ทีมชาติ

ยูโร 2020: จอร์จินโญ่และเอแมร์ซอนออกสตาร์ต อัมพาดูโดนใบแดงในเกมอิตาลีเฉือนหวิวเวลส์

เวลส์พ่ายต่ออิตาลี ในเกมที่กรุงโรม แต่ยังดีพอที่จะคว้าอันดับสองของกลุ่ม ตามเข้าสู่รอบน็อคเอาต์ต่อไปได้สำเร็จ

ทีมมังกรแดงมีสถิติเสมอสวิตเซอร์แลนด์ในเกมแรก ก่อนจะกำชัยเหนือตุรกีในนัดสอง ส่งให้พวกเขาคว้าอันดับสองของกลุ่ม A ผ่านเข้าสู่รอบต่อไปตามอัซซูรี ที่เพิ่งดวลกันในเกมนัดสุดท้าย และเป็นอิตาลีที่เอาชนะไป 1-0 จากประตูชัยในช่วง 45 นาทีแรก ของมัตเตโอ เปสซิน่า ดาวเตะจากอตาลันต้า

อิตาลีเข้ารอบในฐานะแชมป์กลุ่ม จากชัยชนะทั้งสามเกม ถึงตอนนี้ทีมของโรแบร์โต้ มันชินี่ ลงเตะ 11 นัด ฟอร์มหรูยังไม่เสียประตูให้ทีมใด 

ก่อนแข่ง โรแบร์โต้ มันชินี่ ปรับขุมกำลัง 8 คนจากนัดก่อน แต่ยังคงให้โอกาสจอร์จินโญ่ ยืนแดนกลาง ในขณะที่เอแมร์ซอน ก็ออกสตาร์ตเกมระดับทัวร์นาเมนต์รอบสุดท้ายกับอิตาลีนัดนี้เป็นนัดแรก โดยยืนในตำแหน่งแบ็คซ้าย ในระบบแบ็คโฟร์ ทางด้านของอีธาน อัมพาดู ลงเล่นเป็นกองหลังตัวกลาง ในระบบกองหลังสามคน

เจ้าบ้านลงเล่นด้วยความดุดัน ทำเกมรุกกดดันใส่เสมอ อิตาลีมีโอกาสเข้าทำสูงถึง 23 ครั้ง แบ่งเป็นเกมยิงตรงกรอบ 6 ครั้ง มีจังหวะที่เอแมร์ซอน ได้จบสกอร์ แต่บอลยังไม่ผ่านมือแดนนี่ วอร์ด นายด่านเวลส์

ในขณะที่จอร์จินโญ่ ก็ยังคงรักษามาตรฐานของตัวเองได้ยอดเยี่ยม เขายืนเป็นหนึ่งในสามแดนกลางร่วมกับมาร์โก แวร์รัตติ ที่กลับมาลงสนามให้อิตาลีอีกครั้ง ส่วนอีกคนที่ลงสนามคือเปสซิน่า คนทำประตูในเกมนี้

จอร์จินโญ่ โดนเปลี่ยนตัวออกในนาทีที่ 75 พร้อมพกสถิติหรูกับช่วงเวลาที่ลงสนาม เขามีอัตราผ่านบอลสำเร็จสูงถึง 98% เช่นเดียวกับสถิติผ่านบอลแบบคีย์พาส 2 ครั้งเน้น ๆ 

อิตาลีมาได้ประตูออกนำในเกมในช่วง 6 นาทีก่อนหมดครึ่งแรก จากจังหวะฟรีคิกฝั่งขวาโดยแวร์รัตติ บอลลอยมาถึงเปสซิน่า ซัดตามน้ำเข้าประตูไป

ถึงแม้ว่าเวลส์จะพ่ายในเกมนี้ ทว่าพวกเขาก็การันตีจบรองแชมป์กลุ่ม เนื่องจากผลต่างประตูได้เสียได้เปรียบสวิส ที่นัดส่งท้ายเอาชนะตุรกีไป 3-1 แต่ยังไม่พอ

อย่างไรก็แล้วแต่ ความโชคร้ายของเวลส์ในเกมกับอิตาลี เกิดขึ้นในช่วง 10 นาทีแรกของครึ่งหลัง เมื่ออัมพาดู โดนใบแดงโดยตรงไล่ออกจากสนาม จากจังหวะที่เข้าไปย่ำข้อเท้าของเฟเดริโก้ แบร์นาร์เดสคี่ ส่งผลให้อัมพาดูในวัย 20 ปี กลายเป็นนักเตะอายุน้อยที่สุดที่ได้ลงเล่นในยูโร และได้รับใบแดงโดยตรงจากผู้ตัดสิน

หลังเหลือแค่สิบคน ทีมมังกรแดงมีโอกาสจะ ๆ จากลูกวอลเล่ย์คนเดียวโล่ง ๆ ของแกเร็ธ เบล แต่บอลพุ่งข้ามคานไป และเวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่ม จบเกมอิตาลี เฉือนชนะเวลส์ 1-0 จบด้วยการเป็นแชมป์กลุ่ม ส่วนเวลส์คว้าที่สอง ผ่านเข้าสู่รอบน็อคเอาต์ได้อีกครั้ง หลังจากที่ปี 2016 ทีมจากเกาะอังกฤษไปไกลถึงรอบรองชนะเลิศ

อิตาลี รอเจอทีมระหว่างยูเครน หรือออสเตรีย ที่เวมบลีย์ ส่วนเวลส์ จะรอชนรองแชมป์กลุ่ม B โดยมีสามทีมให้ลุ้นเป็นคู่แข่ง คือรัสเซีย, ฟินแลนด์ และเดนมาร์ก ที่อัมสเตอร์ดัม ทำการแข่งขันในวันเสาร์ทั้งสองคู่

ข่าวอื่นๆ