รายงานผล

รายงานการแข่งขัน: ท็อตแน่ม 0-3 เชลซี

3 ประตูในช่วงครึ่งหลัง ตัดสินการแข่งขันลอนดอน ดาร์บี้นัดสำคัญ โดยฟอร์มน่าประทับใจช่วงต้นฤดูกาล 2021/22 ของพวกเรายังดำเนินต่อ

วันนี้ โรเมลู ลูกากู ไม่มีชื่อเป็นผู้ทำประตู แต่เป็น 3 นักเตะ ที่ไม่ได้ถนัดการเล่นเกมรุกสักเท่าไร

ธิอาโก้ ซิลวา โขกประตูจากลูกเตะมุม กลายเป็นลูกแรกนับตั้งแต่การแข่งขันดาร์บี้ แมตช์อีกหนึ่งนัดกับเวสต์ แฮมเมื่อช่วงคริสต์มาสปีที่แล้ว จากนั้น เอ็นโกโล่ ก็องเต้ มาซัดให้ทีมหนีห่าง กลายเป็นลูกแรกของเขาในรอบเกือบ 2 ปี

จังหวะของมิดฟิลด์ชาวฝรั่งเศส มีโชคช่วยเพราะบอลไปแฉลบเกมรับเจ้าบ้าน แต่ชัยชนะนัดนี้ถือว่าคู่ควร เพราะพวกเราทำผลงานในครึ่งหลังได้อย่างยอดเยี่ยม หลังจากครึ่งแรกที่ค่อนข้างจะสูสี

และเป็น โทนี่ รูดิเกอร์ ที่ยิงประตูปิดกล่อง 3-0 ในช่วงท้ายเกม

ก็องเต้ ได้ลงสนามในช่วงพักครึ่งเวลา โดยพวกเราเร่งเกียร์เปิดเกมรุกมากขึ้น และเป็น มาร์กอส อลอนโซ่ ที่ยิงจน อูโก้ ยอริส ต้องออกแรงปัด ก่อนที่อีกหนึ่งจังหวะซัดของเขาจะโดนสกัดจากเส้น

3 แต้มที่ลอนดอนเหนือ ทำให้พวกเรามีคะแนนเทียบเท่ากับแมนฯ ยูไนเต็ด และลิเวอร์พูลในตำแหน่งจ่าฝูง แต่ทาง "หงส์แดง" อยู่ในอันดับ 1 จากการเรียงลำดับตัวอักษร หลังจากมีสถิติยิง 12 และเสีย 1 ลูกเท่ากับเชลซี

นอกจากนี้เรายังเก็บคลีนชีตนัดที่ 15 จากการแข่งขันพรีเมียร์ ลีก 24 นัดในยุค โธมัส ทูเคิ่ล ซึ่งแมตช์นี้เป็น เกปา ที่ลงเฝ้าเสา หลังจาก เอดูอาร์ เมนดี้ มีอาการบาดเจ็บ

อาลัย กรีฟซี่ 

ก่อนการคิกออฟในวันนี้ มีการปรบมือกึงก้องสนามเพื่อเป็นเกียรติให้กับ จิมมี่ กรีฟส์ ซึ่งเสียชีวิตในช่วงเช้า นักเตะของทั้งสองทีมต่างสวมปลอกแขนสีดำ
 
ถือว่าเหมาะเจาะมาก ๆ สำหรับการแข่งขันที่เกิดขึ้นในวันที่น่าเศร้าวันนี้ โดยเชลซีเป็นสโมสรแรกของ จิมมี่ ขณะที่สเปอร์สเป็นส่วนสำคัญในอาชีพค้าแข้งของเขา และเป็นที่ไวท์ ฮาร์ท เลน ซึ่งเขาลงเดบิวต์ด้วยวัย 17 ปีเมื่อปี 1957 และแน่นอนว่าเขาทำประตูได้ด้วย!

มีเรื่องเซอไพรส์สำหรับตัวจริงของฝั่งเชลซี แต่อาจไม่ใช่ในสายตาของคนที่เห็นเหตุการณ์ซึ่ง เอดูอาร์ เมนดี้ มีอาการบาดเจ็บในการแข่งขันกับเซนิตเมื่อนัดที่แล้ว

ก่อนการคิกออฟกับท็อตแน่ม ทูเคิ่ล อธิบายถึงการเลือกใช้งาน เกปา

'มันเป็นเหตุการณ์ในนาทีสุดท้ายของการแข่งขันแชมเปี้ยนส์ ลีก เอดู ได้รับบาดเจ็บ' เขากล่าว 'เราพยายามทุกอย่างในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ซึ่งเขาก็ไม่ได้รู้สึกโอเคเต็มที่ในการพุ่ง ดังนั้นในการฝึกซ้อมเมื่อวานนี้ เราตัดสินใจว่าหากไม่มีปาฏิหาริย์เกิดขึ้นในชั่วข้ามคืน เราก็จะให้ เกปา เฝ้าเสา'

