รายงานการแข่งขัน: เซนิต 3-3 เชลซี

ติโม แวร์เนอร์ ยิงประตูที่เร็วที่สุดในแชมเปี้ยนส์ ลีก ให้กับเชลซี จากนั้น "สิงห์บลูส์" ดูจะเป็นฝ่ายคว้าตำแหน่งแชมป์กลุ่ม H จนกระทั่งโดนเซนิตตามตีเสมอในนาทีที่ 94 นั่นหมายความว่า เราจะเข้าร่วมการจับสลากรอบ 16 ทีมสุดท้ายในวันจันทร์หน้า โดยไม่ได้เป็นทีมวาง

ถือเป็นเกมที่พลิกไปพลิกมาในเซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก ตั้งแต่ต้นจนจบ โดยเราได้ แวร์เนอร์ ที่ใช้เวลาเพียง 82 วินาที ในการส่งทีมขึ้นนำ แต่การออกสตาร์ตที่ยอดเยี่ยมเริ่มมีปัญหา ซึ่งเซนิต ใช้พื้นที่ในแผงมิดฟิลด์ และด้านหลังแผงเกมรับโฉมใหม่เล่นงานพวกเรา

พวกเขามายิง 2 ประตูในเวลาเพียง 3 นาทีก่อนจบครึ่งแรก เริ่มจาก เคลาดินโญ่ ที่โขกจากระยะเผาขน จากนั้น ซาร์ดาร์ อัซมูน จบสกอร์อย่างเด็ดขาดในจังหวะดวลหนึ่งต่อหนึ่ง

เชลซี กลับมาลงบู๊ในครึ่งหลัง และเป็น โรเมลู ลูกากู ซึ่งลงตัวจริงในนัดนี้ ซัดประตูแรกตั้งแต่เกมกับเซนิตในแมตช์ที่แล้ว จากจังหวะการประสานงานที่ดีจาก แวร์เนอร์ และ รอสส์ บาร์คลี่ย์ ตอนนี้สกอร์อีกคู่คือยูเวนตุสขึ้นนำมัลโม่ที่อิตาลี นั่นหมายความว่า "เดอะ บลูส์" พยายามมองหาประตูชัย ซึ่งเราก็ทำสำเร็จจาก แวร์เนอร์ ขณะที่การแข่งขันในเวลาปกติเหลืออีก 5 นาที

อย่างไรก็ตามเรามาพลาดในช่วงท้าย โดยนาทีที่ 4 ของการทดเวลาบาดเจ็บออกไป 6 นาที มาโกเมด ออซโดเยฟ ตะบันยิงจากกรอบเขตโทษเป็นประตูตีเสมอ ส่งพวกเราจบรองแชมป์ของกลุ่ม มีโอกาสจับสลากเจอกับอาแย็กซ์, บาเยิร์น มิวนิค, ลีลล์ หรือ เรอัล มาดริด ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย

การจัดทัพ

ทูเคิ่ล ปรับเปลี่ยนทีมของเขาหลายตำแหน่ง โดยแมตช์นี้เชลซีสวมชุดแข่งแบบ 3 ลงเล่นเป็นครั้งแรกในฤดูกาลนี้

เกปา ได้ลงเล่นแชมเปี้ยนส์ ลีก นัดแรกในรอบหนึ่งปี ขณะที่ มาล็อง ซาร์ ออกสตาร์ตตัวจริงในรายการนี้เป็นครั้งแรกให้กับพวกเรา

เซซาร์ อัซปิลิเกวต้า สมทบกับเขาในแผงแบ็คทรี ขณะที่ คัลลัม ฮัดสัน-โอดอย ได้ลงตัวจริง ส่วน ซาอูล ญิเกซ ยืนเป็นวิงแบ็ค ด้าน รอสส์ บาร์คลี่ย์ ประจำการในแผงมิดฟิลด์เคียงข้าง รีซ เจมส์ ที่เกิดในวันนี้ ส่วน เมสัน เมาท์ คอยสนับสนุน แวร์เนอร์ และ ลูกากู ในแดนหน้า

