รายงานผล

รายงานการแข่งขัน: บอร์นมัธ 1 เชลซี 2

สิงโตน้ำเงินครามโดนทีเด็ดเจ้าบ้านทำประตูออกนำ ก่อนจะแรงปลายแซงคว้าชัยชนะ ในเกมพรีซีซั่นที่ไวทาลิตี้ สเตเดี้ยม 

ทั้งสามประตูนั้นเกิดขึ้นในช่วงครึ่งเวลาหลัง บอร์นมัธได้ประตูขึ้นนำไปก่อน จากเอมิเลียโน่ มาร์คอนเดส จากนั้นลูกทีมของโธมัส ทูเคิ่ล จะตามตีเสมอทันควัน โดยอาร์มานโด้ โบรย่า และอิเค อั๊กโบ สองตัวสำรองที่ถูกเปลี่ยนลงมาในครึ่งหลัง 

หลังจากประเดิมเกมพรีซีซั่นด้วยชัยชนะเหนือปีเตอร์โบโร่ห์ ยูไนเต็ด 6-1 และการแบ่งทีมดวลกันเองซึ่งผลจบลงที่สกอร์ 1-1 เมื่อคืนที่ผ่านมา สิงห์บลูส์มีเกมอุ่นเครื่องนัดสำคัญเตรียมพร้อมก่อนฤดูกาล 2021/22 จะเริ่มขึ้น โดยมีโปรแกรมมาเยือนทีมอันดับ 6 ของเดอะ แชมเปี้ยน ชิพ ในฤดูกาลที่ผ่านมา ซึ่งก็อยู่ในช่วงเตรียมตัวก่อนประเดิมฤดูกาลใหม่ในลีกรอง ในเร็ววันนี้

อีกหนึ่งไฮไลต์ที่น่าจับตามองในเกมวันนี้ คือการเปิดให้แฟน ๆ เข้ามาชมในสนาม นับว่าเป็นสัญญาณที่ดีก่อนเปิดฤดูกาลใหม่ในฟุตบอลอังกฤษ

ฮาคิม ซิเยค ออกสตาร์ตในแผงเกมรุก ผนึกกำลังกับแทมมี่ อับราฮัม และคริสเตียน พูลิซิช โดยจังหวะจบหนแรกในเกมมาจากฝีเท้าของแข้งมะกัน ที่ยิงเต็มเท้า แต่บอลไม่เข้ากรอบ

มาล็อง ซาร์ ลงสนามในสีเสื้อเดอะ บลูส์ ต่อหน้าแฟน ๆ เป็นครั้งแรก มีจังหวะเล่นเกมรับที่เด็ดขาด เคลียร์โอกาสจบจากลูกฟรีคิกของเจ้าบ้านได้ ในครึ่งแรก และเดอะ เชอร์รี่ส์ ก็มีโอกาสเข้าทำที่ดีอีกครั้ง แต่ลูอิส เบเกอร์โชว์บล็อกลูกยิงของโดมินิค โซลันกี้ อดีตดาวรุ่งของเรา เบเกอร์ทิ้งตัวสกัดในจังหวะไหลตามน้ำได้สวย แน่นอนว่าการยืนตำแหน่งเกมรับอาจจะดูแปลกตาสำหรับแฟนบอลสิงห์บลูส์ไม่น้อย เพราะจากเดิมเจ้าตัวลงเล่นเป็นมิดฟิลด์

การขับเคลื่อนเกมเกมรุกของเดอะ บลูส์ 

เกปา ออกแรงชกบอลทิ้งจนเชลซีได้เล่นเกมสวนกลับ มีจังหวะที่ฮัดสัน-โอดอย หลุดขึ้นมาทางกราบขวา จากการจ่ายไซด์ก้อยของซิเยค ทว่าแนวรุกดาวรุ่งยิงบอลน้ำหนักเบาไปติดเซฟมาร์ค ทราเวอร์ส

นาทีที่ 25 ฮัดสัน-โอดอย โชว์สเต็ปโยกหลอกแถวริมเส้นขวา ก่อนหักเข้าในเข้าทางอับราฮัมซัดจ่อ ๆ ไปติดเซฟนายด่านเดอะ เชอร์รี่ส์อีกครั้ง

จากนั้นฮัดสัน-โอดอย วูบวาบและโดดเด่นในการเล่นเกมรุกทีมอีกครั้ง เขารับบอลคิลเลอร์พาสจากซิเยคแถวริมเส้นขวา เขาจ่ายเข้ากลางอีกครั้ง แต่คราวนี้ไม่มีเพื่อนตามเข้ายิง ก่อนโดนเบอร์ 11 บอร์นมัธเตะทิ้งไป มีจังหวะที่บอลขึ้นทางซ้ายบ้าง อลอนโซ่เปิดจากแถวสุดเส้นหลัง บอลทะลักมาเข้าทางซิเยคได้ง้างหวดไปติดสกัดแผงรับเจ้าบ้าน

เชลซีบุกกดดันใส่เจ้าถิ่นต่อเนื่อง แต่ยังไม่เฉียบคมกันเอง ทำให้ 45 นาทีแรกจบลงที่ 0-0