นอกจากนี้มีการปรับทัพอีก 2 ตำแหน่งจากเกมกับเซนิต โดย ธิอาโก้ ซิลวา เข้ามายืนเซ็นเตอร์ ส่วนทาง รีซ เจมส์ ตกไปเป็นตัวสำรอง ซึ่งบอสได้ขยับ เซซาร์ อัซปิลิเกวต้า มายืนวิงแบ็คฝั่งขวา ขณะที่ ไค ฮาแวร์ตซ์ ออกสตาร์ตตัวจริงแทน ฮาคิม ซิเยค

นาทีต่อนาที - ครึ่งแรก

1 - เริ่มไม่ถึงนาที ลูกากูประสานงานกับฮาแวร์ตซ์จนเข้าถึงกรอบโทษเจ้าบ้าน สุดท้ายแข้งเบลเยี่ยมดันโดนจับล้ำหน้าไปก่อน

2 - เจ้าบ้านได้บุกป้วนเปี้ยนแถวหน้าปากประตูติด ๆ กันหลายหน แต่เกมรับเรายังช่วยสกัดทิ้งได้

4 - สเปอร์สได้ฟรีคิกจากจังหวะเข้าพรวดของจอร์จินโญ่ในระยะใกล้เข้ากรอบโทษ เคนซัดไปติดกำแพง

11 - เชลซีสร้างโอกาสเข้าทำได้สวย รูดิเกอร์บรรจงจ่ายให้อัซปิ โขกชงเข้ากลางให้ฮาแวร์ตซ์วอลเล่ย์ได้ไม่เต็มเท้า บอลหลุดออกหลังไปแบบน่าเสียดาย

14 - จังหวะสวนกลับของสิงห์บลูส์ เมาท์ประสานงานกับลูกากู ก่อนจะไปจบที่กองกลางชาวอังกฤษกดไปติดบล็อกกองหลังเจ้าถิ่น

20 - สเปอร์สใช้เกมสวนขึ้นมาทางซ้าย เรกีลอนหักเข้ากลางกะให้โล เซลโซ่ แต่รูดิเกอร์ล้มตัวสกัดทิ้ง

25 - คริสเตนเซ่นเติมขึ้นมาเล่นเกมบุก มีจังหวะรับบอลสั้นจากลูกากู และยิงเต็มเท้าด้วยขวาจากนอกกรอบ บอลเลี้ยวหลุดออกหลังไปนิดเดียว

30 - ผ่านมาครึ่งชั่วโมงแรกของเกม เชลซีพยายามถ่ายบอลไปมาทั้งด้านข้างและตรงกลาง หวังเจาะเกมรับคลับไก่ แต่ยังไม่มีโอกาสยิงจะ ๆ

33 - โล เซลโซ่ จ่ายทะลุเกมรับเชลซีถึงซนได้เคลื่อนที่เข้ากรอบโทษ เกปาพุ่งคว้าได้ทัน และมีจังหวะปะทะกันเล็ก ๆ

40 - เข้าสู่ช่วง 5 นาทีสุดท้ายของครึ่งแรก ทั้งสองทีมคอยอาศัยความผิดพลาดจากตรงข้ามใช้ลุ้นโจมตี

43 - มีจังหวะที่เกมหยุดลงช่วงหนึ่ง เมื่อเอ็นดอมเบเล่ต้องปฐมพยาบาลบริเวณดวงตา

จบ 45 นาทีแรก ยังสกอร์ 0-0

นาทีต่อนาที - ครึ่งหลัง

46 - เชลซีส่งก็องเต้ ลงสนามแทนที่ของเมาท์

49 - Goal! - เชลซีขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะลูกตั้งเตะฝั่งซ้าย อลอนโซ่เปิดน้ำหนักแม่นมาเข้าทางธิอาโก้ ซิลวา โขกเต็ม ๆ ไม่เหลือ

53 - เชลซีประสานงานน่าลุ้นอีกครั้ง ฮาแวร์ตซ์ได้ลองหยอดบอลลึกไปเสาสอง บอลเข้าทางอัซปิเปิดต่อให้อลอนโซ่ กดแบบไม่จับไปติดตัวไดเออร์ที่สกัดบนเส้นพอดี

57 - Goal! เชลซีขยับหนี 2-0 เมื่อก็องเต้ กดจากนอกกรอบ บอลแฉลบไดเออร์เปลี่ยนทางเข้าประตู

61 - สเปอร์สลองจบบ้างจากลูกยิงไกลนอกกรอบเขตโทษโดยเอ็นดอมเบเล่ แต่ก็ยังไม่ตรงกรอบ

62 - ทีมเยือนไม่รอช้าปรับแผนหวังทวงประตู ไบรอัน กิล และโอลิเวอร์ สคิปป์ ลงเล่นแทนโล เซลโซ่ และเอ็นดอมเบเล่

