รายงานการแข่งขัน

รายงานการแข่งขัน: เชลซี 7-0 นอริช ซิตี้

เชลซี เปิดรังสแตมฟอร์ด บริดจ์ ไล่ยำใหญ่นอริช ซิตี้ไป 7-0 โดย เมสัน เมาท์ ทำแฮตทริคแรกในอาชีพค้าแข้งกับสิงห์บลูส์ด้วย

ผลงานสุดเหนือชั้นของเดอะ บลูส์ ทำให้เราไล่ถล่มคู่แข่งแบบขาดลอย โดยใช้เวลาเพียง 7 นาทีในการยิงประตูนำจาก เมสัน เมาท์ ซึ่งเป็นจังหวะการซัดยัดโคนเสาล่างจากนอกกรอบเขตโทษ

หลังจากนั้นเป็น คัลลัม ฮัดสัน-โอดอย ที่จบสกอร์อย่างเยือกเย็นผ่านมือ ทิม ครูล ในจังหวะที่ มาเตโอ โควาซิช แทงทะลุช่องมาให้ ซึ่งเป็นแอสซิสต์แรก จาก 3 ลูกที่แข้งโครแอตทำได้ในนัดนี้ ส่วนประตูที่ 3 มาจาก รีซ เจมส์ ที่ซัดให้พวกเราหนีห่าง 3-0 ก่อนพักครึ่งเวลา

การแข่งขันครึ่งหลัง เบน ชิลเวลล์ สานต่อผลงานอันยอดเยี่ยมของเขาด้วยการยิงประตูนัดที่ 4 ติดต่อกันในการลงเล่นพรีเมียร์ ลีก ขณะที่ แม็กซ์ อารอนส์ มาทำเข้าประตูตัวเองกลายเป็นลูกที่ 5 ในเกม

เบน กิ๊บสัน โดนไล่ออกจากการโดนใบเหลืองที่ 2 แล้วเป็น เมาท์ ที่มายิงเพิ่มอีก 2 ตุง โดยเป็นจังหวะจุดโทษที่ตอนแรกโดนเซฟ แต่ผู้ตัดสินให้ยิงใหม่แล้วซัดเข้าไป ก่อนที่ รูเบน ลอฟตัส-ชีค หลุดเดี่ยวมาถวายพานให้มิดฟิลด์ชาวอังกฤษทำแฮตทริคได้สำเร็จ

การจัดทัพ

โธมัส ทูเคิ่ล เปลี่ยน 5 ตำแหน่งสำหรับผู้เล่นเอาต์ฟิลด์ โดย จอร์จินโญ่ สวมปลอกแขนกัปตันทีม

เอดูอาร์ เมนดี้ ยังได้ลงเฝ้าเสาต่อไป แต่มีการเปลี่ยน 1 ตำแหน่งในแผงแบ็คทรี จากเกมกับมัลโม่เมื่อกลางสัปดาห์ โดยเป็น เทรฟโวห์ ชาโลบาห์ ที่ลงแทน อันเดรียส คริสเตนเซ่น ประสานงานกับ ธิอาโก้ ซิลวา กับ อันโตนิโอ รูดิเกอร์

ในตำแหน่งกองกลาง มาเตโอ โควาซิช ทำหน้าที่แทน เอ็นโกโล่ ก็องเต้ โดยจับคู่กับ จอร์จินโญ่ ขณะที่ เซซาร์ อัซปิลิเกวต้า หลีกทางให้ รีซ เจมส์ ยืนเป็นวิงแบ็คขวา ส่วน เบน ชิลเวลล์ รักษาตำแหน่งของตัวเอง หลังยิงในพรีเมียร์ ลีก มา 3 นัดติดต่อกัน

จากการที่ โรเมลู ลูกากู และ ติโม แวร์เนอร์ ต่างมีอาการบาดเจ็บ บอสชาวเยอรมันให้ ไค ฮาแวร์ตซ์ กับ คัลลัม ฮัดสัน-โอดอย ลงสนาม ส่วน เมสัน เมาท์ ได้ออกสตาร์ตด้วยเช่นกัน

นอริช ใช้ 11 ตัวจริงชุดเดิมจากเกมที่เปิดบ้านเสมอไบรท์ตัน 0-0 ในพรีเมียร์ ลีกเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่ง บิลลี่ กิลมอร์ ไม่สามารถลงเล่นให้กับ "นกขมิ้น" ในวันนี้ เพราะถูกยืมตัวมาจากเชลซี

นาทีต่อนาที - ครึ่งแรก

4 - บอลขึ้นจากจอร์จินโญ่ ยกตัดเกมรับหวิดที่ฮัดสัน-โอดอย จะได้หวดจ่อ ๆ แต่อาร่อนส์ ฟูลแบ็คทีมเยือนยังตามดักทิ้งไปก่อน

5 - รูดิเกอร์เติมขึ้นมาเล่นเกมรุก กองหลังเยอรมนีกดเน้นเข้ากรอบ ทว่าน้ำหนักเบาไปเข้าซองทิม ครูล

8 - เมาท์เคลื่อนที่มารับบอลจากจอร์จินโญ่ อัดเน้น ๆ บอลพุ่งตุงตาข่ายเข้าเสาไกล เชลซีขึ้นนำ 1-0!

