รายงานการแข่งขัน: ท็อตแน่ม 0-1 เชลซี

เชลซี ผ่านเข้าชิงชนะเลิศที่เวมบลีย์ หลังทำผลงานระดับมืออาชีพ บุกคว้าชัยที่บ้านท็อตแน่ม 1-0 ทำให้สกอร์รวมกลายเป็นการเอาชนะ 3-0 เหนือคู่แข่งร่วมลอนดอนในรอบรองชนะเลิศคาราบาว คัพ

เดอะ บลูส์ ลงเล่นนัดนี้โดยรู้ดีว่าต้องทำอย่างไร จึงจะได้ผ่านเข้ารอบชิงดำเป็นครั้งที่ 3 ในยุคของ โธมัส ทูเคิ่ล หลังจากเปิดสแตมฟอร์ด บริดจ์ เอาชนะมา 2-0 ในนัดแรก

เป็นอีกครั้งที่กุนซือชาวเยอรมัน เอาชนะสงครามด้านแท็คติกส์เหนือ อันโตนิโอ คอนเต้ โดยกลับมาใช้แผน 4-4-2 ที่ได้ผลเป็นอย่างดีในการเจอกับ "ไก่เดือยทอง" ก่อนหน้านี้ จากนั้นปรับมาเป็นระบบ 3-4-3 ในช่วงท้ายที่ลอนดอนเหนือ

การจัดทัพ

ทูเคิ่ล ปรับ 4 ตำแหน่งจากเกมคาราบาว คัพ รอบรองชนะเลิศ นัดแรก แต่ยังใช้แผน 4-4-2 เหมือนนัดที่แล้ว

เกปา อาร์ริซาบาลาก้า กลับมาเฝ้าเสา หลังจากที่ มาร์คัส เบตติเนลลี่ ได้รับโอกาสในเกมเอฟเอ คัพ รอบ 3 เมื่อสุดสัปดาห์ทีผ่านมา สำหรับแผงแบ็คโฟร์ อันเดรียส คริสเตนเซ่น ยังได้ลงตัวจริง โดยยืนทำหน้าที่เคียงข้าง อันโตนิโอ รูดิเกอร์ ส่วน มาล็อง ซาร์ ลงเล่นทางฝั่งซ้ายแทน มาร์กอส อลอนโซ่ แล้วเป็นกัปตัน เซซาร์ อัซปิลิเกวต้า ที่อยู่ทางขวา

มาเตโอ โควาซิช ออกสตาร์ตแดนกลางร่วมกับ จอร์จินโญ่ ซึ่งได้ลงเล่นแทน ซาอูล ญิเกซ ขณะที่ คัลลัม ฮัดสัน-โอดอย ลงเล่นแทน ฮาคิม ซิเยค ทางฝั่งซ้าย ด้าน ติโม แวร์เนอร์ ที่ทำประตูในเกมกับเชสเตอร์ฟิลด์ เป็นตัวจริงแทน ไค ฮาแวร์ตซ์ โดยจับคู่ล่าตาข่ายกับ โรเมลู ลูกากู

นาทีต่อนาที - ครึ่งแรก

3 - ซาร์เติมเกมขึ้นมาจากริมเส้นซ้าย ครอสเข้ากลางไปติดทันกานก้า โขกดักทิ้งก่อนถึงแวร์เนอร์ และลูกากู

6 - คริสเตนเซ่นเข้าปะทะด้านหลังใส่โล เซลโซ่ จังหวะต่อเนื่องเป็นเจ้าบ้านได้ลุ้นจากฟรีคิก

7 - เคนกดด้วยขวา แต่บอลไม่ผ่านกำแพง

9 - แวร์เนอร์เก็บตกจังหวะที่ซานเชซโขกดักในกรอบไม่ดี แนวรุกเบอร์ 11 กระดกบอลแรงออกหลังไป

