สัมภาษณ์

ทูเคิ่ล: ความมุ่งมั่นในการนำลูกทีมแข่งนัดชิงเอฟเอ คัพ ต่อหน้าแฟนบอลที่เวมบลีย์

โธมัส ทูเคิ่ล รู้สึกยินดีกับโอกาสอันน่าเหลือเชื่อ เมื่อต้องนำลูกทีมเชลซีลงแข่งเอฟเอ คัพ นัดชิงชนะเลิศ ต่อหน้าแฟน ๆ ในเวมบลีย์

เราจะทำศึกกับเลสเตอร์ ซิตี้ ในรายการเอฟเอ คัพ นัดชิงชนะเลิศ ที่เวมบลีย์ คืนวันเสาร์นี้ แน่นอนว่านี่เป็นโอกาสดีที่ทัพสิงห์บลูส์จะคว้าถ้วยรางวัลแรก ภายใต้การคุมทัพของทูเคิ่ล

อย่างไรก็ตาม อีกหนึ่งเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในเกมวันเสาร์นี้ คือเกมในสนามจะมีผู้ชมราว 21,000 คน ซึ่งในจำนวนนี้รวมถึงแฟนบอลเดอะ บลูส์ 6,250 คนด้วย นั่นหมายความว่าทูเคิ่ลจะมีโอกาสคุมลูกทีมต่อหน้าแฟนบอลสโมสรเป็นหนแรก ซึ่งนี่คือสิ่งที่เขาแทบรอไม่ไหว

'ไม่อยากจะเชื่อเลยครับ' กุนซือของเรา กล่าวเริ่ม 'ผมเคยชินกับการไม่มีผู้ชมในสนาม บางทีวันพรุ่งนี้อาจจะมีตกใจอยู่เหมือนกันที่ออกไปในสนาม และได้ยินเสียงเชียร์ แต่มันเป็นอะไรที่เยี่ยมเลย

'แน่นอนว่าเรารอคอยเรื่องแบบนี้ครับ การแข่งขันมันไม่เหมือนเดิมยามที่ไม่มีคนดู และเป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่ง ที่ได้ทราบว่าเราจะเดินทางไปสู่สนามในวันพรุ่งนี้ และจะได้เห็นแฟนบอลของเราที่นั่น ได้เจอกับครอบครัวสิงห์บลูส์ ผมคิดว่านี่เป็นแรงกระตุ้นชั้นดีสำหรับทุก ๆ คน'

สำหรับคนที่ตระหนักถึงประวัติศาสตร์ของเวมบลีย์ หนึ่งในสถานที่อันมีเอกลักษณ์เฉพาะของอังกฤษ ของโลก ตลอดจนวัฒนธรรมฟุตบอล การปรากฎตัวของแฟนบอล จะช่วยเพิ่มแรงดึงดูดของเกมในคืนวันเสาร์นี้ได้อย่างไม่ต้องสงสัย 

'ผมจำเวมบลีย์หลังเก่าได้นะ เคยเห็นในทีวี สมัยก่อนนี่มันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะได้ชมเกมจากต่างประเทศ ดังนั้น เมื่อผมได้ชมเกมเหล่านี้ บางเกมนี่ผมรู้สึกได้ถึงสีเสื้อที่ต่างกัน นักเตะที่ต่างไปจากที่ผมเคยเห็น เช่นเดียวกับบรรยากาศโดยรอบของสนาม

'ผมจำเวมบลีย์หลังเก่าได้ แน่นอนว่าชื่อของสนามแห่งนี้เป็นชื่อที่ยิ่งใหญ่ในเยอรมนี รวมถึงยุโรป ดังนั้น สำหรับผมแล้ว นี่เป็นเรื่องใหญ่มาก ที่ผมได้มีโอกาสเป็นโค้ชให้กับทีมลงแข่งเกมรอบรองชนะเลิศที่นี่ และตอนนี้มันยิ่งใหญ่กว่าเดิมอีกครับ กับความเป็นไปได้ ที่ในฤดูกาลแรกของผม ผมมีโอกาสเป็นโค้ชคุมทีมลงแข่งนัดชิงแชมป์ที่นี่'

