สัมภาษณ์

อัซปิลิเกวต้า: นี่คือความท้าทายครั้งใหม่ของเรา

ก่อนเกมเปิดหัวแชมเปี้ยนส์ ลีก ที่เชลซีจะดวลกับเซนิต เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก เซซาร์ อัซปิลิเกวต้า อธิบายว่าเพราะเหตุใดเหล่าแข้งสิงห์บลูส์ถึงยังไม่อิ่มเอมใจ แม้ทีมจะคว้าโทรฟี่ดังกล่าว มาครองได้เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา

อัซปิลิเกวต้า ซึ่งสวมปลอกแขนกัปตันทีมชูถ้วยแชมเปี้ยนส์ลีก ในปอร์โต้ แน่นอนว่าเขามีความทรงจำที่น่าอัศจรรย์จากค่ำคืนดังกล่าว ที่เกิดขึ้นเมื่อเดือนพฤษภาคม แต่เขารู้สึกว่ามีความสำคัญที่ตัวเองและเพื่อนร่วมสังกัด จะต้องลืมสิ่งดังกล่าวยามลงแข่งขันรอบแบ่งกลุ่มซีซั่นนี้

‘แน่นอนว่าเป็นความรู้สึกที่วิเศษมาก ทุกคนเอ็นจอยไปกับค่ำคืนที่ปอร์โต้มาก ๆ แต่ตอนนี้มีความท้าทายใหม่รอเราอยู่ข้างหน้า’ เกมรับสแปนิช ระบุ ‘เราเริ่มจากศูนย์เหมือนกับทีมอื่น ๆ ในยุโรป ดังนั้น เราเองก็รู้ดีว่าเราก็ต้องต่อสู้อย่างหนักเพื่อก้าวไปยังสิ่งที่เราต้องการ นั่นคือการเริ่มต้นจากเกมวันพรุ่งนี้ (วันอังคาร) มันจะเป็นเกมที่ยาก

‘เรารู้ว่าเราต้องมีข้อผิดพลาดให้น้อยที่สุด ดังนั้น ตั้งแต่เกมวันพรุ่งนี้ เราต้องมีสมาธิครับ สิ่งที่เราเคยทำไว้ที่ผ่านมา เป็นอะไรที่วิเศษมาก แต่นั่นไม่ได้ทำให้เรากุมความได้เปรียบในฤดูกาลนี้ เรามีประสบการณ์ เรามีแรงปรารถนา เรากระหายที่จะไปให้ไกลมากกว่านี้ และเราต้องแสดงออกมาให้เห็นในวันพรุ่งนี้ครับ’

กัปตันเดฟ รู้เป็นอย่างดีว่าการป้องกันแชมป์แชมเปี้ยนส์ ลีกนั้นยากเพียงใด เนื่องจากความทรงจำของตัวเขา กับเรื่องดังกล่าวในช่วงก่อนหน้านั้นไม่ได้เป็นสิ่งที่ดีนัก เจ้าตัวย้ายมาค้าแข้งในเวสต์ ลอนดอน หลังจากที่สิงโตน้ำเงินครามคว้าแชมป์แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อปี 2012 ก่อนที่เขาจะตกรอบแบ่งกลุ่มร่วมกับทีม แม้ว่าปีก่อนจะเพิ่งได้แชมป์มาหมาด ๆ

อย่างไรก็ตาม ผู้นำทัพเดอะ บลูส์คนปัจจุบัน ซึ่งเป็นนักเตะเพียงรายเดียวที่หลงเหลือมาจากทีมชุดดังกล่าว ในฤดูกาล 2012/13 เจ้าตัวจะแชร์ประสบการณ์ในช่วงเวลานั้น ให้กับบรรดาขุมกำลังอายุน้อยกว่า ในทีมชุดปัจจุบัน เพื่อให้แน่ใจว่าทีมพร้อมจะทำผลงานให้ดีกว่าเดิมในปีนี้ พร้อมตั้งความหวังว่าจะกู้หน้าจากความทรงจำที่เจ็บปวดเหล่านั้นได้

'มันเป็นประสบการณ์ที่แย่ครับ เจ็บอยู่เหมือนกันนะ เพราะผมย้ายจากมาร์กเซยมา และในช่วงเวลา 3 ปีก่อนหน้าของผม ทีมก้าวไปถึงรอบ 16 ทีมสุดท้าย เข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายของการแข่งขัน ดังนั้น เมื่อผมย้ายมาอยู่เชลซี หลังจากที่คว้าแชมป์แชมเปี้ยนส์ ลีก มันเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากมากจริง ๆ ที่ต้องมาตกรอบแบ่งกลุ่ม ทั้ง ๆ ที่เป็นแชมป์ยุโรป ในปีก่อนหน้า

