รายงานการแข่งขัน

รายงานการแข่งขัน: เชลซี 4-0 มัลโม่

ทีมแชมป์ยุโรป คว้าชัยแบบเด็ดขาดในการแข่งขันแชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม นัดที่ 3 ของฤดูกาล โดย อันเดรียส คริสเตนเซ่น ทำประตูแรกกับเชลซี บวกกับอีกสองตุงจากจุดโทษของ จอร์จินโญ่ และลูกยิงของ ไค ฮาแวร์ตซ์ อย่างไรก็ตาม นัดนี้เราต้องเสียสองกองหน้าไปเพราะอาการบาดเจ็บ

เกมนัดนี้แทบจะเป็นเชลซีที่ปูพรมบุกใส่ฝ่ายเดียว แต่ โรเมลู ลูกากู บาดเจ็บที่ข้อเท้าในจังหวะเรียกจุดโทษลูกที่ 2 ให้กับทีม ส่วนทาง ติโม แวร์เนอร์ ต้องออกจากสนามเพราะปัญหาบริเวณแฮมสตริงก่อนหมดครึ่งแรก ในตอนนั้นพวกเราขึ้นนำไปแล้ว 2-0 จากลูกยิงระยะเผาขนของกองหลังชาวเดนมาร์ก รวมถึงจุดโทษจังหวะแรก และสกอร์กลายเป็น 4-0 ก่อนครบหนึ่งชั่วโมง

ฮาแวร์ตซ์ ที่ลงเป็นตัวสำรอง มายิงประตูที่ 2 ของเขาในฤดูกาลนี้ และเป็นลูกแรกตั้งแต่ทำได้ที่สนามแอนฟิลด์เมื่อเดือนสิงหาคม ก่อนที่ จอร์จี้ จะกดจุดโทษลูกที่ 2 ในหนึ่งนัดเป็นครั้งที่ 3 ในอาชีพการค้าแข้งกับเชลซีของเขา ซึ่งไม่มีผู้เล่นของเราคนไหนเคยทำแบบนั้นได้ 2 ครั้งมาก่อนเขา

จุดโทษ 2 ลูกของ จอร์จินโญ่ เข้ากลางประตูทั้งคู่

หลังจากยูเวนตุสบุกชนะ 1-0 ในเซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก นั่นทำให้พวกเรารั้งอันดับ 2 ของกลุ่ม H มีคะแนนตามหลังทีมดังจากอิตาลีอยู่ 3 แต้ม และนำหน้าอันดับ 3 อย่างเซนิตอยู่ 3 คะแนน

การจัดทัพ

โธมัส ทูเคิ่ล ปรับทีม 4 ตำแหน่งจากเกมเฉือนชนะเบรนต์ฟอร์ดเมื่อวันเสาร์ที่แล้ว เป็นไปตามการคาดหมายที่ ธิอาโก้ ซิลวา และ โทนี่ รูดิเกอร์ กลับมาลงเล่นแทนที่ของ เทรฟโวห์ ชาโลบาห์ และ มาล็อง ซาร์ ส่วน จอร์จินโญ่ กับ เมสัน เมาท์ กลับมาเป็นตัวจริงเช่นกัน

เชลซี 4-0 มัลโม่ (เหย้า) | ไฮไลต์แชมเปี้ยนส์ ลีก

เชลซี 4-0 มัลโม่ (เหย้า) | ไฮไลต์แชมเปี้ยนส์ ลีก

นาทีต่อนาที - ครึ่งแรก

5 - ลูกากูสอดรับบอลจากฝั่งขวา ก่อนหักบอลไวมาถึงแวร์เนอร์แปจ่อ ๆ บอลหลุดกรอบ อย่างไรก็ดี จังหวะนี้ล้ำหน้าไปตั้งแต่การออกตัวของบิ๊กรอม

8 - กองหลังมัลโม่เคลียร์ทิ้งไม่ขาด บอลหลุดเข้าทางลูกากู ที่ยืนแถว ๆ กรอบโทษได้กดเต็มข้อ บอลแฉลบเปลี่ยนทางเกือบเสียบใต้คาน ดาห์ลินปัดทิ้งออกไป

9 - บอลต่อเนื่องจากลูกเตะมุมซ้าย เราได้ต่อบอลบุกป้วนเปี้ยมแถวกรอบโทษทีมเยือน และเป็นคริสเตนเซ่นที่กดตามน้ำจากการเปิดของธ. ซิลวาเข้าไป เชลซีนำ 1-0 เป็นประตูแรกของเขา ในสีเสื้อสโมสร ทำได้ในเกมที่ 137!

