รายงานผล

รายงานการแข่งขัน: แอสตัน วิลล่า 2-1 เชลซี

สิงห์บลูส์ ก้าวข้ามเส้นจบตำแหน่งท็อปโฟร์ของพรีเมียร์ ลีกได้สำเร็จ แม้เป็นฝ่ายปราชัยในการแข่งขันเกมลีกวันสุดท้ายของฤดูกาล

ทีมของเราจะได้มีส่วนร่วมในรายการแชมเปี้ยนส์ ลีกซีซั่นหน้าแน่นอนแล้ว โดยการแข่งขันสัปดาห์สุดท้ายของพรีเมียร์ ลีก มีอยู่ช่วงหนึ่งที่ทีมของ โธมัส ทูเคิ่ล ตกไปอยู่อันดับที่ 5 ของตาราง

ประตูจาก เบอร์ทรานด์ ตราโอเร่ อดีตนักเตะเชลซีก่อนหมดครึ่งแรก ทำให้ความหวังในการจบท็อปโฟร์ของสิงห์บลูส์มีปัญหา ในตอนพักครึ่ง พวกเรายังอยู่ในอันดับที่จะผ่านไปเล่นแชมเปี้ยนส์ ลีก แต่เริ่มต้นครึ่งหลังมาไม่นาน อันวาร์ เอล กาซี่ ยิงจุดโทษให้เจ้าบ้านหนีไปเป็น 2-0 ขณะที่สกอร์คู่ลิเวอร์พูล และเลสเตอร์ก็ไม่เป็นใจ นอกจากนี้เรายังต้องเสีย เอดูอาร์ เมนดี้ ไปเพราะอาการบาดเจ็บบริเวณซี่โครงอีกด้วย

เดอะ บลูส์ ครองเกมรุกเป็นส่วนใหญ่ในครึ่งแรกแต่ไม่มีโอกาสเหน่ง ๆ มากนัก แต่ก่อนหมดเวลา 20 นาที พวกเราไล่มาเป็น 2-1 จาก เบน ชิลเวลล์

ผลการแข่งขันจบลงด้วยสกอร์ดังกล่าว แต่ เซซาร์ อัซปิลิเกวต้า ได้รับใบแดงในช่วงท้ายเกม อย่างไรก็ตามโทษแบนไม่มีผลกับการแข่งขันที่ปอร์โต้ โดยเรายังเหลือถ้วยแชมเปี้ยนส์ ลีกให้ได้ลุ้น และไม่ต้องกังวลเรื่องการผ่านไปเล่นฟุตบอลยุโรปถ้วยใหญ่ฤดูกาลหน้าอีกแล้ว

การจัดทัพ

มีการเปลี่ยนแปลงแค่หนึ่งตำแหน่งจากทีมชุดที่คว้า 3 แต้มจากเลสเตอร์เมื่อกลางสัปดาห์ เอ็นโกโล่ ก็องเต้ ได้รับบาดเจ็บจากแมตช์ดังกล่าว ดังนั้น มาเตโอ โควาซิช จึงลงทำหน้าที่แทนเขา

ก่อนการคิกออฟ ทูเคิ่ล เผยว่า ก็องเต้ จะกลับมาฝึกซ้อมอย่างเต็มรูปแบบในวันพุธ และพร้อมลงเล่นในวันเสาร์หน้า

รีซ เจมส์ ยังได้ยืนเป็นหนึ่งในสามเซ็นเตอร์แบ็คเหมือนเกมกับเลสเตอร์ โดย เซซาร์ อัซปิลิเกวต้า ถ่างมายืนวิงแบ็คขวา

นาทีต่อนาที - ครึ่งแรก

นาทีที่ 2 - เริ่มเกมไม่นานเป็นฝ่ายเชลซีได้ลุ้นก่อน โดย มิงส์ โหม่งเคลียร์มาเข้าทาง เมาท์ บริเวณกรอบเขตโทษฝั่งขวา มิดฟิลด์ชาวอังกฤษแต่งแล้วดีดด้วยขวาแต่บอลหลุดเสาสอง

นาทีที่ 11 - เชลซี กดดันต่อเนื่องแล้วได้ลุ้นอีกครั้ง คราวนี้ อัซปิ ได้บอลสุดเส้นหลังขวาแล้วเปิดเข้ามาหน้าประตู แวร์เนอร์ โฉบมาโหม่งที่เสาแรกแต่บางเกินทำให้บอลผ่านหน้าประตู

นาทีที่ 15 - อีกหนึ่งจังหวะที่สิงห์บลูส์ได้ลุ้น แวร์เนอร์ ครอสบอลโด่งเลยไปเสาสอง มีชิลเวลล์ วอลเล่ย์ลงพื้นแต่ตรงตัว มาร์ติเนซ รับไว้ได้

