รายงานผล

รายงานการแข่งขัน: เชลซี 1-0 เซนิต

ประตูแรกในแชมเปี้ยนส์ ลีก ของ โรเมลู ลูกากู กับเชลซี ช่วยให้พวกเราเริ่มต้นเส้นทางป้องกันแชมป์ด้วยชัยชนะ โดยลูกยิงโทนของเขาคือสิ่งที่สร้างความแตกต่างในเกมที่สูสีกับเซนิต เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก

ถือเป็นการเผชิญหน้ากันครั้งแรกระหว่างทีมของเรากับสโมสรดังจากรัสเซีย โดยเป็นเกมนัดเปิดสนามรอบแบ่งกลุ่ม 2021/22 ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ แต่คู่แข่งมีความมุ่งมั่นทำให้สิงห์บลูส์เจอกับความยากลำบาก

แม้ฝ่ายเราจะดูเหนือกว่าตลอดทั้งเกม แต่โอกาสทำประตูแทบจะเป็นไปไม่ได้ หลังทีมจากดินแดนหมีขาว ใช้แผงหลัง 5 คน คอยประกบตัวรุกของเราอย่างใกล้ชิดในกรอบเขตโทษ

ในช่วงครึ่งเวลาแรก ไม่ค่อยมีโอกาสเกิดขึ้นมากนัก แต่พวกเราเร่งจังหวะในครึ่งหลัง และดูมีความอันตรายมากยิ่งขึ้น

และต้องถึงมือของ ลูกากู ที่ช่วยให้พวกเราเป็นฝ่ายคว้าชัยชนะ โดยเขาโชว์ความแข็งแกร่ง กระโดดเบียด 2 กองหลังที่เสาไกล เพื่อทะยานขึ้นโขกลูกครอสของ เซซาร์ อัซปิลิเกวต้า เข้าไปตุงตาข่าย ถือเป็นการทำประตูโทนของเกม จากจังหวะเหน่ง ๆ ครั้งเดียวที่เขามีตลอดทั้งค่ำคืน

การจัดทัพ

หลังคว้าชัยชนะ 3-0 เหนือแอสตัน วิลล่าเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โธมัส ทูเคิ่ล ได้ปรับทัพ 5 ตำแหน่ง โดย 2 ในนั้นเกิดขึ้นในแดนหลังซึ่งเป็น เซซาร์ อัซปิลิเกวต้า กลับมาสวมปลอกแขนกัปตันทีม ขณะที่ อันเดรียส คริสเตนเซ่น ก็มีชื่อเช่นกัน อันโตนิโอ รูดิเกอร์ ยังรักษาตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็คด้านหน้า เอดูอาร์ เมนดี้ ที่ลงเฝ้าเสา

จอร์จินโญ่ กลับมาเป็นตัวจริง โดยลงประจำการเคียงข้าง มาเตโอ โควาซิช ขนาบโดย มาร์กอส อลอนโซ่ และ รีซ เจมส์ ซึ่งรายหลังติดโทษแบนในพรีเมียร์ ลีก หลังโดนใบแดงในเกมกับลิเวอร์พูล

โรเมลู ลูกากู เป็นผู้นำในเกมรุก ซัพพอร์ตโดย ฮาคิม ซิเยค กับ เมสัน เมาท์ ที่กลับมาเป็นตัวจริง และ ไค ฮาแวร์ตซ์ อีกคน

เซนิต ปรับทีม 3 ตำแหน่งจากแมตช์ที่คว้าชัยเหนืออัคมาต กรอซนี่ 3-1 ในนัดล่าสุดของการแข่งขันลีกรัสเซีย โดย 3 ประสานจากอเมริกาใต้ ประกอบด้วย วิลมาร์ บาร์ริออส, เคลาดินโญ่ และ มัลคอม กลับมาเป็นตัวจริง หลังได้พักในเกมสุดสัปดาห์

นาทีต่อนาที - ครึ่งแรก

นาทีที่ 5 - ผ่านมา 5 นาที เราเป็นฝ่ายครองบอลเหนือกว่าชัดเจน แต่ยังไม่มีโอกาสจบสกอร์แบบจะ ๆ

นาทีที่ 10 - ผู้มาเยือนจากรัสเซียเริ่มได้ครองบอลเล่นบ้าง แต่ส่วนใหญ่ลูกขับเคลื่อนบริเวณกลางสนามเป็นหลัก