'ผมเป็นนักเตะคนเดียวจากทีมชุดนั้น แต่ผมก็จะพยายามช่วยถ่ายทอดประสบการณ์ดังกล่าว เพื่อไม่ให้มันเกิดขึ้นอีก เพราะเราไม่ได้ได้คะแนนมากขึ้น แม้เราจะเข้ามาในฐานะทีมแชมป์ เราเริ่มจากศูนย์ เจอความท้าทายใหม่ ๆ เผชิญหน้ากับทีมที่แข็งแกร่งตั้งแต่รอบแบ่งกลุ่ม เราต้องเตรียมพร้อมสำหรับการนี้ เพราะนี่คือเป้าหมายของเรา คือต่อสู้ไปกับทุก ๆ สิ่งอย่าง ดังนั้น ก็หวังว่าประสบการณ์จะพาให้เราก้าวไปข้างหน้าต่อ'

สิ่งหนึ่งที่ยังคงอยู่มาจากฤดูกาลก่อน และจะเป็นความได้เปรียบสำคัญสำหรับการแข่งขันแชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาลนี้ นั่นคือสปิริตอันยอดเยี่ยมของทีมชุดปัจจุบัน ที่ถูกหล่อหลอมขึ้นมาในขุมกำลังของ โธมัส ทูเคิ่ล ระหว่างเส้นทางถึงรอบชิงชนะเลิศ 2021 และชัยชนะในนัดนั้น

กับเรื่องดังกล่าวในใจ อัซปิลิเกวต้า ได้ไฮไลต์ถึงหนึ่งในโมเม้นต์จากฤดูกาลก่อน ที่เขารู้สึกว่ามีส่วนสำคัญช่วยให้ทีมเกิดความสามัคคี และตอกย้ำความเชื่อมั่นว่าพวกเราสามารถเผชิญหน้ากับทุกทีมในยุโรป

'ตอนที่เราดวลกับเรอัล มาดริด แน่นอนว่าพวกเขาเป็นเจ้ายุโรปมาพักใหญ่ พวกเขาเคยคว้าแชมป์รายการนี้ พวกเขามีนักเตะที่เปี่ยมไปด้วยประสบการณ์ วิธีการที่พวกเราเล่น ผมคิดว่าเราทำได้ดีกว่าพวกเขามากนะ เราดูอันตรายกว่า เราดูแข็งแกร่งกว่า แต่เราขึ้นนำพวกเขาแค่ลูกเดียว

'ผมรู้ดีว่าเราต้องยิงประตูที่สอง เพราะผมเคยเห็นมาแล้วหลายครั้งที่เรอัล มาดริด ทำประตูจนพลิกสถานการณ์กลับมาได้ ในช่วงเวลาที่ทุกคนคิดว่าพวกเขาไม่มีทางพลิกกลับมาได้แล้วแน่ ๆ พวกเขาเป็นทีมที่อันตราย จนถึงนาทีสุดท้ายของการแข่งขัน เพราะพวกเขาเป็นทีมที่มีประสบการณ์'

'โมเมนต์ตอนที่เรายิงประตูที่สอง มันให้ความรู้สึกเหมือนเราทำได้ การสร้างความยืดหยุ่น และทำประตูที่สองได้ นี่เป็นช่วงเวลาที่ผมรู้สึกว่าตอนนี้พวกเราเอาชนะทีมแกร่งมากประสบการณ์อย่างเรอัล มาดริดได้ เพราะด้วยขุมกำลังของเราที่ยังอายุไม่มาก สำหรับหลาย ๆ คน นี่คือเกมรอบรองชนะเลิศครั้งแรก ผมคิดว่า "ตอนนี้เราแกร่งสุด ๆ"

‘ต่อจากนั้น ในเกมนัดชิงชนะเลิศกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทุกคนมาพร้อมแรงปรารถนา และบรรยากาศที่เราสร้างกันขึ้นมาในระหว่างการเตรียมตัว ไม่ว่าจะนักเตะเอง ทีมสตาฟ คนที่ได้ลงสนาม คนที่ไม่ได้ลงเล่น สำหรับผมแล้ว ทุก ๆ คนสร้างความแตกต่างออกมาให้เห็น’

ข่าวอื่นๆ