ข้อมูลก่อนแข่ง

ข้อมูลก่อนแข่ง: คริสตัล พาเลซ พบ เชลซี

หลังจากต้องเดินทาง 1,000 ไมล์สู่เซบีย่าในนัดกลางสัปดาห์ วันเสาร์นี้เชลซีต้องบุกไปแข่งขันในสนามที่ห่างจากสแตมฟอร์ด บริดจ์เพียงแค่ 10 ไมล์เท่านั้น ริค แกลนวิลล์ กับพอล ดัตตัน นักประวัติศาสตร์และนักสถิติของสโมสร มีข้อมูลน่ารู้มามอบให้แฟนบอลชาวไทยเช่นเดิม...

เชลซี จะลงแข่งขันในเวลา 23:30 น. ของคืนวันเสาร์นี้กับคริสตัล พาเลซ จากนั้นเป็นโปรแกรมเวลา 02:00 น. ในคืนวันอังคารกับปอร์โต้

การคว้าชัยเหนือทีมดังโปรตุเกส ช่วยให้พวกเราลบเลือนความทรงจำเลวร้ายจากการปราชัยต่อเวสต์ บรอมเมื่อสัปดาห์ที่แล้วไปได้อย่างดี แต่ผลงานที่แข็งแกร่งในลีก จะช่วยเพิ่มความเป็นไปได้สำหรับการจบในอันดับท็อปโฟร์เพื่อไปสู้ศึกแชมเปี้ยนส์ ลีกฤดูกาลหน้า

เจ้าบ้านมีสถิติเก็บคลีนชีตในลีก 3 นัดติดต่อกันที่เซลเฮิร์สต์ พาร์ค แต่เชลซีเป็น 1 ใน 3 สโมสร (เคียงข้างลิเวอร์พูล และแมนฯ ยูไนเต็ด) ที่มีสถิติการบุกเอาชนะ "ปราสาทเรือนแก้ว" ได้มากที่สุดในพรีเมียร์ ลีกด้วยจำนวน 8 นัด

อันที่จริงแล้ว 'ดิ อีเกิ้ลส์' พ่ายแพ้การแข่งขันพรีเมียร์ ลีก 6 นัดหลังสุดทั้งเกมเหย้าและเยือนต่อสิงห์บลูส์ ถือเป็นสถิติที่เลวร้ายที่สุดตลอดการเจอกันในดาร์บี้ แมตช์รอบ 97 ปี เชลซีเปิดบ้านถล่มพาเลซ 4-0 ในการเจอกันครั้งที่แล้ว ซึ่งหากเราเอาชนะได้ในแมตช์นี้ จะเป็นการคว้าชัยแบบ 'ไป-กลับ' รอบที่ 4 ในฤดูกาล

เชลซี มีโอกาสคว้าชัยในเกมลีกเหนือคริสตัล พาเลซเป็นนัดที่ 7 ติดต่อกันได้เป็นครั้งแรก

photo of สถิติสำคัญ สถิติสำคัญ


ข่าวทีมเชลซี

เกมสุดสัปดาห์นี้ โธมัส ทูเคิ่ล มีโอกาสเป็นผู้จัดการทีมคนที่ 8 ของเชลซี ในการลิ้มรสชัยชนะที่เซลเฮิร์สต์ พาร์คจากการบุกเยือน 12 ครั้งในพรีเมียร์ ลีก ธิอาโก้ ซิลวาติดโทษแบน แต่ขุมกำลังส่วนใหญ่ฟิตพร้อมให้โค้ชชาวเยอรมันเลือกใช้งาน แม้พวกเราจะพลาดท่าในเกมกับเวสต์ บรอมเมื่อวีคที่แล้ว แต่เชลซียังมีสถิติเกมรับที่ดีที่สุดเป็นอันดับ 2 ของลีก

เฮดโค้ชของเรามีงานให้ต้องสะสางโดยเฉพาะในพื้นที่แดนกลางและแดนหน้า จากการแข่งขันกับปอร์โต้เมื่อคืนวันพุธ นายใหญ่ชาวเยอรมันระบุว่าการประสานงานระหว่างตัวรับ 7 คนและ 3 ประสานในเกมรุกไม่ค่อยคลิกสักเท่าไร ยกเว้นรีซ เจมส์และเมสัน เมาท์ ที่เล่นด้วยกันอย่างรู้ใจ เอ็นโกโล่ ก็องเต้ อาจได้กลับมาเป็นตัวจริง หลังลงสนามเป็นตัวสำรองที่ประเทศสเปน

โค้ชอาจเลือกใช้แผนที่แตกต่างไปจากเดิมในการเจาะแนวรับคริสตัล พาเลซ ที่มักมีแผงเกมรับ 4 ตัว 2 ชั้น ทางเลือกที่แตกต่างจากแผนการใช้ฟอลส์ไนน์คือโอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ (ยิง 4 ลูกในการเล่น 5 นัดที่เซลเฮิร์สต์ พาร์ค หนึ่งในนั้นเกิดขึ้นเมื่อซีซั่นที่แล้ว) และแทมมี่ อับราฮัม ซึ่งยิงไป 2 ประตูในการเจอกับ ดิ อีเกิ้ลส์ 3 เกม และยังคงเป็นดาวซัลโวของสิงห์บลูส์ในฤดูกาลนี้ที่ 12 ลูก

กุญแจสำคัญในการป้องกันเกมรุกของพาเลซ ที่ยิงได้ 5 ประตูหลังพักครึ่งยามเล่นในบ้าน คือการจำกัดความอันตรายของตัวริมเส้น เช่นเดียวกับการกดดันเกมรับของพวกเขาผ่านวิงแบ็คที่ต้องคอยเติมขึ้นไปข้างหน้า