นอกจากนี้ เวมบลีย์นั้นไม่ได้เป็นแค่สังเวียนจัดการแข่งขันเกมนัดชิงฯ รวมถึงการเปิดให้แฟนบอลกลับเข้ามาชมเกมในสนามเพียงอย่างเดียว อีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่เทรนเนอร์จากเมืองเบียร์รู้สึกตื่นเต้นกับโอกาสที่จะได้คุมทีมดวลเลสเตอร์ คือโอกาสในการคุมทีมคว้าแชมป์เอฟเอ คัพ

บอสเผยว่า เกมบอลถ้วยนัดชิงชนะเลิศ มักจะนำความรู้สึกพิเศษมาสู่ทุก ๆ คนที่เกี่ยวข้องอยู่เสมอ นั่นเป็นเพราะโทรฟี่แชมป์อยู่ในระยะที่ทุกคนมีโอกาสได้สัมผัส โดยการทำงานหนักทั้งหมดตลอดฤดูกาล กำลังจะถูกตัดสินภายในเวลา 90 นาที

'ทั้งสองทีมต่างเข้าใกล้เส้นชัย และความกระหายก็จะยิ่งเพิ่มขึ้น' กุนซือวัย 47 ปี กล่าวต่อ 'ความปราถนาของคุณ เมื่อมาถึงเกมตัดสินแชมป์ คุณจะรู้สึกถึงความกดดันที่มีในตัวเอง คุณจะรู้สึกว่ามันยังห่างไกลอยู่ เมื่อต้องลงเตะในเกมบอลถ้วยรอบแรก หรือรอบสอง จากนั้นคุณจะรู้ว่ามันยาก และรู้ต่อว่าต้องเดินไปทิศทางไหน แต่มันไม่ใช่ความตึงเครียดแบบเดิมที่ก่อขึ้นมาภายในใจของคุณ

'เพราะคุณอยู่ใกล้กับการคว้าแชมป์มาก ๆ ถ้วยแชมป์อยู่ในสนามเลย และคุณก็รู้ว่านี่คือเกมนัดสุดท้ายแล้ว และแน่นอน คุณเองก็ไม่มีทางรู้ว่าโอกาสแบบนี้จะมาอีกตอนไหน อะไรแบบนี้ถือเป็นการสร้างสถานการณ์ที่พิเศษ และคุณจะรู้สึกถึงมันตั้งแต่การเตรียมตัว ในการฝึกซ้อม ในแนวทางสำหรับการแข่งขัน และระดับของความเข้มข้นของเกม

'ในรอบชิงชนะเลิศมันแตกต่างออกไป มันเป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่จะมีได้ในกีฬาระดับสูง มันจะเค้นสิ่งที่ดีที่สุดออกมาจากตัวคุณ และคุณก็ต้องรับมือกับมัน มันคือของขวัญชิ้นใหญ่ที่จะมีได้ และหวังว่าทีมเราจะสามารถแสดงผลงานที่ดีที่สุดออกมาในเกมวันพรุ่งนี้'

ในเวลาเดียวกัน บอสยังรู้สึกว่าการที่เชลซีมีโอกาสลงเตะเกมบิ๊กแมตช์เช่นนี้ การคว้าชัยชนะจะช่วยเพิ่มแรงจูงใจให้กับทั้งตัวทูเคิ่ล และลูกทีม ไม่ว่าจะถึงแมตช์ในวันเสาร์นี้ หรือแมตช์อื่น ๆ ที่กำลังจะมาถึง

'เมื่อคุณก้าวเข้ามาถึงรอบชิงชนะเลิศร่วมกับเชลซี คุณต้องการที่จะคว้าชัยชนะในเกมรอบชิงฯ ไม่มีอะไรอื่นใด มันสำคัญมาก เพราะนี่คือเกมรอบชิงชนะเลิศ และเมื่อคุณอยู่ใกล้กับถ้วยแชมป์ คุณย่อมอยากที่จะเป็นแชมป์ ตัวผมเองก็ไม่ได้แตกต่างไปจากนักเตะ หรือสตาฟคนไหนเลย เราคือเชลซี และเราคิดถึงเรื่องการเป็นแชมป์ และอยากจะคว้าแชมป์ให้ได้มากที่สุด เท่าที่เราจะทำได้ครับ'

ข่าวอื่นๆ