รายงานผล

รายงานการแข่งขัน: เชลซี 0-1 ปอร์โต้ (สกอร์รวม 2-1)

เชลซี ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศของแชมเปี้ยนส์ ลีกได้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2014 โดยนักเตะของเราโชว์ฟอร์มแบบมืออาชีพ แม้จะปราชัย 1-0 ให้กับปอร์โต้ก็ตาม

หลังจากตุนสกอร์นำ 2-0 ในเกมนัดแรก พวกเราเปิดโอกาสให้คู่แข่งได้ทำเกมรุก โดยเน้นการเล่นอย่างรัดกุมแล้วรอเล่นงานปอร์โต้จากการสวนกลับ

ความสามัคคีในการเล่นเกมรับของเชลซีถูกแสดงให้เห็นจากแผงแบ็คทรี ทั้งเซซาร์ อัซปิลิเกวต้า, ธิอาโก้ ซิลวา และอันโตนิโอ รูดิเกอร์ ซึ่งรู้วิธีจัดการเกมสำคัญในค่ำคืนยุโรป กอปรกับเอ็นโกโล่ ก็องเต้ ที่กลับมายืนในตำแหน่งมิดฟิลด์และทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม

ก่อนถึงช่วงทดเวลาบาดเจ็บ พวกเราจำกัดโอกาสการยิงเข้ากรอบของปอร์โต้เอาไว้แค่ลูกเดียว ในจังหวะที่เมห์ดี้ ทาเรมี่ โหม่งบอลแต่โดนเอดูอาร์ เมนดี้เซฟเอาไว้ได้สบาย ๆ

กับเวลาที่เหลืออยู่ไม่กี่วินาที ปอร์โต้ยิงตีตื้นคืนได้หนึ่งลูกจากจังหวะจักรยานอากาศสุดสวยของทาเรมี่ ที่ทำให้เมนดี้ได้แค่ยืนมอง อย่างไรก็ตาม ประตูดังกล่าวของทีมดังประเทศโปรตุเกสเกิดขึ้นช้าไป ทำให้สิงห์บลูส์กรุยทางผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศได้สำเร็จ

การจัดทัพ

โธมัส ทูเคิ่ล เปลี่ยนนักเตะ 3 ตำแหน่ง โดยแผงแนวรุกที่ไล่ยิงคริสตัล พาเลซเมื่อวันเสาร์ยังเป็นชุดเดิม ประกอบด้วยเมสัน เมาท์ และคริสเตียน พูลิซิช ที่คอยสนับสนุนไค ฮาแวร์ตซ์ในบทบาทฟอลส์ไนน์

เอ็นโกโล่ ก็องเต้ กลับมาเป็นตัวจริงหลังหายจากอาการบาดเจ็บ ร่วมงานกับจอร์จินโญ่ในแผงมิดฟิลด์ ขณะที่มาเตโอ โควาซิช พลาดมีส่วนร่วมเพราะเจ็บตอนซ้อม รีซ เจมส์ กลับมายืนวิงแบ็คขวาแทนคัลลัม ฮัดสัน-โอดอย ส่วนทางด้านซ้ายเป็นเบน ชิลเวลล์อีกครั้ง

ในแดนหลัง ธิอาโก้ ซิลวากลับมาลงแทนเคิร์ต ซูม่า หลังจากชวดลงเล่นที่เซลเฮิร์สต์ ปาร์คเพราะติดโทษแบน โดยยืนเคียงข้างอันโตนิโอ รูดิเกอร์ และเซซาร์ อัซปิลิเกวต้าในแผงแบ็คทรีด้านหน้าเอดูอาร์ เมนดี้

เซอร์จิโอ้ คอนไซเซา โค้ชปอร์โต้ ปรับทัพตำแหน่งเดียวจากเกมที่เจอกันนัดแรก โดยเซอร์จิโอ้ โอลิเวียร่า ดาวซัลโวของพวกเขาในซีซั่นนี้ พ้นโทษแบนกลับมาบัญชาเกมในตำแหน่งมิดฟิลด์แทนที่หลุยส์ ดิอาซ

