต่จากนั้นการล็อคดาวน์ถูกใช้อีกครั้งในเดือนพฤศจิกายน เมื่อสิ่งดังกล่าวจบลง แฟนบอลกลุ่มเล็ก ๆ ซึ่งในกรณีของเราคือ 1,500 ชีวิต ได้รับอนุญาตให้เข้าชมเกมที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ และสำหรับผู้โชคดีที่ได้ตั๋วชมการแข่งขันกับลีดส์และคราสโนดาร์ กระบวนการการเข้าสนามแตกต่างไปจากเดิมเล็กน้อย...

 

ระบบการเดินทางเดียวถูกนำมาบังคับใช้ โดยแฟนบอลมุ่งหน้าสู่อัฒจันทร์ฝั่งตะวันตกตอนใต้

 

กลุ่มสาวกที่ต้องเว้นระยะห่าง จับตาดูจังหวะเตะมุมของเชลซี...

 

...พร้อมร่วมทำการฉลองในเกมที่เราปราบยูงทอง 3-1 ไม่กี่วันหลังจากนั้นแฟนบอลเดอะ บลูส์ได้กลับมาชมเกมแชมเปี้ยนส์ ลีกกับคราสโนดาร์อีกครั้ง ซึ่งถือเป็นเกมเหย้านัดสุดท้ายที่มีแฟนบอลเข้าชมการแข่งขัน

 


วันเสาร์ที่ 12 ธันวาคม 2020...

...ทริปการเดินทางสู่กูดิสัน พาร์ค แฟนบอลได้รับอนุญาตให้เข้าชมการแข่งขันในพื้นที่เมอร์ซี่ย์ไซด์ ซึ่งถือเป็นเกมเยือนนัดเดียวที่เราเตะโดยมีผู้ชมในสนามฤดูกาลนี้ 

 

เมื่อเดือนมกราคม พวกเราประกาศการแต่งตั้ง โธมัส ทูเคิ่ล เข้ารับตำแหน่งเฮดโค้ชคนใหม่ หน้ากากที่ต้องสวมใส่ทำให้ภาพการเซ็นสัญญาดูแตกต่างไปจากปกติ!

 

เช่นเดียวกับเรื่องอื่น ๆ ในชีวิตของพวกเรา ความ 'นิว นอร์มอล' ได้กลายเป็นเรื่อง นอร์มอล (ปกติ) ไปเสียแล้ว

สุดท้าย แม้จะเป็นเพียงแค่การแข่งขันฟุตบอล แต่ทุกอย่างดูไม่เหมือนเดิมเมื่อไม่มีแฟนบอลเข้าชมการแข่งขัน หวังว่าสิ่งต่าง ๆ จะเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว และเดอะ บริดจ์จะกลับมาคึกคักอีกครั้ง

ข่าวอื่นๆ