11 - ชิลเวลล์วางบอลจากริมเส้นซ้ายเข้ากลาง ฮานลี่ย์ดักทิ้งไปก่อน

18 - รูดิเกอร์เคาะสั้นให้โควาซิช แทงทะลุช่องกองหลังให้ฮัดสัน-โอดอย กระชากหลุดเข้าไปยิงบอลเข้าเสาสอง!

23 - บอลลุ้นจากลูกเซ็ตเพลย์ในพื้นที่นอริช ชิลเวลล์หยอดมาถึงรูดิเกอร์ได้โอกาสทำเกมรุกอยู่ 1-2 จังหวะ แต่สุดท้ายกองหลังทีมเยือนยังยืนบังกันแน่น

26 - เชลซีได้เตะมุมจากด้านขวา จังหวะเคาะสั้นของเราไปจบที่ CHO จ่ายต่อไปติดเกมรับคู่แข่ง

28 - จานนูลิส หลุดไปแถวริมเส้นซ้าย ครอสเข้าในหวิดถึงเพื่อนได้เตรียมจบ ชิลเวลล์มาไวโขกดักทิ้งไปก่อน

30 - ฮัดสัน-โอดอย ลากจี้หนีกองหลังขึ้นมาทางด้านซ้าย จ่ายบอลน้ำหนักแม่นถึงเมาท์ที่รออยู่เสาสองกดติดเซฟทิม ครูล

32 - เป็นอีกครั้งที่รูดิเกอร์เติมขึ้นมาเล่นเกมบุก เกมรับหมายเลข 2 สับไกลไปติดบล็อก บอลเข้าซองโกลทีมเยือน

36 - โอซาน คาบัค ลองซัดไกลจากนอกเขต บอลพุ่งออกหลัง ในโอกาสจบหนแรกของทัพนกขมิ้น

39 - ฮาแวร์ตซ์ได้ลองซัดในกรอบเขตโทษ น่าเสียดายที่โดนไม่เต็มเท้า ทำให้ทิม ครูล รับเข้าซองสบาย ๆ

41 - เจมส์วิ่งโอเวอร์แล็ปขึ้นมาจากแดนหลัง จบลูกที่สามให้เชลซีหนี 3-0!

43 - เจมส์จ่ายย้อนหลังเข้าทางเมาท์ลองจบแบบไม่ต้องจับ บอลพุ่งเฉียดคานออกไปนิดเดียว

45 - ลีส์-เมลู ขัดขาดักทางเล่นของชิลเวลล์ รับใบเหลืองไปตามระเบียบ

เราออกนำทีมท้ายตารางห่างถึง 3-0 เดี๋ยวมาลุ้นกันต่อในครึ่งเวลาหลัง

นาทีต่อนาที - ครึ่งหลัง

46 - นอริชขยับสำรองลงเล่น 2 ราย แบรนดอนส์ วิลเลี่ยมส์ ลงแทนจานนูลิส, ราชิซ่า แทนที่ ลีส์-เมลู

49 - นอริชเริ่มตั้งเกมบุกโจมตี ช่วยกันดันเกมรุก แย่งบอลกดดัน

51 - จอร์จินโญ่จ่ายบอลหลุดมาถึงฮาแวร์ตซ์ พยายามโยกหลอกหาโอกาสจบ บอลไปติดบล็อกออกหลัง และจังหวะเตะมุมต่อเนื่อง ทิม ครูล ชกบอลทิ้งได้ก่อนที่เราจะเตรียมโหม่ง

53 - ชิลเวลล์จ่ายคืนหลังพลาดโดนทีมเยือนฉกไปจบ ทว่าเมนดี้ยังเอาขาเซฟลูกยิงของตัวสำรองราชิซ่าได้หวุดหวิด

55 - เบน กิ๊บสัน เบรกชนจังหวะขึ้นเกมของฮาแวร์ตซ์ ผู้ตัดสินแจกใบเหลืองให้แข้งเบอร์ 4 นอริชทันที

56 - จังหวะต่อเนื่อง เจมส์หยอดออกซ้ายให้รูดิเกอร์หวิดได้จบ ทว่าดันไปพักอกแรงออกหลัง

57 - โควาซิชจ่ายออกพื้นที่ด้านซ้ายให้ชิลเวลล์จับหนึ่งจังหวะแล้วกดบอลผ่านมือทิม ครูล วิงแบ็คซ้ายอังกฤษซัดให้เชลซีในลีก 3 เกมติดต่อกัน!

62 - ฮัดสัน-โอดอย กึ่งยิงกึ่งผ่านบอลแฉลบเกมรับทีมเยือน แถมทิม ครูล ก็ยังรับหลุดมือ ทำให้เชลซีขยับห่าง 5-0!