นาทีต่อนาที - ครึ่งแรก

1 - เริ่มเกมเป็นเชลซีมีลุ้นก่อน เมื่อซาอูลตัดบอลจากเท้าแข้งเซนิตก่อนทำชิ่งกับเมาท์หลุดเข้าไปซัดเน้น ๆ แต่ไปติดมือเคอร์ซาคอฟ

2 - Goal! จากจังหวะเตะมุมต่อเนื่อง แวร์เนอร์ซัดโล่ง ๆ แถวเส้นประตู เชลซีนำ 1-0🎯 (บอลจากเตะมุมซ้ายที่บาร์คลี่ย์โยนเข้ากลาง เปลี่ยนทางจนหลุดถึงเท้าแวร์เนอร์ที่รออยู่เสาสอง สะกิดโล่ง ๆ เข้าไปไม่เหลือ)

3 - เราบุกกดดันต่อ คราวนี้ลูกากูขึ้นบอลทางขวา จ่ายลอดขาเดยัน ลอฟเรน เกือบถึงแวร์เนอร์ได้ซัลโว

5 - บอลทะลุแผงรับของเราทำงานอีกครั้ง เมื่อบาร์คลี่ย์แทงหลุดให้แวร์เนอร์เกือบได้ยิง จังหวะนี้ไปเข้าซองเคอร์ซาคอฟ

13 - เจ้าบ้านเริ่มตั้งเกมขึ้นมาได้บ้างหลังผ่านช่วง 10 นาทีแรก มีจังหวะที่เซ็ตบอลจากลูกเตะมุมจากบาร์ริออส บอลแฉลบออกหลัง

19 - เซนิตออกบอลเท้าสู่เท้าเซ็ตจากแดนตัวเองจนเข้าพื้นที่กรอบโทษสิงห์บลูส์ได้ และเป็นเคลาดินโญ่ปั่นบอลหลุดกรอบไปไกล

24 - บอลสวนกลับของเซนิต จากจังหวะที่ลูกากูหลุดเข้ากรอบโทษได้ แต่หาโอกาสจบไม่ถนัด เจ้าบ้านขึ้นเกมทางขวา ก่อนไปจบที่มัลคอร์มยิงไปติดบล็อก

26 - จังหวะใกล้เคียง! มัลคอมหลุดไปดวลเดี่ยวกับเกปา ทว่าแนวรุกบราซิลเลี่ยนกดอัดไม่ผ่านนายด่านของเรา

27 - บอลบุกเจ้าบ้านมาอีกครั้ง เคลาดินโญ่เปิดออกพื้นที่กลางประตูให้อัซมูนโฉบโหม่งแถวเสาแรก บอลหลุดกรอบ

33 - บอลสวนกลับของเชลซี แวร์เนอร์กระชากขึ้นหน้า จ่ายออกขวาให้ลูกากูบบรจงครอสต่อให้เมาท์ยิงไปติดเซฟ

36 - อัซมูนโชว์ความสามารถเฉพาะตัวเลี้ยงหลบแนวรับเราจนได้ลองเปิดจากสุดเส้นหลัง จังหวะนี้ยังมีซาอูลที่ถอยลงมาช่วยสกัดทิ้ง

37 - CHO รับใบเหลืองเป็นคนแรกของเกม จากจังหวะหวดข้อเท้าดั๊กลาส ซานโตส

38 - เซนิตตามตีเสมอ 1-1 จากจังหวะโฉบโหม่งเน้น ๆ โดยเคลาดินโญ่ บอลเช็ดเข้าเสาสอง

40 - ซาอูลเปิดบอลพุ่งเข้ากรอบ แต่ยังโดนบาร์ริออสดักออกหลัง เตะมุมต่อเนื่องก็ยังโดนเซนิตตามดักทิ้งขึ้นหน้า