64 - เคนลองโยกบอลหนีธิอาโก้ ซิลวา ได้พื้นที่ยิงบอลพุ่งหากรอบ ทว่าเกปารับเข้าซองไม่ยาก

70 - แวร์เนอร์ ลงสนามแทนที่ของฮาแวร์ตซ์

72 - เกปาเหมือนมีอาการตึงที่เท้า จนทีมแพทย์ต้องลงมาดูในสนาม ก่อนจะกลับมาลงเล่นต่อได้

75 - ธิอาโก้ ซิลวา เกือบทำประตูจากลูกโขก จากการเปิดเตะมุมของอลอนโซ่ คราวนี้ไปติดเซฟยอริส

77 - ลูกากูรับบอลจากคริสเตนเซ่น ก่อนลากจี้หลบกองหลัง จ่ายออกต่อให้แวร์เนอร์ จังหวะสุดท้ายแนวรุกเยอรมนีจับบอลไม่ได้เปรียบ เกมรับสเปอร์สเก็บได้

80 - เดอะ บลูส์ บุกกดดันในกรอบโทษแบบสามดาบติด ๆ ไม่ว่าจะลูกยิงของแวร์เนอร์ ยอริสปัดลูกเปิดของอัซปิ ฯลฯ แต่ลูกสามยังไม่มา

83 - ท็อตแน่มส่งดาวินซอน ซานเชซ ลงเล่นแทนที่ของโรเมโล่

86 - เราทำเกมจากริมเส้นซ้าย ไปจบที่รูดิเกอร์ ครอสถึงลูกากูเขกไปติดเซฟยอริส

90 - มีจังหวะประสานงานระหว่างลูกากูกับโควาซิช มิดฟิลด์โครแอตหลุดเข้าเสาแรก ยิงยัดไม่ผ่านยอริส

90+2 - ปิดจ็อบ! แวร์เนอร์ มีพื้นที่มีเวลาบรรจงหักบอลจากแถวริมเส้นขวามาถึงรูดิเกอร์ เติมขึ้นมาซัดหักข้อเข้าประตู เชลซี 3-0 ท็อตแน่ม

หมดเวลาการแข่งขัน เชลซี ถล่มท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ 3-0 เราได้สามคะแนนกลับเดอะ บริดจ์

ลอนดอนสีน้ำเงิน

แม้กระทั่งก่อนผลการแข่งขันในวันนี้ เชลซีคือทีมที่เอาชนะท็อตแน่มได้มากที่สุดในพรีเมียร์ ลีก เราคือทีมที่ยิงประตูใส่พวกเขาได้มากที่สุด และตอนนี้เรามีสถิติไร้พ่ายในลีกกับ 'ไก่เดือยทอง' กลายเป็น 6 นัด

ผลงานที่ดีในการแข่งขันที่เมืองหลวงของเราดำเนินต่อไปเช่นกัน โดยคว้าชัยชนะการเล่นเกมเยือนแบบลอนดอน ดาร์บี้ 6 นัดติดต่อกันเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของสโมสร

นัดถัดไป?

คืนวันพุธนี้ เราจะลงเล่นรายการคาราบาว คัพ โดยเป็นการเปิดรังสแตมฟอร์ด บริดจ์ เตะกับแอสตัน วิลล่า เวลา 01.45 น. (เช้าตรู่วันพฤหัสบดี)

เชลซี (3-4-2-1): เกปา; คริสเตนเซ่น, ธิอาโก้ ซิลวา, รูดิเกอร์; อัซปิลิเกวต้า (c), จอร์จินโญ่, โควาซิช, อลอนโซ่; เมาท์ (ก็องเต้ h-t), ฮาแวร์ตซ์ (แวร์เนอร์ 70); ลูกากู
ตัวสำรองไม่ได้ลงสนาม เบตติเนลลี่, ชิลเวลล์, เจมส์, ชาโลบาห์, ซาอูล, ฮัดสัน-โอดอย, ซิเยค
ผู้ทำประตู ธิอาโก้ ซิลวา 49, ก็องเต้ 57, รูดิเกอร์ 90+2
ใบเหลือง 
แวร์เนอร์ 80

ท็อตแน่ม (4-3-3): ยอริส (c); โรยัล, โรเมโร่ (ซานเชซ 83), ไดเออร์, เรกีลอน; เอ็นดอมเบเล่ (สกิปป์ 62), ฮอยจ์แบร์ก, อัลลี; โล เซลโซ่ (ฮิล 62), ซน, เคน
ตัวสำรองไม่ได้ลงสนาม กอลลินี่, โดเฮอร์ตี้, โรดอน, เดวี่ส์, วิงค์ส, สการ์เล็ตต์

ผู้ตัดสิน พอล เทียร์นี่ย์
ผู้ชม 
60,059

ข่าวอื่นๆ