นาทีต่อนาที - ครึ่งแรก

นาทีที่  7 - คริสเตียน พูลิซิช ตัดบอลได้แถวกลางสนาม แล้วใช้ทักษะหนีตัวประกบก่อนจ่ายไปให้เมสัน เมาท์ ได้ลากไปถึงหน้าเขตโทษก่อนตัดสินใจยิงด้วยขวา บอลไปแฉลบบล็อคกองหลังปอร์โต้เกือบลอยเข้าประตูตัวเองเหมือนกัน

นาทีที่ 11 - จังหวะเหมือนไม่มีอะไรเมื่อโทนี่ รูดิเกอร์ คืนบอลให้เอดูอาร์ เมนดี้ แต่นายด่านของเราเตะออกมาไม่ดี ไปเข้าทางเชซุส โคโรน่า พยายามยิงสวนทันที ยังเคราะห์ดีที่จอร์จินโญ่ตามมาบล็อคออกหลังเป็นลูกเตะมุม

นาทีที่ 19 - จังหวะสวนกลับของเชลซี ไค ฮาแวร์ตซ์ ฝากบอลไปให้เอ็นโกโล่ ก็องเต้ เติมขึ้นไปด้านซ้าย มิดฟิลด์ชาวฝรั่งเศสเอาชนะตัวประกบแล้วจ่ายเข้ากลางให้คริสเตียน พูลิซิช ที่พยายามหาช่องแต่โดนประกบจึงไหลออกขวาให้รีซ เจมส์ วิ่งมายิงบดหลุดออกหลังไป

นาทีที่ 33 - ปอร์โต้มาได้ลุ้นอีกครั้ง ในจังหวะบอลยาวถึงโคโรน่าที่เอาชนะชิลเวลล์ในกรอบเขตโทษ แล้วพยายามแต่งก่อนกดด้วยขวาเต็มแรง แต่ยังออกหลัง

นาทีที่ 45 - จบครึ่งแรก เชลซีทำได้ดีในการจำกัดโอกาสของปอร์โต้ สกอร์รวมพวกเรายังนำอยู่ 2-0

นาทีต่อนาที - ครึ่งหลัง

นาทีที่ 50 - เริ่มครึ่งหลังมาได้ประมาณ 5 นาที รูปเกมเป็นปอร์โต้ที่ได้ครองบอลบุกมากกว่า ส่วนฝ่ายเราถอยลงไปตั้งรับในกรอบเขตโทษเต็มพื้นที่

นาทีที่ 54 - เชลซีพลาดได้ประตูหนีห่างในจังหวะเกมรุกที่เริ่มมาจากพูลิซิช ครอสไปด้ายซ้ายถึงเมาท์ มิดฟิลด์ชาวอังกฤษรอจังหวะให้ชิลเวลล์วิ่งโอเวอร์แล็ปเติมขึ้นมาแล้วไหลไปให้ ชิลลี่หักเข้าในกลับมาถึงพูลิซิชพยายามแปด้วยขวาแต่โดนไม่เต็มใบไม่ตรงกรอบ

นาทีที่ 57 - จังหวะเกมรุกของฝั่งเราอีกแล้ว พูลิซิชคายบอลให้ก็องเต้ก่อนโดนอัดร่วง ผู้ตัดสินให้เป็นลูกได้เปรียบ ก็องเต้จ่ายต่อไปทางซ้ายให้เมาท์ แต่งหนึ่งจังหวะก่อนพยายามกดด้วยซ้าย แต่มานาฟามาตามบล็อคเอาไว้ได้หวุดหวิด

นาทีที่ 65 - บอลครอสจากฝั่งซ้ายของปอร์โต้เหมือนไม่มีอะไร แต่โคโรน่าตามไปเก็บได้จากฝั่งขวาแล้วเล่นชิ่งกับเพื่อนก่อนหลุดไปถึงริมเส้นได้ตักเข้ามาถึงทาเรมี่ตั้งคอโหม่งแต่เมนดี้ยังตามเซฟไว้ได้

