ทีมชาติ

ยูโร 2020: เมาท์ & เจมส์ ดวลกิลมอร์ ในเกมอังกฤษ พบ สกอตแลนด์

กับเกมที่เปี่ยมไปด้วยความตื่นเต้น แต่เมื่อสิ้นเสียงนกหวีดยาวไม่มีประตูเกิดขึ้น อย่างไรก็แล้วแต่ มีนักเตะเชลซีถึงสามคนที่มีส่วนร่วมกับเกมที่อังกฤษ เปิดเวมบลีย์ ดวลสกอตแลนด์

บิลลี่ กิลมอร์ ลงสนามเป็นตัวจริงให้ทีมชาติสกอตแลนด์ และถือเป็นโอกาสออกสตาร์ตในเกมระดับทัวร์นาเมนต์หนแรกให้ทัพสกอต โดยก่อนหน้านี้เขาได้โอกาสลงเล่นในเกมอุ่นเครื่องไปแล้ว 2 นัดด้วยกัน และสตีฟ คลาร์ก ได้ให้โอกาสเจ้าตัวสัมผัสเกมในสนามถึงนาทีที่ 75 ก่อนจะทำผลงานได้อย่างไร้ที่ติ และคว้าแมน ออฟ เดอะ แมตช์ ในเกมนี้ด้วย

ทางฝั่งสิงโตคำราม แกเร็ธ เซาต์เกต ส่งรีซ เจมส์ ลงสนามพร้อมกับเมสัน เมาท์ ในตำแหน่งตัวจริง เจมส์เป็นหนึ่งในสองนักเตะฟูลแบ็คที่อังกฤษปรับทัพจากนัดก่อน ที่ชนะโครเอเชีย เช่นเดียวกับลุค ชอว์ ที่ยืนทางกราบซ้าย โดยแบ็คขวาสิงห์บลูส์มีโอกาสปิดเกมรุกของทัพตาร์ตันได้ไม่น้อย

เมาท์ปะทะตรง ๆ กับกิลมอร์อยู่หลายครั้งในเกมนี้ เรียกได้ว่าเป็นการดวลกันอยากที่แฟนสิงห์บลูคาดหวังเอาไว้ และเมสันก็มีโอกาสทำเกมรุก รวมถึงหาโอกาสจบใส่สกอตแลนด์หลายครั้ง ในการแข่งขันของสองชาติ ที่ถือเป็นคู่ปรับเก่าแก่

โอกาสแรกของเกมเป็นของทัพแดนวิสกี้ ส่วนเมาท์ได้สร้างจังหวะจบให้อังกฤษในเวลาจากนั้นไม่นาน เมื่อเขาครอสเตะมุมจนบอลทะลักมาถึงจอห์น สโตนส์ กระโดดเขกเหน่ง ๆ บอลไปชนเสาอย่างจัง เรียกได้ว่าใกล้เคียงกับประตูออกนำตั้งแต่ช่วง 11 นาทีแรก

สองนาทีต่อมา อังกฤษกดดันแหลก เมาท์ซัดตามน้ำจากจังหวะผ่านเข้าในของสเตอร์ลิ่ง แต่บอลก็ยังไม่เป็นใจให้ตุงตาข่าย ลูกหลุดเสาไปนิดเดียว

จากนั้นสิงโตคำรามยังคงบุกไม่ลดละ ฟิล โฟเด้น เกี่ยวบอลลงก่อนซัดไวแบบระยะประชิด แต่แม้จะเป็นช็อตลุ้นเสียว ทว่าก็โดนจับล้ำหน้าไปก่อน รวมถึงจังหวะเปิดบอลน้ำหนักแม่นของรีซ เจมส์ ตกมาถึงแฮร์รี่ เคน แต่กัปตันอังกฤษพุงโขกบอลไม่ตรงกรอบประตู

ทางฝั่งของสกอตแลนด์ก็มีลุ้นน่าได้ประตูสุด ๆ เมื่อสตีเฟ่น โอดอลเนล วอลเลย์แบบไม่จับ บอลหวิดจะเสียบตาข่ายอยู่แล้ว แต่จอร์แดน พิคฟอร์ด โชว์เหนียวปัดได้แบบหวุดหวิด

สามนาทีในช่วงต้นครึ่งหลัง มีช็อตยิงไกลเต็มข้อของ เมาท์ ทำเอาเดวิด มาร์แชลล์ต้องออกแรงเซฟ เขาปัดบอลทิ้งได้ทัน เช่นเดียวกับนาทีที่ 55 เมื่อเจมส์ วางเท้าอัดบอลพุ่งหลุดคานออกหลังไปนิดเดียว

และเจมส์มีจังหวะลงมาช่วยเกมรับได้อย่างเหนียวแน่น เมื่อเขาเป็นคนเข้ามาหยุดลูกยิงเน้น ๆ ของลีนดอน ไดค์ส เรียกได้ว่าเป็นการสกัดบนเซฟประตูแบบหวุดหวิด และในช่วงก่อน 10 นาทีสุดท้าย ขุนพลสกอตมีลุ้นอีกหน จากช็อตยิงของเชส์ อดัมส์ แต่หลุดกรอบไป

เวลาที่เหลือ สิงโตคำรามไม่สามารถควานหาประตูในเกมนี้ได้ ทำให้จบ 90 นาที ศึกประวัติศาสตร์อังกฤษ - สกอตแลนด์ หนนี้จบลงแบบไร้สกอร์เป็นหนแรก นับแต่ที่สองทีมดวลกันมา

ในรายของเบน ชิลเวลล์ มีชื่อเป็นตัวสำรองให้อังกฤษ ทว่าไม่ได้ถูกส่งลงเล่น

สถานการณ์เข้ารอบในตอนนี้ อังกฤษยังต้องการอีก 1 แต้มในเกมกับเช็ก เพื่อการันตีเข้ารอบ เช่นเดียวกับเช็ก ที่มี 4 คะแนนเช่นกัน โดยทั้งสองทีมจะดวลกันในวันอังคารนี้ ทางฝั่งสกอตแลนด์ก็จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องเอาชนะโครเอเชียให้ได้ ในเกมสุดท้ายที่แฮมป์เดน พาร์ค แข่งในวันเดียวกัน

ข่าวอื่นๆ