นาทีที่ 16 - เจ้าบ้านมีลุ้นบ้างเป็นจังหวะที่ วัตกิ้นส์ โหม่งชงให้ ตราโอเร่ แหวกเกมรับเชลซีไปทางซ้ายก่อนกดเรียดด้วยซ้าย เมนดี้ เซฟไว้ได้

นาทีที่ 18 - แวร์เนอร์ ได้บอลในกรอบเขตโทษฝั่งซ้ายแล้วดึงจังหวะไหลคืนมาให้ เมาท์ ได้ยิงเต็มข้อแต่ มาร์ติเนซ ยืนตำแหน่งดีเซฟไว้ได้อีก

นาทีที่ 22 - เชลซี ยังตั้งหน้าตั้งตาทำเกมรุกหวังยิงประตูแรก คราวนี้บอลโด่งเข้าเขตโทษ เจ้าบ้านเคลียร์กันไม่ขาดสุดท้ายเป็น พูลิซิช ได้ตีลังกายิงแบบไม่ค่อยถนัดนัก บอลเบาตรงตัว มาร์ติเนซ รับสบาย

นาทีที่ 24 - โอกาสเหน่ง ๆ ของพวกเรา จอร์จินโญ่ วางเข้าเขตโทษด้านขวา อัซปิ เติมไปแปะคืนให้ เมาท์ ได้วิ่งมายิงด้วยเท้าซ้ายแต่โดนใต้ลูกมากเกินไปจนบอลข้ามคานไปอย่างน่าเสียดาย

นาทีที่ 27 - วิลล่า ได้โอกาสสองครั้งติดต่อกัน เริ่มจาก แม็คจินน์ ไหลมาในกรอบถึง ตราโอเร่ แปด้วยขวาแต่บอลหลุดกรอบ จากนั้น แม็คจินน์ แย่งบอลจาก โควาซิช ในแดนกลางแล้วตะลุยขึ้นมาได้ปั่นแต่ยังไม่เข้ากรอบ

นาทีที่ 37 - ลูกตั้งเตะของเจ้าบ้านทางด้านขวา ทาร์เก็ตต์ ครอสเข้ามาบอลโดน ธิอาโก้ ซิลวา เคลียร์ไว้ จากนั้นมีขลุกขลิกนิดหน่อยสุดท้ายเป็น โควาซิช เตะทิ้งออกไป

นาทีที่ 43 - แอสตัน วิลล่า เล่นลูกสูตรในจังหวะเตะมุม โดยเปิดเรียดเข้าเขตโทษแล้วเป็น เบอร์ทรานด์ ตราโอเร่ วิ่งมาแปด้วยซ้าย แม้โดนบอลไม่เต็มใบแต่ทิศทางกลายเป็นดีเสียบใต้คานตุงตาข่าย

นาทีต่อนาที - ครึ่งหลัง

นาทีที่ 46 - เมนดี้ มีอาการบาดเจ็บบริเวณกระดูกซี่โครงจากจังหวะที่พยายามบินเซฟประตูของ ตราโอเร่ แล้วลอยไปชนเสา ทำให้ เกปา ลงสนามมาแทน
 
นาทีที่ 47 - แวร์เนอร์ ได้ใช้ความเร็วกระชากไปทางซ้ายในจังหวะสวนกลับ แล้วปาดเข้ามาด้านในให้ พูลิซิช ยิงไม่ดีนักทำให้บอลหลุดออกหลังไป

นาทีที่ 52 - แอสตัน วิลล่า มาได้จุดโทษจากจังหวะที่ จอร์จินโญ่ เข้าบอลใส่ ตราโอเร่ ในกรอบ ผู้ตัดสินเป่าทันที ก่อน VAR ยืนยัน อันวาร์ เอล กาซี่ เป็นเพชฌฆาตสังหารยิงไปคนละทางกับ เกปา "สิงห์ผงาด" หนีไปเป็น 2-0

นาทีที่ 54 - เดอะ บลูส์ เปิดเกมรุกลุยแหลกแล้วมาได้ลุ้นอีกครั้งโดย เมาท์ รับบอลจาก ชิลเวลล์ แล้วสับด้วยขวาหน้าเขตโทษ แต่บอลยังไม่เข้าเป้า

นาทีที่ 59 - เชลซี ส่งบอลสู่ก้นตาข่ายได้สำเร็จในจังหวะที่ อัซปิลิเกวต้า สอดขึ้นมาแล้วยิงติดบล็อค แวร์เนอร์ ซ้ำจ่อ ๆ ไม่เหลือ แต่ไลน์แมนและ VAR ชี้ว่ากัปตันของเราล้ำหน้าไปก่อนแล้ว

นาทีที่ 60 - ทูเคิ่ล เปลี่ยนตัวคนที่สองโดยถอด จอร์จินโญ่ ออกมาแล้วให้ ซิเยค ลงไปเล่นแทน

นาทีที่ 66 - เปลี่ยนตัวคนสุดท้ายของเชลซี ฮาแวร์ตซ์ ลงเล่นแทน โควาซิช

นาทีที่ 70 - ความพยายามของพวกเราสัมฤทธิ์ผลจากจังหวะที่ พูลิซิช ทำชิ่งกับ ซิเยค แล้วหลุดไปเปิดบอลจากฝั่งขวา เลยไปถึง ชิลเวลล์ วิ่งเข้ามาอัดด้วยซ้าย มาร์ติเนซ ควักออกมาได้แต่โกล์ไลน์ยืนยันว่าข้ามเส้นไปแล้ว เชลซีไล่มา 2-1!