64 - จอร์จินโญ่ พัก ลอฟตัส-ชีค ลงสนาม

65 - เบน กิ๊บสัน เจตนาเสียบตัดรีซ เจมส์ ผู้ตัดสินแจกใบเหลืองที่สอง กลายเป็นใบแดงไล่ออกจากสนาม

70 - บาร์คลี่ย์, ซิเยค ลงสนามแทน ฮัดสัน-โอดอย และฮาแวร์ตซ์

71 - บาร์คลี่ย์มีลุ้นจบทันทีจากการส่องนอกเขต บอลเฉียดเสาออกไปนิดเดียว

72 - ชิลเวลล์มีพื้นที่มีเวลาวางเท้าอัดด้วยซ้ายอีกครั้ง บอลเหินออกหลัง

78 - ซิเยคหาโอกาสปั่นโค้งด้วยซ้าย แต่ไซด์ไม่มากพอ ลูกออกหลัง

79 - คราวนี้เป็นลอฟตัส-ชีค โชว์สเต็ปหลอกกองหลังก่อนบรรจงหวดเข้ากรอบ ทิม ครูล ต้องออกแรงปัด

79 - บาร์คลี่ย์โชว์พลิกบอลหลุดหน้ากรอบ ซัดไปติดเซฟทิม ครูล อีกครั้ง และจังหวะต่อเนื่อง คราวนี้ซิเยคโยกหลอกพร้อมกดด้วยซ้าย นายด่านดัตช์บินปัดออกหลัง

82- มีจังหวะที่ผู้ตัดสินเช็ก VAR เมื่อรูดิเกอร์ตามน้ำลูกยิงโควาซิช เขากดไปติดแขนนอร์มันน์ สุดท้ายลูกนี้เป็นจุดโทษ!

83 - เมาท์รับหน้าที่สังหาร… กดไปติดเซฟทิม ครูล อย่างไรก็ดี นายด่านทีมเยือนออกมายืนนอกเส้นก่อน ทำให้เมาท์ได้ยิงแก้ตัวอีกครั้ง

85 - มิดฟิลด์เบอร์ 19 แก้ตัวจังหวะสอง - คราวนี้กดเต็มข้อเข้ากลางประตู บอลพุ่งลอดตัวครูล เชลซี 6-0 นอริช!

90+1 - ลอฟตัส-ชีค หลุดเดี่ยวแถวริมเส้นขวา กลางสิงห์บลูส์ปาดเข้าตรงกลางให้เมาท์จบโล่ง ๆ เข้าประตู เรานำห่าง 7-0

90+3 - ซิเยค วางเท้าซัดจากนอกกรอบ บอลเหินข้ามคาน

เชลซี เปิดสแตมฟอร์ด บริดจ์ จัดหนักนอริช ซิตี้ 7-0 🤩

นัดถัดไป?

เราจะกลับมาลงเล่นที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ในอีก 3 วัน โดยเป็นเกมคาราบาว คัพ กับเซาท์แธมป์ตัน ในคืนวันอังคาร เวลา 01.45 น. (เช้าตรู่วันพุธ) สำหรับวันเสาร์หน้า เชลซีต้องเดินทางขึ้นเหนือ ออกไปเยือนนิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ดในพรีเมียร์ ลีก คิกออฟ 21.00 น.

เชลซี (3-4-3): เมนดี้; ชาโลบาห์, ธิอาโก้ ซิลวา, รูดิเกอร์; เจมส์, จอร์จินโญ่ (c) (ลอฟตัส-ชีค 62), โควาซิช, ชิลเวลล์; เมาท์, ฮาแวร์ตซ์ (บาร์คลี่ย์ 70), ฮัดสัน-โอดอย (ซิเยค 70)

ตัวสำรองไม่ได้ลงสนาม: เกปา, อลอนโซ่, อัซปิลิเกวต้า, คริสเตนเซ่น, ซาร์, ซาอูล

ผู้ทำประตู: เมาท์ 7, จุดโทษ 85, 90+1, ฮัดสัน-โอดอย 18, เจมส์ 42, ชิลเวลล์ 57, อารอนส์ (เข้าประตูตัวเอง) 62

นอริช ซิตี้ (3-5-2): ครูล; คาบัค, ฮานลี่ย์ (c), กิ๊บสัน; อารอนส์, ลีส์-เมลู (ราชิก้า h-t), แม็คลีน, นอร์มันน์, เจียนนูลิส (วิลเลี่ยมส์ h-t); ปุ๊กกี้, ซาร์เจนต์ (โอโมบามิเดเล่ 69)

ตัวสำรองไม่ได้ลงสนาม: กันน์, โซเรนเซ่น, โดเวลล์, รูปป์, โซลิส, ไอดาห์

ใบเหลือง: ลีส์-เมลู 45, กิ๊บสัน 55, นอร์มันน์ 83

ใบแดง: กิ๊บสัน 65 (ใบเหลืองที่สอง)

ผู้ตัดสิน: แอนดรูว์ แมดลี่ย์

ผู้ชม: 40,113

ข่าวอื่นๆ