บทสัมภาษณ์

ทูเคิ่ล กับบทบาทของ ฮาแวร์ตซ์ ในเกมพบนอริช, ความเคารพที่มีต่อ ฟาร์เก้ และสถานการณ์ของ กิลมอร์

ก่อนการแข่งขันกับนอริช ซิตี้ โธมัส ทูเคิ่ล ได้อธิบายเหตุผลที่เขาอยากลงเล่นให้กับ ดาเนียล ฟาร์เก้, พูดถึงสิ่งที่ บิลลี่ กิลมอร์ จำเป็นต้องทำเพื่อให้การยืมตัวกับ "นกขมิ้น" ประสบความสำเร็จ พร้อมวางกรอบร่างสิ่งที่เขาอยากเห็นจากนักเตะตัวรุกยามที่ โรเมลู ลูกากู ไม่สามารถลงสนาม

เชลซี เปิดบ้านคว้าชัยเหนือมัลโม่ 4-0 ในเกมแชมเปี้ยนส์ ลีกเมื่อคืนวันพุธ แต่ชัยชนะดังกล่าวมาพร้อมกับการต้องเสีย ลูกากู และ ติโม แวร์เนอร์ ที่ประสบปัญหาอาการบาดเจ็บ นั่นหมายความว่าทั้งคู่หมดสิทธิ์ลงเล่นในวันเสาร์นี้

อย่างไรก็ตาม ทูเคิ่ล ไม่รู้สึกว่าการหายไปของพวกเขา จำเป็นต้องทำให้มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในบทบาทกองหน้าของทีม หรือต้องมาใช้เบอร์ 9 ตัวหลอกในการแข่งขันกับนอริช โดยได้ยกความสามารถในเขตโทษของ ไค ฮาแวร์ตซ์ มาเป็นตัวอย่างว่านักเตะคนอื่นในทีม สามารถชดเชยการหายไปของ ลูกากู และ แวร์เนอร์ ได้อย่างไร

'เมื่อไม่มี โรเมลู เราคิดว่าเราสามารถให้ ติโม เล่นเป็นเบอร์ 9 หรือให้ ไค เป็นเบอร์ 9' เฮดโค้ชกล่าว 'สำหรับผม มันไม่ใช่เบอร์ 9 ตัวหลอก เพราะ ไค ก็เล่นได้แข็งแกร่งมากในเส้นสุดท้าย, หลังเส้นสุดท้าย และการวิ่งสอดเข้ากรอบ

'สำหรับผม นั่นคือจุดแข็งของเขา และเมื่อเขาเล่นเป็นเบอร์ 9 เราก็ต้องการสิ่งนี้จากเขาซึ่งเขาทำแบบนั้นในเกมกับมัลโม่ ดังนั้นนี่คือสิ่งที่พวกเราคาดหวังจากเขาในวันพรุ่งนี้

'เมื่อเราไม่มี โรเมลู เกมจะแตกต่างออกไปนิดหน่อย แต่สุดท้ายแล้วเราต้องการพลังงานแบบเดิม เราต้องการนักเตะจำนวนเท่าเดิมในพื้นที่เดิม ๆ บริเวณกรอบเขตโทษของคู่แข่งเพื่อการปิดเกมรุก สิ่งดังกล่าวไม่เปลี่ยนไปครับ'

สำหรับกุนซือขอฝั่งตรงข้ามในวันเสาร์นี้ ถือเป็นคนที่ ทูเคิ่ล รู้จักเป็นอย่างดี

ดาเนียล ฟาร์เก้ นายใหญ่นกขมิ้น เคยคุมทีมสำรองของโบรุสเซีย ดอร์ตมุนด์ ระหว่าง 2 ฤดูกาลที่ ทูเคิ่ล นำทีมชุดใหญ่ในเยอรมันช่วงปี 2015-2017 ซึ่งได้สร้างความประทับใจให้กับเฮดโค้ชของพวกเราทั้งในตอนนั้น และเวลาปัจจุบันกับนอริช

'ผมชอบเขามากเลย อย่างแรกคือในฐานะบุคคลคนหนึ่ง เพราะเขาเป็นคนที่วิเศษแล้วก็ถ่อมตัวมาก เขาเป็นโค้ชทีมสำรองตอนที่พวกเราอยู่กับดอร์ตมุนด์ และจากตอนนั้นผมได้รู้จักกับเขา เขาเป็นคนที่ไนซ์มากในการพูดคุยเรื่องต่าง ๆ และมีการสลับการซ้อมระหว่างกันและกัน เราได้แลกเปลี่ยนกันอย่างใกล้ชิด เพราะเราคุยกันเกี่ยวกับนักเตะ และบางครั้งก็ใช้นักเตะในช่วงโปรแกรมเบรคทีมชาติจากเขาด้วย

'นอกจากนี้เขายังเป็นกุนซือที่เก่งมาก ๆ ในแง่ของการจัดการนักเตะ ผมอยากจะเป็นผู้เล่นภายใต้การคุมทีมของเขา ผมพูดจริง ๆ นะ เพราะผมนึกภาพออกเลยว่าเขาจะมอบความเชื่อมั่นและความไว้ใจให้กับคุณ

