ทีมชาติ

ยูโร 2020: ฮาแวร์ตซ์ประเดิมซัด เยอรมนีอัดโปรตุเกสสุดมัน

ไค ฮาแวร์ตซ์ นับหนึ่งกับการทำประตูในศึกยูโร 2020 พร้อมช่วยทัพอินทรีเหล็ก เอาชนะทีมฝอยทอง ในเกมที่มีประตูเกิดขึ้นถึง 6 ลูก

ทีมของโยอัคคิม เลิฟ ยังคงมีคิวลงเตะในมิวนิค และให้โอกาสสองแข้งเชลซีอย่างฮาแวร์ตซ์ รวมถึงอันโตนิโอ รูดิเกอร์ ลงเล่นตัวจริง และมีส่วนช่วยอินทรีเหล็กต่อยอดโอกาสเข้ารอบน็อคเอาต์ เพราะต่างก็มีส่วนสำคัญในการพาทีมได้สามแต้มเหนือโปรตุเกส

หลังจากที่แพ้ฝรั่งเศสในเกมเปิดหัว ทำให้เยอรมนีเผชิญกับแรงกดดัน แต่ในเกมกับโปรตุเกส พวกเขาแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่ง จนเอาชนะได้ 4-2 โดยฮาแวร์ตซ์ มีส่วนกับ 4 ประตูของเยอรมนีด้วย

โยอัคคิม เลิฟ ยังให้โอกาสรูดิเกอร์ลงยืนในตำแหน่งกองหลังสามคนเช่นเคย ส่วนฮาแวร์ตซ์เป็นหนึ่งในสนามแนวรุกร่วมกับแซร์จ กนาบรี้ และโธมัส มุลเลอร์ ส่วนติโม แวร์เนอร์ มีชื่อเป็นสำรอง

อินทรีเหล็กหวิดออกนำตั้งแต่ช่วงต้นเกม เมื่อมาธิอัส กินเตอร์ ครอสบอลเข้าไปในเขตโทษ แม้กนาบรี้จะทิ้งตัวชาร์จบอลไม่โดน แต่ลูกยังหลุดมาเข้าทางโรบิน โกเซนส์ กระโดดยิงเข้าไปได้ แต่สุดท้าย VAR มาชี้ว่าเป็นการล้ำหน้า โดยล้ำตั้งแต่จังหวะเข้าทำของกนาบรี้

อย่างไรก็ตาม กลับเป็นโปรตุเกสที่ออกนำไปก่อน จากจังหวะเกมรุก การเข้าทำหนแรกของเกม เมื่อบอลสวนกลับไว และเป็นดิเอโก้ โชต้า พักอกส่งต่อไวให้คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ยิงเข้าประตู

กระทั่งแฟนบอลในอัลลิอันซ์ อารีน่า ในช่วง 10 นาทีสุดท้ายก่อนหมดครึ่งแรก เยอรมนีต่อบอลกันทางฝั่งขวา และเป็นโธมัส มุลเลอร์ ส่งต่อให้โยชัว คิมมิช เปิดข้ามมาทางซ้ายของเขตโทษโรบิน โกเซนส์ วอลเล่ย์ชนิดที่บอลมาเข้าทางไค ฮาแวร์ตซ์ และเป็นรูเบน ดิอาส ที่ตามประกบอยู่ ได้โอกาสสกัด แต่บอลดันปลิ้นเข้าประตูตัวเอง

ฮาแวร์ตซ์มีส่วนกับประตูของเยอรมนีอีกครั้ง คราวนี้ประตูแซงนำของทีมเริ่มจากจังหวะที่ขึ้นบอลทางซ้าย โธมัส มุลเลอร์ เปิดบอลดาบแรกติดคู่แข่ง ทว่าลูกเป็นใจตกมาหน้าประตู และเป็นไค ที่วิ่งสอดเข้ามา สะกิดต่อให้โยชัว คิมมิช แถวเสาไกล ก่อนที่ดาวเตะบาเยิร์น มิวนิค จะจ่ายเข้ากลาง สุดท้ายเป็นราฟาเอล เกร์เรโร่ สกัดเข้าประตูตัวเองอีก

เปิดครึ่งหลังได้ 5 นาที อินทรีเหล็กทำสกอร์ขยับห่าง คราวนี้เป็นโธมัส มุลเลอร์ เล่นบอลจากริมเส้นขวา ส่งต่อมาหน้าเขตโทษ และเป็นโรบิน โกเซนส์ ปาดต่อไปหน้าประตู บอลมาถึงไค ฮาแวร์ตซ์ สอดมาชาร์จเข้าไปพาทีมขยับเพิ่มเป็น 3-1

เจ้าบ้านมีประตูตามมาอีกในนาทีที่ 60 เมื่อไค ฮาแวร์ตซ์ ส่งบอลออกฝั่งขวาให้โยชัว คิมมิช เติมถึงสุดเส้น ก่อนตบต่อให้โรบิน โกเซนส์ สอดมาโขกเต็ม ๆ ให้เยอรมนีนำห่างไปถึง 4-1

โปรตุเกสเองก็ไม่ยอมง่าย ๆ และมายิงประตูที่สองในเกม จากจังหวะที่โทนี่ รูดิเกอร์ และเพื่อนร่วมทีม หยุดจังหวะแท็ปอินของดิเอโก้ โชต้าไม่อยู่ แม้แข้งลิเวอร์พูลโหม่งไม่ถึงบอล แต่ลูกดันหลุดมาหาคริสเตียโน่ โรนัลโด้ กระดกกลับเข้ามาได้ และคราวนี้โชต้าไม่พลาด ได้โอกาสส่องเผาขนเข้าประตูไป

ช่วง 20 นาทีสุดท้าย ฮาแวร์ตซ์ถูกเปลี่ยนตัวออก ในขณะที่ช่องว่างของประตูของทั้งสองทีมในเกมนี้ยังคงที่ 2 ประตู

เวลาจากนั้น รูดิเกอร์ รวมถึงแนวรับอินทรีเหล็ก ช่วยกันเล่นเกมรับอย่างแข็งแกร่ง แม้จะมีโอกาสโดนโจมตี แต่สุดท้ายก็ยังช่วยกันได้ดี และทำให้เกมคู่นี้จบลงด้วยชัยชนะของเยอรมนี สถานการณ์ในกลุ่ม G ทั้งเยอรมนีและโปรตุเกส ต่างก็มีทีมละ 3 แต้ม ตามจ่าฝูงอย่างฝรั่งเศสแค่ 1 แต้ม และต้องไปวัดลุ้นผ่านเข้ารอบเป็นที่ 1 หรือ 2 ของสายในเกมนัดสุดท้าย ซึ่งทีมของโยอัคคิม เลิฟ จะดวลกับฮังการี ในนัดส่งท้าย

ส่วนคู่สุดท้ายของเมื่อคืนนี้ เซซาร์ อัซปิลิเกวต้า มีชื่อเป็นตัวสำรอง แต่ไม่ได้ลงเล่นในเกมที่ทีมชาติสเปน เสมอกับทีมชาติโปแลนด์ 1-1 เกมนี้กระทิงดุได้ประตูนำไปก่อนจากอัลบาโร่ โมราต้า อดีตกองหน้าสิงห์บลูส์ ทว่าโรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ก็มาโขกตีเสมอให้โปแลนด์ จากผลการแข่งขันในเกมนี้ ทำให้สเปนรั้งอันดับสามของกลุ่ม E เก็บสองแต้มจากสองนัด

ข่าวอื่นๆ