นาทีที่ 11 - ทีมเยือนมีลุ้นจากจังหวะที่อัซมูน โขกชงมาถึงเคลาดินโญ่หวิดได้ง้างยิง ยังดีที่รีซ เจมส์ ตามมาสกัดออกหลังได้ก่อน

นาทีที่ 13 - ซิเยคได้พลิกตัวกดแถวกรอบโทษ บอลติดบล็อกกองหลัง และมีจังหวะต่อเนื่องที่ เมาท์ครอสเข้าพื้นที่ตรงกลางกรอบโทษ แต่บอลโด่งไปลูกากูเล่นไม่ถนัด

นาทีที่ 19 - เซนิตได้ส่องไกลจากนอกเขต โดยคูซาเยฟ บอลก็ยังเหินออกไปไกล

นาทีที่ 22 - เมาท์แทงทะลุช่องสวยหวิดที่ลูกากูจะได้พื้นที่จบ ราคิตสกี้กองหลังทีมเยือนตามมาจิ้มทิ้งได้ทัน

ผ่านมาเกือบ 30 นาทีแรกของเกม ทั้งสองทีมยังไม่มีโอกาสเข้าทำชัดเจนใส่กันเท่าใดนัก

นาทีที่ 32 - เมาท์แย่งบอลจากเท้าแข้งคู่แข่ง ก่อนพาบอลขึ้นหน้าสะกิดต่อให้ลูกากู ลากเข้าในกรอบโทษ ยิงไปติดบล็อกกองหลังเซนิตเต็ม ๆ

นาทีที่ 37 - จากจังหวะที่ทีมจากแดนหมีขาวได้เตะมุม บอลมาตกถึงราคิตสกี้ โยกซัดจากนอกกรอบไปเข้าซองเมนดี้ เป็นโอกาสจบตรงกรอบหนแรกของเกมนี้ด้วย

นาทีที่ 40 - ซิเยคเปิดเตะมุมขวาบอลโค้งเข้าหาประตู คริตส์ยุคชกออกมาก่อนจะถึงแนวรุกเราเข้าซ้ำ

นาทีที่ 43 - เจมส์หยอดน้ำหนักแม่นถึงลูกากูรอโขก ทว่าจังหวะนี้มีกองหลังตามกดดัน แข้งเบลเยี่ยมกดน้ำหนักไม่ลง

นาทีที่ 45 - ใบเหลืองแรกของเกมเป็นของกัปตันอัซปิ ผู้ตัดสินมองว่ากองหลังของเรามีจังหวะกางแขนฟาวล์ใส่อัซมูน

นาทีต่อนาที - ครึ่งหลัง

นาทีที่ 47 - สามประสานแดนบนผนึกกำลังกัน ลูกากูให้เมาท์ เมาท์จ่ายต่อให้ซิเยคกดแบบไม่จับ บอลพุ่งตรงกรอบไปเข้าซองคริตส์ยุค

นาทีที่ 50 - รูดิเกอร์โชว์สเต็ปลากบอลครึ่งสนาม โยกเข้าเท้าขวาซัดบอลหลุดกรอบไปนิดเดียว

นาทีที่ 55 - มีจังหวะที่ซิเยคได้พื้นที่ทำเกมรุกในกรอบโทษ แต่จังหวะสุดท้ายเจ้าตัวดันเปิดบอลย้อนหลังลูกากู

นาทีที่ 56 - รีซ เจมส์ เติมขึ้นมาทางขวา แปเน้น ๆ บอลหลุดเสาแรก

นาทีที่ 60 - อัซมูน หัวหอกอิหร่านของผู้มาเยือนหวิดจะได้หลุดเดี่ยวไปดวลกับเมนดี้ ทว่าเชลซียังมีอัซปิ และรูดิเกอร์ โดยเฉพาะเกมรับเยอรมนี ที่ตามสกัดได้อย่างเด็ดขาด

นาทีที่ 62 - ราคิตสกี้ รับใบเหลืองจากจังหวะตัดเกมเมาท์ แถวนอกกรอบโทษขวา

นาทีที่ 63 - เชลซีเปลี่ยนตัวคนแรก ฮาแวร์ตซ์ ลงสนามมาแทนที่ ซิเยค, จากจังหวะเล่นลูกนิ่งต่อเนื่อง อลอนโซ่โยนเข้ากลางประตูจนนายด่านทีมเยือนต้องทุบทิ้ง บอลกระดอนเข้าทางโควาซิช ยิงโด่งข้ามคาน