โธมัส ทูเคิ่ล ปรับทัพถึง 7 ตำแหน่งก่อนลงบู๊ครึ่งหลัง แต่เปิดเกมมาไม่นาน บอร์นมัธหวิดจะขึ้นนำสิงห์บลูส์ เมื่อ จากความผิดพลาดในเกมรับของเรา คอนอร์ กัลลาเกอร์บังบอลจากจังหวะปรี่เข้ามาของเดวิด บรู๊คไม่อยู่ แข้งเบอร์ 7 บอร์นมัธได้หลุดดวลเดี่ยวกับเอดูอาร์ เมนดี้ ทว่าเจ้าตัวดันยิงหลุดกรอบไปเอง

ช่วงเวลาแห่งการจบสกอร์

มีจังหวะที่ทั้งสองทีมได้กดดันในกรอบโทษด้วยกันทั้งคู่ เมนดี้เซฟจังหวะเกมบุกของเดอะ เชอร์รี่ส์ ที่เอ็ดเวิร์ดส์ยิงตรงตัว ให้เชลซีได้เล่นสวนกลับ สุดท้ายบอลหวิดถึงโอกาสให้ฮัดสัน-โอดอยได้ยิงถนัด กองหลังเจ้าถิ่นตามสกัดได้ก่อน

เราได้ลุ้นจากลูกส่องไกลจากนอกเขตของกัลลาเกอร์ บอลพุ่งเข้ากรอบจนทราเวอร์สต้องออกแรง รวมทั้งจังหวะที่มิอัซก้าตั้งศีรษะบรรจงโหม่ง แม้ลูกจะพุ่งหากรอบ แต่ทราเวอร์สก็รับไว้เข้าซอง

แต่เจ้าบ้านก็มาเป็นฝ่ายขึ้นนำไปก่อน เมื่อบรู๊คไหลตามช่องโล่ง ๆ ให้สตาร์ซี่ย์ จ่ายจากพื้นที่ด้านขวาเข้ากลางประตูให้มาร์คอนเดสใช้โอกาสไม่เปลือง จบลูกนี้เข้าประตู

สิงห์บลูส์ไม่ยอมง่าย ๆ  5นาทีต่อมา บาบา ราห์มาน เติมขึ้นมาจากแดนหลัง กระชากบอลแถวพื้นที่ด้านซ้าย มีจังหวะต่อบอลเชื่อมกับรูเบน ลอฟตัส-ชีค ก่อนที่แบ็คกาน่าจะเปิดบอลโค้งพุ่งเข้ากลางประตู โบรย่าพักบอลหนึ่งจังหวะก่อนสังหารเข้าไป

กระทั่งนาทีที่ 77 เราแซงนำเป็น 2-1 เมื่อลูกเตะมุมฝั่งซ้ายของรอส บาร์คลี่ย์ พุ่งเข้ามาถึงเสาแรก อิเค อั๊กโบ กองหน้าตัวสำรอง โฉบโขกเต็ม ๆ เข้าประตู และจบลงด้วยสกอร์ดังกล่าว นับว่าเป็นสัญญาณที่ดีก่อนที่เดอะ บลูส์ จะอุ่นเครื่องกับอาร์เซนอล และท็อตแน่ม ในอีกสองเกมถัดจากนี้

เชลซี (4-3-3): เกปา (เมนดี้ h-t); สเตอร์ลิ่ง (มิอัซก้า h-t), เบเกอร์ (ชาโลบาห์ h-t), ซาร์ (คล้าร์ก-ซอลเตอร์ h-t); ฮัดสัน-โอดอย (ซัปปาคอสต้า นาทีที่ 63), ดริ้งค์วอเตอร์ (ลอฟตัส-ชีค h-t), กัลลาเกอร์, อลอนโซ่ (c) (บาบา นาทีที่ 63); ซิเยค (บาร์คลี่ย์ h-t), อับราฮัม (อั๊กโบ้ นาทีที่ 63), พูลิซิช (โบรย่า h-t)
สำรองไม่ได้ใช้ เบิร์กสตรอม
ผู้ทำประตู โบรย่า นาทีที่ 71, อั๊กโบ้ นาทีที่ 76
ใบเหลือง 
สเตอร์ลิ่ง นาทีที่ 36

บอร์นมัธ (4-2-3-1): ทราเวอร์ส; สตาซี่ย์ (แคมป์ h-t), อิ๊บเซน รอสซี่, เคลลี่ (c) (กรีนวู้ด นาทีที่ 82), สมิธ (เซมูร่า นาทีที่ 60); มาร์คอนเดส (โกลเวอร์ นาทีที่ 82), คิเคนนี่; บรู๊ค (ไซดี้ นาทีที่ 71), บิลลิ่ง (โมเรียห์-เวลส์ช นาทีที่ 82), เทย์เลอร์ (เอ็ดเวิร์ดส์ h-t); โซลันกี้ (เซอร์ริดจ์ นาทีที่ 82)
สำรองไม่ได้ใช้ เดนนิส
ผู้ทำประตู มาร์คอนเดส นาทีที่ 66
 

ข่าวอื่นๆ