41 - เชลซีเสียประตูที่สองของเกม อัซมูนรับบอลแทงทะลุช่องที่เพื่อนให้ กระชากหลบเกปาแล้วกดโล่ง ๆ เข้าไป

44 - อัซมูน แนวรุกอิหร่านได้หลุดไปดวลกับเกปาอีกครั้ง ทว่าคราวนี้นายทวารของเราปัดทิ้งหวุดหวิด

ผู้ตัดสินเป่าจบ 45 นาทีแรก เชลซีขึ้นนำไปก่อน แต่มาโดนเซนิตแซงนำ 2-1

นาทีต่อนาที - ครึ่งหลัง

49 - เป็นโอกาสเข้าทำที่ดีของเรา เมื่อบอลหลุดจากฝั่งขวา ฮัดสัน-โอดอย หวิดปาดเข้ากลางถึงแวร์เนอร์ น่าเสียดายที่โดนเกมรับเซนิต จัดการไว้ได้ก่อน

51 - เจ้าบ้านขยับเปลี่ยนตัวคนแรก มอสโตวอย ตัวสำรองลงสนามมาแทนที่ของเวนเดลล์ ที่บาดเจ็บ

52 - มัลคอมหาพื้นที่กดด้วยซ้าย บอลพุ่งเข้ากรอบ แต่เกปายังปัดทิ้งได้

53 - จังหวะที่เกมเปิดหน้าแลกกัน บาร์คลี่ย์ลองปั่นจากนอกกรอบ บอลไปติดเซฟเคอร์ซาคอฟเสียก่อน…

55 - บอลจากลูกากูไหลต่อมาถึงซาอูลปั่นหวังเข้าเสาสอง บอลไปติดเซฟโกลเจ้าบ้าน

60 - ลอฟเรนฟาวล์โฉ่งฉ่างใส่แวร์เนอร์ก่อนเข้ากรอบโทษ เราได้ลุ้นฟรีคิก

61 - เจมส์หยอดเข้ากลาง ลอฟเรนเคลียร์ออกมาได้

62 - Goal! เชลซีตามตีเสมอเป็น 2-2 จากลูกากู | จากจังหวะบอลชิ่งแถวกรอบโทษ แวร์เนอร์เป็นคนสุดท้ายที่จ่ายต่อให้ลูกากูมีพื้นที่มีเวลาจับบอลเอาชัวร์ก่อนหนึ่งจังหวะ และแท็ปอินโล่ง ๆ เข้าประตู

64 - มัลคอมหวิดเล่นงานเราอีกครั้ง แนวรุกแซมบ้าปั่นโค้งหลุดเสาไกล

65 - ทูเคิ่ลปรับทัพสองตำแหน่ง พูลิซิชและซิเยค ลงสนามแทนที่บาร์คลี่ย์ กับฮัดสัน-โอดอย เช่นเดียวกับเจ้าบ้าน ที่ถอดราคิตสกี้ออก แล้วครูโกวอยลงเล่นแทน

67 - ลงมาได้จบทันที! ครูโกวอยลองซัดแถวเส้นกรอบโทษไปติดแฉลบคริสเตนเซ่น

68 - แวร์เนอร์พยายามรับบอลหยอดเข้าพื้นที่ขวาของซิเยค แม้ช็อตแรกน้ำหนักจะลึกไป ทว่าก็ตามมาเล่นต่อได้ ก่อนจะกดไปติดบล็อก

71 - อัซมูนขึ้นโหม่งแบบไร้ตัวประกบ บอลเกือบมุดเข้าเสียบตาข่ายอยู่แล้ว แต่เกปา โชว์ซูเปอร์เซฟปัดทิ้งไปหวุดหวิด

75 - ฮาแวร์ตซ์ ลงสนามแทนที่ของลูกากู คนทำประตูตีเสมอให้เชลซี

79 - เซนิตเปลี่ยนอัซมูนออก เนื่องจากบาดเจ็บจากจังหวะจะเข้ายิงโดยมีซาร์มาเบียด แล้วส่งซูบา หอกจอมเก๋าวัย 33 ปีลงเล่น และมีการเปลี่ยนเพิ่มอีก 2 คน มัลคอร์มกับคูซาเยฟออก ส่งเคอร์คิน กับออซโดเยฟ ลงเล่น