14 - สิงห์บลูส์ได้ฟรีคิกหน้ากรอบโทษ เมาท์ปั่นข้ามกำแพง ทว่าบอลโด่งหลุดกรอบ

15 - เมาท์ลองหักบอลจากนอกกรอบฝั่งขวาเข้ากลาง เกมรับทีมเยือนสกัดไม่โดน แต่แนวรุกเราก็ไม่มีใครเข้าซ้ำได้

18 - ลูกากูรับบอลต่อจากแวร์เนอร์ ใช้ความสามารถเฉพาะตัวพยายามจะฝ่าเข้าไปยิง ก่อนที่เนลเซ่น กองหลังเบอร์ 24 จะเสียบไม่โดนบอล เราได้จุดโทษ!

19 - ลาร์ส นีลเซ่นรับใบเหลืองจากจังหวะนี้ไปด้วย

ประตูแรกของ คริสเตนเซ่น กับเชลซี

21 - จอร์จินโญ่รับหน้าที่สังหาร... ไม่เหลือ เชลซีหนี 2-0!

23 - ลูกากูมีอาการเจ็บแถวข้อเท้าขวา เล่นต่อไม่ไหว สิงห์บลูส์ส่งฮาแวร์ตซ์ ลงเล่นแทน

27 - โคลัคได้ลองจบให้มัลโม่หนแรก แข้งเบอร์ 9 กดด้วยขวา แต่รูดิเกอร์เข้ามาขวางทำให้ซัดไม่ถนัด บอลเหินออกหลังไป

30 - ชิลเวลล์หวดสลับขาเตะแบบไม่จับ จากจังหวะบอลข้ามฝั่งของเมาท์ ลูกนี้โด่งไม่ได้ลุ้น

31 - ชิลลี่ได้ลุ้นอีกครั้งจากระยะนอกเขต แต่แปเน้นเข้ากรอบมากไป บอลเข้าซองลินห์ดาลรับสบาย ๆ

33 - แวร์เนอร์จ่ายน้ำหนักแม่นถึงฮาแวร์ตซ์ได้กดไปติดเซฟ ลูกนี้โดนจับล้ำหน้าไปก่อนแล้ว

39 - แวร์เนอร์กดจากนอกกรอบไปติดบล็อก เป็นจังหวะจ่ายเข้าให้ของฮาแวร์ตซ์

41 - คราวนี้ฮาแวร์ตซ์ได้ลองซัดบ้าง บอลไปติดเซฟดาห์ลินเสียก่อน

44 - แวร์เนอร์เจ็บแถว ๆ แฮมสตริงจากจังหวะสปรินท์ก่อนที่ฮาแวร์ตซ์จะซัด สุดท้ายเล่นต่อไม่ไหว ฮัดสัน-โอดอย ลงสนามแทน

45 - เมาท์แทงตัดเกมรับมัลโม่ถึงฮาแวร์ตซ์ตามซัดแบบไม่จับ บอลหลุดกรอบ

จบครึ่งแรก เชลซีนำ 2-0

ลูกากู เรียกจุดโทษ แต่แลกมาด้วยอาการบาดเจ็บ

นาทีต่อนาที - ครึ่งหลัง

46 - มัลโม่เปลี่ยนสองตำแหน่ง ดาห์ลิน กับบิร์มานเซวิช ออก ส่งดิยาวาล่า และอาบูบาการี่ ลงเล่นแทน

48 - บอลจากฮัดสัน-โอดอย กระชากจากแดนหลัง ก่อนจ่ายต่อให้ฮาแวร์ตซ์ ที่คอยวิ่งประครองยกบอลข้ามมือดิยาวาร่าเข้าไป เชลซี 3-0 มัลโม่

50 - บอลเคาะสั้น ๆ ของเราเกือบได้เรื่องอีกครั้ง จังหวะนี้ไปจบที่เมาท์กึ่งยิงกึ่งผ่านเข้ากลางแต่ไม่มีใครเข้าซ้ำ

53 - เราได้ลุ้นจากฟรีคิกที่คริสเตียนเซ่น กัปตันทีมเยือนตัดฟาวล์ก็องเต้ และแข้งเบอร์ 10 มัลโม่ก็รับใบเหลืองไปด้วย

54 - เมาท์กดฟรีคิกติดกำแพง

56 - ฮาแวร์ตซ์สะกิดต่อให้รูดิเกอร์เติมขึ้นมายิง กองหลังเยอรมนีโดนเบียดทำให้ยิงไม่ถนัด และโดนลาร์สสันอัดด้วย ผู้ตัดสินเป่าให้เราได้จุดโทษ

57 - จอร์จินโญ่กดบอลเข้ากลางประตู เชลซี 4-0 มัลโม่!