พาเลซ มักทำผลงานได้ดีในฤดูกาลนี้ยามเจอกับคู่แข่งที่ใช้ระบบแผงหลัง 3 หรือ 5 คน โดยเก็บชัย 5 นัด, เสมอ 2 และแพ้แค่ 1 อาทิ เกมเปิดบ้านถล่มลีดส์ 4-1 และเกมที่เอาชนะเวสต์ บรอม 5-1

เดอะ บลูส์ อาจต้องเล่นอย่างอดทน หากทูเคิ่ลหวังรักษาสถิติไร้พ่ายในการเล่นเป็นทีมเยือนของพรีเมียร์ ลีก ซึ่งเริ่มจากชัยชนะในเกมดาร์บี้กับท็อตแน่ม สถิติการไม่แพ้ 6 นัดติดต่อกันในลีกสูงสุดเกิดขึ้นครั้งล่าสุดเมื่อเดือนเมษายน ในฤดูกาล 2016/17 ที่พวกเราคว้าแชมป์


ส่องผลงานคริสตัล พาเลซ

ชัยชนะแบบฉิวเฉียดในบ้านเหนือเวสต์ บรอมก่อนโปรแกรมเบรคทีมชาติ หักล้างความกังวลเรื่องการหนีตกชั้นออกจากใจของคริสตัล พาเลซ โดยเราเห็นหลักฐานในเกมเยือนเอฟเวอร์ตันที่รอย ฮอดจ์สัน ไม่ได้มุ่งเน้นการเล่นอย่างปลอดภัยไว้ก่อนอีกแล้ว

โค้ชจอมเก๋า ชอบให้ทีมเริ่มเล่นเกมรับตั้งแต่โซนบน โดยจะให้กองหน้าคอยปกป้องแผงมิดฟิลด์ ซึ่งแผงมิดฟิลด์จะเป็นโล่ห์คุ้มกันแผงแบ็คโฟร์และผู้รักษาประตู


ในเกมที่กูดิสัน พาร์คที่พวกเขาบุกไปเสมอ ดิ อีเกิ้ลส์ เลือกเปิดเกมรุกใส่เจ้าถิ่น และได้ประตูตีเสมอช่วงท้ายเกมอย่างคู่ควร วินเซนต์ เกอิต้า เซฟช่วยทีมได้อีกครั้ง และมีจังหวะน่าเสียวไส้ในการเข้าสกัดทั้งในกรอบและรอบกรอบเขตโทษ

"ปราสาทเรือนแก้ว" เปี่ยมไปด้วยตัวรุกมากพรสวรรค์ในแผงแนวรุกที่มีความเร็ว – วิลเฟร็ด ซาฮาทางซ้าย, เอเบเรชี่ เอเซ่ ในบทบาทการเล่นอิสระ และจอร์แดน อายิวทางขวา – คอยสนับสนุนคริสเตียน เบนเทเก้ในตำแหน่งกองหน้าตัวเป้า

ฮอดจ์สัน เปลี่ยนตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยให้เอเซ่ถอยลงมายืนต่ำ แล้วเป็นเจฟฟรี่ย์ ชลุปป์ คอยทะลุทะลวงขึ้นไปจากแดนกลาง สิ่งนี้นำมาซึ่งประตูตีเสมอโดยตรงจากมิชี่ บัตซูอายี่ ที่ลงไปเล่นแทนอายิว (กองหน้าตัวยืมเชลซีหมดสิทธิ์ลงเจอกับสังกัดแม่ในเกมวันเสาร์นี้)

ถือเป็นฤดูกาลที่ยากลำบากไม่น้อยสำหรับสโมสรจากลอนดอนใต้ ทั้งการปราชัย 7-0 ในบ้าน และชัยชนะแค่ 1 นัดเหนือทีมจากโซนบนของตาราง (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด) แต่ยังบุกชนะได้ 4 นัดในเกมเยือน 5 ทีมท้ายตาราง อย่างไรก็แล้วแต่ คะแนนรวมสะสมของพวกเขา เหนือกว่าทุก ๆ ฤดูกาลยกเว้นซีซั่น 2019/20 ที่พาเลซจบอันดับ 14 ของตาราง

ปีนี้อาจเป็นซีซั่นสุดท้ายของฮอดจ์สันในวัย 73 ปีกับ ดิ อีเกิ้ลส์ – เขายอมรับว่า 'ยังไม่ได้ตัดสินใจ' เกี่ยวกับอนาคตหลังจบฤดูกาลนี้ – แต่มีประเด็นน่ารู้อย่างหนึ่งคือ เขาเก็บชัยชนะเหนือเชลซีได้มากเท่ากับ แซม อัลลาร์ไดซ์ กุนซือเวสต์ บรอม – ด้วยจำนวน 5 นัด

ความสำเร็จครั้งเดียวของเขาที่เซลเฮิร์สต์คือชัยชนะ 2-1 เมื่อเดือนตุลาคม 2017 โดยโปรแกรมซีซั่นนี้ที่เดอะ บริดจ์เมื่อเดือนตุลาคมก็เป็นพวกเราที่เอาชนะไปได้ แมตช์ดังกล่าวเบน ชิลเวลล์ยิงประตูแรกในสีเสื้อน้ำเงินคราม และแอสซิสต์ให้เคิร์ต ซูม่า บวกกับอีก 2 จุดโทษโดยจอร์จินโญ่

 

 

ข่าวอื่นๆ