รายงานผล

รายงานการแข่งขัน: คริสตัล พาเลซ 1-4 เชลซี

เชลซี กลับไปยึดอันดับ 4 ของตารางคะแนนพรีเมียร์ ลีก ด้วยผลงานเกมรุกที่ยอดเยี่ยมที่สุดในยุค โธมัส ทูเคิ่ล

จากการออกสตาร์ตที่ยอดเยี่ยมในศึกลอนดอน ดาร์บี้ สิงห์บลูส์ยิงนำ 2-0 ในช่วง 10 นาทีแรก และนำขาด 3-0 ก่อนถึงนาทีที่ 30 ของการแข่งขัน

ไค ฮาแวร์ตซ์ เป็นนักเตะคนแรกที่มีชื่อบนสกอร์บอร์ด โดยถือเป็นประตูแรกในพรีเมียร์ ลีกของเขานับตั้งแต่เดือนตุลาคม ซึ่งมาจากจังหวะการจบสกอร์ที่แม่นยำในกรอบเขตโทษ

คริสเตียน พูลิซิช ทำประตูได้ในการแข่งขันกับเวสต์ บรอมเมื่อสุดสัปดาห์ที่แล้ว และเขามายิงได้อีกหนึ่งลูกหลังจาก ฮาแวร์ตซ์ ซัดประตูเบิกร่อง โดยเป็นการสังหารที่คล้ายคลึงกับที่แข้งอเมริกัน เคยยิงที่เซลเฮิร์สต์ พาร์คเมื่อเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว

การเอาชนะ แกรี่ เคฮิลล์ อดีตกัปตันทีมเชลซีในการดวลลูกกลางอากาศถือว่าไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ เคิร์ต ซูม่า ได้ทำสิ่งดังกล่าวในจังหวะขึ้นโหม่งฟรีคิกของ เมสัน เมาท์ ตุงตาข่าย

คริสเตียน เบนเทเก้ โหม่งตีตื้นให้พาเลซเมื่อการแข่งขันผ่านไปหนึ่งชั่วโมง แต่ พูลิซิช มาซัดลูกที่สองของเกม และเป็นประตูที่ห้าในฤดูกาลจากระยะเผาขน ถือเป็นการยุติความหวังของเจ้าบ้านที่จะสร้างความกดดันเพื่อคัมแบ็คในนัดนี้ไปโดยปริยาย

การจัดทัพ

มีการเปลี่ยนแปลง 3 ตำแหน่งจากชัยชนะเหนือปอร์โต้ นัดนี้ โธมัส ทูเคิ่ล หมดสิทธิ์ใช้งาน ธิอาโก้ ซิลวา เพราะติดโทษแบน และหมดสิทธิ์ใช้งาน อันเดรียส คริสเตนเซ่น เนื่องจากอาการบาดเจ็บ นั่นทำให้ เคิร์ต ซูม่า ได้โอกาสลงสนาม เพิ่มความอันตรายในการเล่นลูกกลางอากาศให้กับทีม

คัลลัม ฮัดสัน-โอดอย ถูกส่งประจำการเป็นแบ็คขวาแทน รีซ เจมส์ ขณะที่ในแดนหน้า คริสเตียน พูลิซิช ได้โอกาสลงเล่นแทน ติโม แวร์เนอร์

ก่อนการคิกออฟ ทั้งสองทีมยืนสงบนิ่ง 2 นาที เป็นการไว้อาลุยให้กับ เจ้าชายฟิลลิป ดยุคแห่งเอดินบระห์ ที่เสียชีวิตไปเมื่อวันศุกร์


นาทีต่อนาที - ครึ่งแรก

นาทีที่ 8 - เริ่มเกมมาได้ไม่นาน ฝ่ายเราได้เฮกันก่อนเลย โดย ไค ฮาแวร์ตซ์ ไปแย่งบอลมาได้แล้วจ่ายไปให้ ฮัดสัน-โอดอย ก่อนได้บอลกลับคืนมาทางด้านขวาของเขตโทษ ก่อนทำการแต่งนิดหน่อยแล้วบรรจงยิงด้วยซ้ายไปทางเสาไกล ผ่านมือผู้รักษาประตูตุงตาข่าย!