'ผมมีความสุขมากที่เขามาถึงระดับสูงสุด ตอนนี้เขาพาสโมสรเดียวกันขึ้นชั้นสู่พรีเมียร์ ลีก 2 ครั้ง ซึ่งมันแสดงให้คุณเห็นว่าเจ้าของทีมเชื่อมั่นในตัวเขา และไม่ได้ตัดสินจากผลการแข่งขันแค่อย่างเดียว มันเป็นเรื่องที่ดีมากเลยนะ และทุกอย่างก็พูดแทนตัวเองหมดแล้ว

'ผมหวังว่าเราจะเป็นฝ่ายที่เหนือกว่าในวันพรุ่งนี้ เราจะทำทุกอย่างเพื่อเอาชนะเขา แต่เขาทำงานได้มหัศจรรย์มาก ก็หวังว่าเขาจะรู้เรื่องนั้นครับ'

ทูเคิ่ล ยังได้พูดถึงสถานการณ์ของ กิลมอร์ ซึ่งมิดฟิลด์ดาวรุ่ง ย้ายไปเล่นให้กับนอริชด้วยสัญญายืมตัว

นักเตะทีมชาติสก็อตแลนด์ เริ่มต้นฤดูกาลอย่างแข็งแกร่งในถิ่นแคร์โรว์ โร้ด แต่ระยะหลังเจ้าตัวแทบไม่ได้ลงสนาม เพราะ ฟาร์เก้ ทำการปรับทีมเพื่อหาสูตรในการคว้าชัยชนะ

แม้ว่า กิลมอร์ จะไม่สามารถลงแข่งขันกับเชลซีในวันเสาร์นี้ แต่ ทูเคิ่ล ได้อธิบายความรู้สึกของเขาว่ามิดฟิลด์ดาวรุ่งรายนี้ จำเป็นต้องทำอะไรเพื่อแย่งตำแหน่งตัวจริงในทีมนอริช และกลับมาอยู่กับ "สิงห์บลูส์" อย่างประสบความสำเร็จ

'ผมรัก บิลลี่ ผมรักเขามาเสมอเลย' ทูเคิ่ล กล่าว 'ฤดูกาลที่แล้วตอนที่เราเข้ามาช่วงครึ่งหลังของซีซั่น เขาเป็นกำลังสำคัญเลยนะ แต่อาจจะไม่ได้อยู่ท่ามกลางแสงสปอตไลต์ เขาตัดสินใจที่จะย้ายออกไป ย้ายออกเพื่อหาโอกาสลงเล่นให้มากขึ้น ซึ่งเราคิดว่ามันเป็นเรื่องที่สำคัญ

'อย่างแรกเลยคือผมอยากให้เขาแสดงผลงานออกมา มันเป็นคำถามเดียวเกี่ยวกับวิธีที่คุณจะเข้าไปติดทีมนั่นละ ต้องมาจากฟอร์มล้วน ๆ หากคุณตัดสินใจที่จะย้ายไปเล่นแบบยืมตัวมันก็ง่ายแค่นั้น ผมไม่ได้หมายความในทางที่ไม่ดีนะ คุณต้องแสดงผลงานออกมา คุณต้องได้ลงสนาม คุณต้องเป็นนักเตะระดับท็อปไม่ว่าคุณจะย้ายไปที่ไหน หากคุณอยากจะกลับมาที่นี่ และอยากจะพัฒนาตัวเอง

'เขาคือนักเตะของเรา พวกเรารัก บิลลี่ เราตระหนักดีถึงสิ่งที่เขาสามารถทำได้ แต่การเปลี่ยนสโมสรมีความเสี่ยงอยู่เสมอ และมันก็เป็นก้าวสำคัญเสมอซึ่งอาจจะเป็นเรื่องเชิงบวกก็ได้ เขาต้องก้าวข้ามอุปสรรคและตอนนี้ไม่ใช่เวลาพูดกันเรื่องการย้ายกลับมา มันคือเวลาของการต่อสู้เพื่อแย่งตำแหน่ง และแสดงให้เห็นว่าเขาทำอะไรได้บ้าง

'เราเชื่อมั่นว่าเขาสามารถมีบทบาทได้ แน่นอนไม่มีใครโดนบังคับให้ต้องส่งนักเตะของเราลงเล่น แต่ไม่มีโค้ชคนไหนในโลกจะดร็อปนักเตะที่ดีที่สุดหรอก ดังนั้นนั่นคือสิ่งที่เขาต้องพิสูจน์ พิสูจน์ว่านอริชเป็นทีมที่ดีขึ้นเมื่อมีเขาอยู่ด้วย ผมเชื่อมั่นว่าเขาทำได้ และหวังว่าเขาจะไม่สูญเสียความเชื่อมั่นในตัวเอง และสามารถพลิกสถานการณ์ได้อีกครั้ง'

ข่าวอื่นๆ