นาทีที่ 74 - พวกเรายังพยายามนวดเจ้าบ้านอย่างต่อเนื่อง แล้วมาได้ลุ้นในจังหวะที่ เมาท์ เปิดบอลไปถึง ฮาแวร์ตซ์ ตวัดยิงตาม บอลไปติดบล็อค มิงส์ มีการประท้วงว่าเป็นแฮนด์บอลแต่ผู้ตัดสินไม่ได้ว่าอะไร

นาทีที่ 76 - กัปตันเดฟ เติมมาเล่นเกมรุกแล้วมีพื้นที่หน้าเขตโทษ เขาลองกดเต็มข้อด้วยขวาแต่ยังไม่แม่นพอ

นาทีที่ 87 - เดอะ บลูส์ น่าได้ประตูตีเสมอสุด ๆ เป็นจังหวะที่ ซิเยค ครอสบอลจากกรอบเขตโทษด้านขวาไปที่เสาสองถึง ชิลเวลล์ วิ่งมาแปเหน่ง ๆ แต่ มาร์ติเนซ ยังเซฟไว้ได้หวุดหวิด

นาทีที่ 89 - ท้ายเกมพวกเราต้องเหลือนักเตะ 10 คน ในจังหวะที่ อัซปิลิเกวต้า พัวพันอยู่กับ กริลิช แล้วล้มลง จังหวะจะลุกมาเล่นกัปตันเอามือไปปัดหน้าเพลย์เมคเกอร์วิลล่าทำให้ แอตต์เวลล์ ไล่เขาออกจากสนาม

ทดเวลาบาดเจ็บครึ่งหลัง 5 นาทีไม่มีใครทำอะไรกันได้ พวกเราแพ้ 2-1 แต่ต้องขอบคุณท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ที่บุกเอาชนะเลสเตอร์ ซิตี้ 4-2 ทำให้ "สิงห์บลูส์" จบในอันดับที่ 4 ของตาราง ผ่านไปเล่นแชมเปี้ยนส์ ลีกฤดูกาลหน้าได้สำเร็จ

นัดถัดไป?

เหลืออีกแค่นัดเดียวสำหรับฤดูกาล 2020/21 แต่เป็นแมตช์ที่สำคัญที่สุด วันเสาร์นี้เชลซีจะต้องบุกไปแข่งขันที่ปอร์โต้ เผชิญหน้ากับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ในแชมเปี้ยนส์ ลีก รอบชิงชนะเลิศ

 

เชลซี (3-4-2-1): เมนดี้ (เกปา h-t); เจมส์, ธิอาโก้ ซิลวา, รูดิเกอร์; อัซปิลิเกวต้า (c), จอร์จินโญ่ (ซิเยค 59), โควาซิช (ฮาแวร์ตซ์ 66), ชิลเวลล์; เมาท์, พูลิซิช, แวร์เนอร์
ตัวสำรองไม่ได้ลงสนาม อลอนโซ่, คริสเตนเซ่น, ซูม่า, กิลมอร์, ฮัดสัน-โอดอย, ชิรูด์
ผู้ทำประตู ชิลเวลล์ 70
ใบแดง อัซปิลิเกวต้า 89
ใบเหลือง จอร์จินโญ่ 45, แวร์เนอร์ 45+2, โควาซิช 49, เกปา 90+5

 

แอสตัน วิลล่า (4-2-3-1): มาร์ติเนซ; คอนซ่า, เฮาส์, มิงส์, มาร์เก็ตต์; แม็คจินน์, นาคัมบ้า; ตราโอเร่ (ชุควูเอเมก้า 73), กรีลิช (c), เอล กาซี่ (แรมซี่ย์ 79); วัตกิ้นส์
ตัวสำรองไม่ได้ลงสนาม ฮีตัน, เทย์เลอร์, เอลโมฮามาดี้, ดักลาส, เดวิส, ฟิโลจีน-ไบเดซ, เวสลี่ย์
ผู้ทำประตู ตราโอเร่ 43, เอล กาซี่ 52 (จุดโทษ)
ใบเหลือง แม็คจินน์ 64, นาคัมบ้า 75, มาร์ติเนซ 81

ผู้ตัดสิน สจ๊วรต แอตต์เวลล์
 

ข่าวอื่นๆ