80 - แวร์เนอร์พยายามจะโยกหลบเกมรับ ก่อนกดบอลติดแฉลบออกหลัง

84 - บอลเปิดจากสุดเส้นหลังของเจมส์ ลอยเข้าเสาสอง แวร์เนอร์ที่ไม่ได้เตรียมตัวแต่แรก โขกบอลน้ำหนักเบาไปเข้าซองโกลเจ้าบ้าน

85 - Goal! แวร์เนอร์จัดให้ เชลซีหนี 3-2 | กองหน้าทีมชาติเยอรมนี จัด 2 ประตูกับอีก 1 แอสซิสต์ในเกมนี้ โดยประตูดังกล่าว เจ้าตัวใช้โอกาสในกรอบไม่เปลือง รับบอลต่อจากเพื่อน โยกหลอกหาพื้นที่ยิงลูกพุ่งชนิดที่เคอร์ซาคอฟ ปัดไม่ทัน

90 - ทดเวลาบาดเจ็บครึ่งหลัง 6 นาที

90+4 - เซนิตมาตามตีเสมอ 3-3 จากลูกยิงไกลแถวหัวกระโหลกของออซโดเยฟ

หมดเวลาการแข่งขัน เชลซีบุกมาเสมอเซนิตฯ 3-3 เราจบด้วยการเป็นรองแชมป์กลุ่ม H

นัดถัดไป?

จากยุโรปตะวันออก สู่ลอนดอนตะวันตก โดย "สิงห์บลูส์" จะลงแข่งขันเกมเหย้านัดแรกกับลีดส์ ยูไนเต็ด ช่วงบ่ายวันเสาร์ในรอบ 17 ปี หลังจากนั้นเราจะเฝ้าบ้านพบกับเอฟเวอร์ตัน ส่วนรายการแชมเปี้ยนส์ ลีก จะกลับมาอีกครั้งในเดือนกุมภาพันธ์

 

เชลซี (3-4-1-2): เกปา, อัซปิลิเกวต้า (c), คริสเตนเซ่น, ซาร์; ฮัดสัน-โอดอย (พูลิซิช 65), เจมส์, บาร์คลี่ย์ (ซิเยค 65), ซาอูล (อลอนโซ่ 75); เมาท์; ลูกากู (ฮาแวร์ตซ์ 75), แวร์เนอร์
ตัวสำรองไม่ได้ลงสนาม เบตติเนลลี่, เมนดี้, รูดิเกอร์, ธิอาโก้ ซิลวา, ลอฟตัส-ชีค
ผู้ทำประตู แวร์เนอร์ 2, 85, ลูกากู 62
ใบเหลือง ฮัดสัน-โอดอย 37

Zenit (4-5-1): เคอร์ชาคอฟ; บาร์ริออส, ลอฟเรน (c), ราคิตสกี้ (ครูโกวอย 65); มัลคอม (อีโรคิน 79), คาราวาเยฟ, คูซาเยฟ (ออซโดเยฟ 79), เวนเดล (มอสโตวอย 51), ซานโตส, เคลาดินโญ่; อัซมูน (ซูบา 79)
ตัวสำรองไม่ได้ลงสนาม: โอโดเยฟสกี้, เบียซรอฟ, ซูตอร์มิน, คราฟต์ซอฟ, คูซเนตซอฟ, โคตูเลฟ
ผู้ทำประตู เคลาดินโญ่ 38, อัซมูน 42, ออซโดเยฟ 90+4
ใบเหลือง ลอฟเรน60

ผู้ตัดสิน เซอร์ดาร์ โกซูบูยุค จาก เนเธอร์แลนด์ส
ผู้ชม 29,349

ข่าวอื่นๆ