นาทีที่ 10 - ทีมของเราเครื่องร้อนฉ่า มาได้ลูกที่ 2 ในจังหวะที่ เบน ชิลเวลล์ จ่ายบอลไปทางซ้ายของเขตโทษ ไปถึง ฮาแวร์ตซ์ หักไปให้ คริสเตียน พูลิซิช ตะบันยัดเสาแรกเสียบคานอย่างเด็ดขาด สิงห์บลูส์หนีห่าง 2-0!

นาทีที่ 22 - จังหวะนี้ถ้าเข้าได้ลุ้นประตูยอดเยี่ยมแห่งฤดูกาลแน่นอน เมื่อ จอร์จินโญ่ วางบอลจากกลางสนามเข้าเขตโทษให้ ฮาแวร์ตซ์ ใช้ทักษะกระดกบอลข้ามหัวกองหลังเจ้าถิ่น แล้วได้ยิงทันทีแต่โดนผู้รักษาประตูเซฟเอาไว้ได้

นาทีที่ 30 - เชลซีมาได้ฟรีคิกแถว ๆ ริมเส้นด้านซ้าย เมสัน เมาท์ อาสาปั่นเข้ามา แล้วเป็น เคิร์ต ซูม่า เทคตัวขึ้นสูงกว่าอดีตศิษย์พี่อย่าง แกรี่ เคฮิลล์ ก่อนโขกหนีผู้รักษาประตูไม่เหลือ

นาทีที่ 33 - จังหวะเกมรุกของพวกเราอีกครั้ง เมาท์ ครองบอลแล้วจ่ายไปทางขวาให้ ฮัดสัน-โอดอย ที่ไหลคืนให้มิดฟิลด์ชาวอังกฤษ สอดเข้ามายิงไปทางเสาแรกแต่ยังโดนปัดทิ้งไปได้

นาทีที่ 35 - เกมรุกสิงห์บลูส์วันนี้คึกคักจริง ๆ คราวนี้ เมาท์ เปิดเตะมุมมาถึง โทนี่ รูดิเกอร์ ได้ขึ้นโขกแต่โดนตัวคุมเสาโหม่งสกัดทิ้งออกไป

นาทีต่อนาที - ครึ่งหลัง

นาทีที่ 47 - ลงมาครึ่งหลังทีมของเรายังเปิดเกมรุกเข้าใส่ เริ่มจาก พูลิซิช จ่ายไปให้ ชิลเวลล์ เติมเกมมาจากทางซ้ายแล้วซัดด้วยตัวเอง แต่บอลหลุดเสาไกลออกไป

นาทีที่ 56 - คราวนี้เป็นเกมรุกจากทางฝั่งขวาบ้าง เมาท์ จ่ายไปถึง ฮัดสัน-โอดอย เติมเกมขึ้นมาได้ครอสให้ ฮาแวร์ตซ์ ที่พยายามโหม่งบอลแต่ออกหลัง

นาทีที่ 63 - บุกกันอยู่เพลิน ๆ เจ้าถิ่นมาได้ประตูตีไข่แตกจากโอกาสแรก เป็นจังหวะที่ เจฟฟรีย์ ชลุปป์ ครองบอลทางด้านซ้ายแล้วพาไปสุดเส้นก่อนเปิดกลับมาในเขตโทษแล้วเป็น คริสเตียน เบนเทเก้ ได้โหม่งผ่านมือ เอดู เมนดี้ สกอร์เป็น 1-3

นาทีที่ 68 - เชลซี ขึ้นเกมรุกมาอีกครั้งกะฝังเจ้าถิ่นให้ได้ เริ่มจาก มาเตโอ โควาซิช ผ่านบอลไปให้ พูลิซิช ก่อนปีกอเมริกันไหลตามช่องไปถึง ฮาแวร์ตซ์ ได้ลองยิงจากนอกเขตโทษแต่ทาง กูเอต้า ยังป้องกันไว้ได้อีก

