รายงานการแข่งขันวีเม่นส์ เอฟเอ คัพ นัดชิงชนะเลิศ: เชลซี 3-0 อาร์เซนอล

สิงห์บลูส์ วีเม่น ผงาดแชมป์เอฟเอ คัพ ได้เป็นครั้งที่สามในประวัติศาสตร์สโมสร หลังคว้าชัยชนะเหนือเดอะ กันเนอร์ส วีเม่น ในเกมที่เวมบลีย์ กลายเป็นว่าปีนี้ ลูกทีมของเอ็มม่า เฮย์ส กวาดแชมป์ได้ทุกรายการในอังกฤษ

นี่เป็นการดวลกันระหว่างสองทีมชั้นนำในวีเม่นส์ ซูเปอร์ ลีก ซีซั่นนี้ ทันทีที่เกมเริ่มได้ไม่นาน ความได้เปรียบตกมาเป็นของเราทันที เพราะสิงห์บลูส์สาว เป็นฝ่ายครองบอล เข้ากดดันเหนือทีมร่วมลอนดอนได้แบบชัดเจน ท่ามกลางพื้นสนามที่เปียกชื้น ในสภาพอากาศหนาวเย็นที่นอร์ธ-เวสต์ ลอนดอน

เชลซีเป็นฝ่ายออกนำได้ตั้งแต่นาทีที่ 3 จากฝีเท้าของฟราน เคอร์บี้ จังหวะนี้เริ่มจากความผิดพลาดของฝั่งคู่แข่ง ที่จ่ายบอลกันไม่ดี แซม เคอร์ เบียดเข้าแย่งบอลได้ ก่อนจ่ายต่อให้ดาวเตะเบอร์ 14 หลุดเข้าไปซัดผ่านมือมานูเอล่า ซินส์เบอร์เกอร์

จากนั้นผู้รักษาประตูอาร์เซนอลเจองานชุกต่อเนื่อง และมีส่วนในการช่วยไม่ให้ทีมเสียประตูเพิ่ม เธอปฏิเสธลูกยิงของทั้งเคอร์ รวมถึงเคอร์บี้หลายต่อหลายครั้ง เช่นเดียวกับเสา และคานบน ที่ยังช่วยให้นายด่านออสเตรียนเสียไปแค่ประตูเดียว ใน 45 นาทีแรก

อย่างไรก็ตาม เชลซีได้ประสบความสำเร็จได้ประตูเพิ่มในครึ่งเวลาหลัง เคอร์ทำประตูให้เราหนี 2-0 ก่อนเข้าสู่ 1 ชั่วโมงของเกม

สกอร์นี้มาจากจังหวะที่แนวรุกทีมชาติออสเตรเลีย รับบอลจากการผ่านขึ้นแถวแดนหลัง เคอร์ใช้ความสามารถเฉพาะตัวโยกหลบเกมรับคู่แข่ง ก่อนตัดสินใจซัดบอลเบียดเสาแรกเข้าประตูไป

เวลาต่อมา เคอร์มาทำให้การแข่งเอฟเอ คัพ รอบนี้ เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดครั้งหนึ่งของสโมสร คราวนี้เธอหลุดอยู่แถวพื้นที่ริมเส้นขวา โชว์สปีดเข้าบอลเข้าในกรอบเขตโทษ ก่อนงัดบอลโด่งข้ามมือผู้รักษาประตูเข้าไป ให้สกอร์ขยับหนี 3-0

สิงห์บลูส์สาวเคยพ่านอาร์เซนอล ในนัดชิงชนะเลิศเอฟเอ คัพ 2016 ก่อนที่เราจะแก้แค้นได้ในอีก 2 ปีต่อมา ก่อนที่ล่าสุด ทีมของเฮย์ส จะกลายเป็นผู้ชนะอีกคำรบ

เมื่อสิ้นเสียงนกหวีดยาวหมดเวลา แฟน ๆ บนอัฒจันทร์ต่างส่งเสียงให้กำลังใจทีมอย่างกึกก้อง ขณะที่ในสนาม การเฉลิมฉลองได้เริ่มขึ้นต่อทันที นี่ถือเป็นหนที่สามที่เชลซี ทีมหญิง คว้าแชมป์เอฟเอ คัพมาครอง แต่ครั้งนี้แตกต่างกว่าทุก ๆ ครั้งที่ผ่านมา เพราะเดอะ บลูส์วีเม่น คว้าแชมป์ก่อนจะได้โทรฟี่นี้แล้วถึงสองรายการ คือ วีเม่น ซูเปอร์ ลีก และคอนติเนนทัล ลีก คัพ

ถือเป็นของขวัญรับวันคริสต์มาส อย่างสมบูรณ์แบบ และทันทีที่การเฉลิมฉลองชัยชนะครั้งนี้เสร็จสิ้น เราจะมีโปรแกรมลงเตะต่อเนื่องในกลางสัปดาห์ (วันพุธ) เมื่อต้องทำศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก กับยูเวนตุส แน่นอนว่าโฟกัสต่อไปของเฮย์ส ที่อยู่คุมทัพเชลซีสาวเป็นปีที่ 10 คือการพาทีมเดินหน้าสู่ชัยชนะต่อไปให้ได้ทันที

เชลซี (3-4-3) เบอร์เกอร์; ไบรท์, คาร์เตอร์, อีริคส์สัน (c); คูธเบิร์ต, อิงเกิ้ล (นูวเวิน 90+4), ลูโพลซ์ (จี 86), เรเท่น (สเปนซ์ 86); เคอร์บี้ (ฮาร์เดอร์ 74), เคอร์ (อิงแลนด์ 86) เฟลมิ่ง (เจมส์ 67)
ตัวสำรองไม่ได้ลงสนาม มูโซวิช, ชาร์ลส์, อันเดอร์สสัน, ฟ็อกซ์
ผู้ทำประตู เคอร์บี้ 3, เคอร์ 57, 77
ใบเหลือง คูธเบิร์ต 54

อาร์เซนอล (4-3-3) ซินส์เบอร์เกอร์; มาริตซ์, วูบเบน-มอย (บอยส์ 87), บีตตี้ (ฟอร์ด 70), แคทรีย์; มาร์อัม (แพร์ริส 80), วอลติ (อิวาบูชิ 61), ลิตเติ้ล (c); เมด, เมเดอม่า, แม็คคาบี
ตัวสำรองไม่ได้ลงสนาม วิลเลี่ยมส์, แพตเท่น, นอปปส์, สคาเดอร์เบ็ค, โกลดี้
ใบเหลือง เมด 8, แม็คคาบี 65, แพร์ริส 81 

ผู้ตัดสิน เฮเลน คอนลี่ย์

ผู้ชมในสนาม 40,942

ข่าวอื่นๆ