นาทีที่ 73 - เกมรุกของปอร์โต้ยังคงกดดันเชลซีต่อเนื่อง คราวนี้เบ็มบ้าครอสบอลจากด้านขวาแต่ธิอาโก้ ซิลวาล้มตัวสกัดเอาไว้ได้

นาทีที่ 79 - ปอร์โต้ได้ลูกเตะมุมจากด้านขวา เปิดเข้ามาโดนรูดิเกอร์โขกทิ้งไปติดยูริเบ้ในกรอบเขตโทษแล้วบอลไปเข้าทางเมนดี้รับเอาไว้ได้

นาทีที่ 90+2 - ฝ่ายเราน่าได้ประตูตอกฝาโลงในจังหวะที่ฮาคิม ซิเยค ซึ่งลงมาเป็นตัวสำรอง ดีดทีเดียวข้ามกองหลังปอร์โต้หลุดไปถึงพูลิซิช ได้ดวลกับผู้รักษาประตูแต่ยิงติดบล็อคเพราะโดนออกมากดดันเร็ว

นาทีที่ 90+4 - ทดเวลาบาดเจ็บนาทีสุดท้าย ปอร์โต้มาได้ประตูปลอบใจเป็นนานู ลากบอลจากด้านขวาแล้วครอสเข้าเขตโทษให้ทาเรมี่ กระโดดตีลังกายิงแบบสุดสวยส่งบอลตุงตาข่าย แต่สุดท้ายเป็นเชลซีที่เข้ารอบด้วยสกอร์รวม 2-1

นัดถัดไป?

การแข่งขันฟุตบอลแบบน็อคเอาต์ยังคงดำเนินต่อไปในวันเสาร์นี้ โดยเราจะต้องเดินทางไปที่สนามเวมบลีย์ เพื่อทำศึกเอฟเอ คัพ รอบรองชนะเลิศกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งจะคิกออฟในเวลา 23:30 น. จากนั้นการแข่งขันพรีเมียร์ ลีกจะกลับมาในคืนวันอังคารหน้า เกมที่เปิดรังสแตมฟอร์ด บริดจ์ พบ ไบรท์ตัน เวลา 02:00 น.

เชลซี (3-4-3): เมนดี้; อัซปิลิเกวต้า (c), ธิอาโก้ ซิลวา, รูดิเกอร์; เจมส์, จอร์จินโญ่, ก็องเต้, ชิลเวลล์; เมาท์ (ซิเยค 86), ฮาแวร์ตซ์ (ชิรูด์ 90+2), พูลิซิช
ตัวสำรองไม่ได้ลงสนาม กาบาเยโร่, เกปา, คริสเตนเซ่น, ซูม่า, อลอนโซ่, เอแมร์ซอน, ฮัดสัน-โอดอย, อับราฮัม, แวร์เนอร์

ปอร์โต้ (4-3-3): มาร์เชซิน; มานาฟา (นานู 75), เปเป้ (c), เบ็มบ้า, ซานูซี่; โอลิเวียร่า (วิเอร่า 84), กรูยิช (ทาเรมี่ 63), ยูริเบ; โคโรน่า (ดิอาซ 75), มาเรก้า (เอวานิลซอน 75), โอตาวิโอ้
ตัวสำรองไม่ได้ลงสนาม รามอส, ดิโอโก้ ลิเอเต้, ลูม, โรมาริโอ้ บาโร, มาร์ติเนซ, ซาร์, คอนไซเซา
ผู้ทำประตู: ทาเรมี่ 90+4
ใบเหลือง: โอลิเวียร่า 46, โคโรน่า 74, เปเป้ 82, ดิอาซ 86, ทาเรมี่ 90+5

ผู้ตัดสิน: เคลแม็งต์ ทูร์แป็ง จาก ฝรั่งเศส

ข่าวอื่นๆ