นาทีที่ 72 - เจ้าบ้านต้องเปิดเกมรุกทำให้พวกเรามีโอกาสเล่นงานจากจังหวะสวนกลับ เมาท์ พักอกเอาบอลลงก่อนตะลุยเข้าเขตโทษแต่จังหวะยิงของเขาโดนเซฟเอาไว้

นาทีที่ 78 - รีซ เจมส์ ได้บอลทางด้านขวาแล้วมีพื้นที่พอสมควรจึงบรรจงครอสไปทางเสาไกล แม้บอลจะโดน เคฮิลล์ พยายามสกัดแต่ยังไปถึง พูลิซิช ที่ชาร์จจากระยะเผาขนตุงตาข่าย เชลซีหนีห่าง 4-1!

เวลาที่เหลือทั้งสองทีมทำอะไรเพิ่มไม่ได้ เชลซี คว้า 3 คะแนน แซงหน้าลิเวอร์พูลที่เตะก่อนเรากลับมาอยู่ในอันดับที่ 4 ของตารางอีกครั้ง โดยการแข่งขันพรีเมียร์ ลีกเหลืออยู่เพียง 7 นัดเท่านั้น


ไร้พ่าย 6 นัดติด และคว้าชัย 7 เกมติด

ชัยชนะครั้งนี้ทำให้ เชลซี ปราบคริสตัล พาเลซในลีกได้เป็นนัดที่ 7 ติดต่อกันเป็นครั้งแรก โดยแมตช์นี้คือการเจอกันครั้งที่ 48 ในลีกระหว่างทั้งสองทีม

นั่นหมายความว่า พวกเราไร้พ่ายในการเล่นเกมเยือนพรีเมียร์ ลีก 6 นัดหลังสุดด้วย ซึ่งทั้งหมดเกิดขึ้นในยุคของ โธมัส ทูเคิ่ล ถือเป็นครั้งแรกที่เรามีสถิติการเล่นนอกบ้านยอดเยี่ยมเช่นนี้ นับตั้งแต่เดือนเมษายน 2017 ตอนที่กำลังจะคว้าแชมป์ลีกภายใต้การนำของ อันโตนิโอ คอนเต้

นัดถัดไป?

เราจะเดินทางกลับไปที่เมืองเซบีย่า เพื่อหาบทสรุปการแข่งขันแชมเปี้ยนส์ ลีก รอบก่อนรองชนะเลิศกับปอร์โต้ ถึงแม้แมตช์นี้จะเตะที่สเปน แต่จะถูกนับเป็นเกมเหย้าของเรา ปัจจุบันเชลซีมีสกอร์นำ 2-0 จาก 'เกมเยือน' เลกแรก โดยจะคิกออฟในคืนวันอังคารนี้ เวลา 02:00 น.


เชลซี (3-4-3): เมนดี้; อัซปิลิเกวต้า (c), ซูม่า, รูดิเกอร์; ฮัดสัน-โอดอย (เจมส์ 76), จอร์จินโญ่, โควาซิช (ซิเยค 83), ชิลเวลล์; เมาท์, ฮาแวร์ตซ์, พูลิซิช
ตัวสำรองไม่ได้ลงสนาม เกปา, อลอนโซ่, เอแมร์ซอน, ก็องเต้, อับราฮัม, ชิรูด์, แวร์เนอร์
ผู้ทำประตู ฮาแวร์ตซ์ 8, พูลิซิช 10, 78, ซูม่า 30

พาเลซ (4-4-2): กูเอต้า; วอร์ด, คูยาเต้, เคฮิลล์, ฟาน อานโฮลท์; อายิว (ทาวน์เซนด์ 76), มิลิโวเยวิช (c), รีเดวัลด์ (แม็คคาร์ธี่ย์ 59), เอเซ่ (ชลุปป์ 59); เบนเทเก้, ซาฮา
ตัวสำรองไม่ได้ลงสนาม บัตแลนด์, แดนน์, เคลลี่, มิทเชลล์, รัค-ซัคยี, มาเตต้า
ผู้ทำประตู เบนเทเก้ 63
ใบเหลือง
คูยาเต้ 29

ผู้ตัดสิน ไมเคิ่ล โอลิเวอร์

ข่าวอื่นๆ