นาทีที่ 69 - Goal!!! บอลเปิดจากริมเส้นด้านขวา โดยอัซปิลิเกวต้า ลูกากูขึ้นโขกเหนือแนวรับคู่แข่ง บอลพุ่งผ่านมือคริตส์ยุค เข้าประตู

นาทีที่ 73 - บอลบุกป้วนเปี้ยนแถวกรอบโทษเซนิตต่อเนื่อง มีจังหวะที่โควาซิช วิ่งมากดแบบไม่จับไปติดบล็อกกองหลังทีมเยือนเสียก่อน

นาทีที่ 75 - ทีมเยือนขยับสองคนรวด ซิวบา และโรคิน ลงเล่นแทน มัลคอม และเวนเดล ตามลำดับ

นาทีที่ 79 - ทีมเยือนได้ลุ้นระยะเผาขน เมื่ออัซมูนปาดเข้าในให้ซิวบาเข้าซ้ำ แต่โดนบอลแบบเฉือน ๆ ทว่าจังหวะต่อเนื่องมีปะทะกับเมนดี้ จนนายด่านเราต้องปฐมพยาบาลช่วงหนึ่ง

นาทีที่ 82 - ระหว่างปฐมพยาบาลเมนดี้ เซนิตขยับเปลี่ยนเพิ่มอีกราย ในขณะที่เชลซีส่งชิลเวลล์ รวมทั้งธิอาโก้ ซิลวา ลงเล่นแทนอลอนโซ่ และอัซปิ

นาทีที่ 85 - เข้าสู่ช่วง 5 นาทีสุดท้ายก่อนทดเวลาบาดเจ็บ เซนิตกลายเป็นฝ่ายครองบอลเหนือกว่าเชลซี คอยถ่ายบอลไปมารอจังหวะเล่นเกมรุก พร้อมเปลี่ยนตัวผู้เล่นอีกสองราย

นาทีที่ 90+4 - ท้ายเกมลูกากูเกือบทำประตูที่สองจากจังหวะสวนกลับ ทว่าจังหวะง้างยิงดันมีดักลาส ซานโต๊ส มาตามบล็อกก่อน

หมดเวลาการแข่งขัน เชลซีประเดิมสามแต้ม เชือดเซนิตหวิว 1-0 โดยประตูชัยของลูกากู

นัดถัดไป?

เราจะกลับมาลงแข่งขันพรีเมียร์ ลีกในวันอาทิตย์ โดยเป็นเกมบิ๊กแมตช์ซึ่งต้องออกไปเยือนท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ คิกออฟ เวลา 22.30 น. ก่อนจะกลับมาเฝ้ารังเดอะ บริดจ์ในคืนวันพุธหน้า เพื่อทำศึกคาราบาว คัพ กับแอสตัน วิลล่าอีกครั้ง

เชลซี (3-4-3): เมนดี้; อัซปิลิเกวต้า (c) (ธิอาโก้ ซิลวา 82), คริสเตนเซ่น, รูดิเกอร์; เจมส์, โควาซิช, จอร์จินโญ่, อลอนโซ่ (ชิลเวลล์ 82); ซิเยค (ฮาแวร์ตซ์ 63), ลูกากู, เมาท์ (ลอฟตัส-ชีค 90+2)

ตัวสำรองไม่ได้ลงสนาม: เบิร์กสตรอม, เกปา, ชาโลบาห์, ซาร์, บาร์คลี่ย์, ซาอูล, ฮัดสัน-โอดอย, แวร์เนอร์

ผู้ทำประตู: ลูกากู 69

ใบเหลือง: อัซปิลิเกวต้า 45

เซนิต (5-4-1): คริตยุค; ซูตอร์มิน, บาร์ริออส, คริสต์ยาคอฟ, ราคิตสกี้ (ครูโกวอย 88), ดั๊กลาส ซานโต๊ส (c); มัลคอม (ซียูบา 76), คูซยาเยฟ (คราฟต์ซอฟ 82), เวนเดล (เอโรคิน 76), เคลาดินโญ่ (มอสโตวอย 88); อาซมูน

ตัวสำรองไม่ได้ลงสนาม: เคอร์ซาคอฟ, โอโดเยฟสกี้, โคตูเลฟ

ใบเหลือง: ราคิตสกี้ 62

ผู้ตัดสิน: บาร์ตอสซ์ ฟรานคอฟสกี้

ผู้ชม: 39,525

ข่าวอื่นๆ