ค่ำคืนของ แวร์เนอร์ จบลงก่อนเพื่อน

59 - ทีมเยือนขยับเพิ่มสองคน ราคิป และนาลิค ลงสนามแทนที่พีน่า และคริสเตียนเซ่น ตามลำดับ

62 - ฮัดสัน-โอดอย ปั่นด้วยขวาไปติดเซฟ บอลหลุดมาถึงก็องเต้ วิ่งมาตะบันลูกพุ่งออกหลัง

64 - ลาร์สสัน กองหลังเติมขึ้นมากดเต็มข้อ จากลูกเตะมุมของทีมเยือน บอลไม่ตรงกรอบ

65 - เชลซีขยับสามตำแหน่ง ซาอูล ลงแทนก็องเต้ เจมส์ ลงแทนอัซปิลิเกวต้า เช่นเดียวกับชิลเวลล์ ที่ถูกแทนที่โดยอลอนโซ่

69 - มัลโม่ได้ลุ้นจากฟรีคิกจากริมเส้นขวา ทว่าบอลที่ตกมากลางประตู ดันไปโดนอาบูบาการี่เล่นต่อไม่ได้

ฮาแวร์ตซ์ ยิงอีกลูกในช่วงต้นครึ่งหลัง

71 - คราวนี้ลูกตั้งเตะจากฝั่งซ้ายบ้าง เบอร์เก็ตหยอดบอลลึกไปเข้ามือเมนดี้

80 - อลอนโซ่เปิดเตะมุมขวา บอลหลุดไปเสาไกลถึงเมาท์จบจังหวะนี้หลุดกรอบ

83 - มัลโม่เปลี่ยนตัวคนสุดท้าย เบอร์เก็ตออก มอยซานเดอร์ กองหลังทีมชาติฟินแลนด์ลงสนาม

88 - อีกครั้งที่เราได้ฟรีคิกระยะน่าลุ้น... บอลเขี่ยเปลี่ยนจุดให้โทนี่ รูดิเกอร์ อัดด้วยขวาบอลพุ่งขึ้นอัฒจันทร์

90+1 - จอร์จินโญ่แทงทะลุช่องให้ฮาแวร์ตซ์สปีดขึ้นหวิดได้หลุดเดี่ยว แต่มีจังหวะไปปั๊มกับนายด่านทีมเยือน ที่ออกมาดักจังหวะนี้ได้

แม้ท้ายเกมจะมีเช็กอาการของดิยาวาร่า แต่นายด่านมือสองทีมเยือนกลับมาเล่นต่อได้ จากนั้นผู้ตัดสินเป่าจบเกม เชลซี ถล่มขาดมัลโม่ 4-0

ตัวเลขสำคัญในยุโรป

ถึงแม้ว่าชัยชนะ 4-0 ในนัดนี้ จะทำให้เชลซียังต้องรอประตูที่ 500 ในการแข่งขันรายการยุโรปต่อไป (ตอนนี้พวกเรายิงไป 499) แต่สกอร์ดังกล่าวทำให้พวกเราคว้าชัยเกมยุโรปเป็นนัดที่ 150 หลังผ่านการแข่งขันทั้งหมด 279 เกม

นัดถัดไป?

สิงห์บลูส์ จะกลับมาลงแข่งขันพรีเมียร์ ลีกในวันเสาร์นี้ โดยเปิดสแตมฟอร์ด บริดจ์ รับมือนอริช เวลา 18.30 น. ซึ่งถือเป็นการดวลกันระหว่างทีมจ่าฝูงกับทีมอันดับสุดท้ายของตาราง สำหรับเกมแชมเปี้ยนส์ ลีก นัดถัดไป จะเป็นการบุกเยือนมัลโม่ ในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้า

เชลซี (3-4-3): เมนดี้; คริสเตนเซ่น, ธิอาโก้ ซิลวา, รูดิเกอร์; อัซปิลิเกวต้า (c) (เจมส์ 65), ก็องเต้ (ซาอูล 65), จอร์จินโญ่, ชิลเวลล์ (อลอนโซ่ 65); เมาท์, ลูกากู (ฮาแวร์ตซ์ 23), แวร์เนอร์ (ฮัดสัน-โอดอย 44)
ตัวสำรองไม่ได้ลงสนาม อาร์ริซาบาลาก้า, เบตติเนลลี่, ชาโลบาห์, บาร์คลี่ย์, โควาซิช, ลอฟตัส-ชีค, ซิเยค
ผู้ทำประตู คริสเตนเซ่น 9, จอร์จินโญ่ 21 (จุดโทษ), 57 (จุดโทษ), ฮาแวร์ตซ์ 48

มัลโม่ (3-5-2): ดาห์ลิน (ดิยาวาร่า h-t); ลาร์สสัน, นีลเซ่น, โบรสสัน; เบอร์เก็ต (มอยซานเดอร์ 83), พีน่า (ราคิป 58), อินโนเซนต์, คริสเตียนเซ่น (c) (นาลิช 58), โอลส์สัน; โคลัค, บิร์มานเซวิช (อาบูบาคารี h-t)
ตัวสำรองไม่ได้ลงสนาม เอลล์บอร์ก, เอลี่, บยอร์กควิสต์, ลินด์แมน, กวาร์กิส
ใบเหลือง นีลเซ่น 19, คริสเตียนเซ่น 53, ลาร์สสัน 55

ผู้ตัดสิน ฟร็องซัวส์ เลอเตซิเยร์ จาก ฝรั่งเศส
ผู้ชม 39,095

ข่าวอื่นๆ