11 - เกือบได้! ลูกากูเก็บจังหวะบอลโยนยาวของรูดิเกอร์ หาโอกาสกดเต็มเท้าไปติดเซฟกอลลินี่ จังหวะต่อเนื่อง บอลมากระดอนโดนซานเชซหวิดทำเข้าประตู แต่แนวรับโคลอมเบียยังตามเคลียร์ได้ทัน

13 - มูร่าชงเองกินเองจากจังหวะลากตัดเข้ากลางบริเวณนอกเขต จังหวะยิงบอลหลุดเสาไกล

16 - แวร์เนอร์โชว์สปีดจ่ายจากสุดเส้นหลัง สุดท้ายบอลมาเข้าทางซาร์เติมมากดไปติดบล็อกโล เซลโซ่

17 - เราบุกต่อ… คราวนี้แวร์เนอร์ลองยิงเองด้วยขวา โดนบล็อกได้

18 - Goal! - เราได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะบุกต่อเนื่องจากเตะมุมด้านซ้าย และเป็นรูดิเกอร์ที่เติมขึ้นมาโหม่ง กอลลินี่ออกมาไม่โดนบอล ทำให้สกอร์รวมตอนนี้ เราหนีห่าง 3-0!

23 - ฮัดสัน-โอดอย ลองปั่นด้วยขวาในลักษณะคล้ายกับประตูในเกมเอฟเอ คัพ กอลลินี่ล้มตัวปัดได้หวุดหวิด

27 - เมาท์ลองเปิดลูกฟรีคิกแถวริมเส้นซ้าย บอลไปโดนเกมรับเจ้าถิ่นโหม่งสกัดได้ก่อนถึงเพื่อน

29 - ซาร์แทงเข้าช่องว่างให้แวร์เนอร์อาศัยความสามารถเฉพาะตัวเตรียมจ่ายต่อให้เพื่อนจบ แต่ทันกานก้าอ่านทางถูก สกัดทิ้งได้

30 - คริสเตนเซ่นที่เติมขึ้นมาเล่นเกมรุกจากจังหวะต่อเนื่อง ได้โอกาสครอสจากฝั่งขวา บอลโด่งข้ามลูกากูออกไป

31 - บอลบุกของไก่เดือยทอง เป็นฮอยเบียร์ที่รอจากแถวสอง กดบอลแฉลบหลุดกรอบ

32 - เตะมุมต่อเนื่อง ซานเชซโขกชงให้เคนเข้าชาร์จไม่โดนบอล

34 - แวร์เนอร์หยอดจากด้านซ้ายถึงลูกากูโหม่งโดนเหลี่ยมบาง บอลหลุดกรอบ

36 - เกมตัดกลับมา เป็นเอแมร์ซอนสอดหาพื้นที่ลองยิงในกรอบเขตโทษ แต่บอลเบาไปเข้ามือเกปาคว้าสบาย ๆ

39 - ซาร์จ่ายพลาดจนโดนเคนกระชากเข้ากรอบโทษ อย่างไรก็ตาม แบ็คซ้ายของเราในวันนี้ยังตามไปแก้ตัวดักทางยิงของกองหน้าทีมเจ้าบ้านได้อยู่หมัด

40 - ผู้ตัดสินเป่าให้สเปอร์สได้จุดโทษ จากจังหวะลากตะลุยเข้าพื้นที่ในกรอบของฮอยเบียร์ และเป็นรูดิเกอร์ที่ล้มตัวกวาด อย่างไรก็ดี จังหวะนี้มีการเช็ก VAR ว่าแข้งเดนมาร์กล้มในกรอบโทษหรือไม่…📺

43 - สุดท้ายแล้วผู้ตัดสินเป่าเป็นจังหวะฟรีคิกนอกกรอบ

44 - ฮอยเบียร์ยืนอยู่กับโล เซลโซ่ และเป็นแข้งอาร์เจนติน่าปั่นด้วยซ้ายไปติดรูดิเกอร์

หมดครึ่งแรก เราขึ้นนำ 1-0 สกอร์รวม 2 นัด นำ 3-0!

นาทีต่อนาที - ครึ่งหลัง

47 - ฮัดสัน-โอดอย โยกหาพื้นที่เปิดเข้ากลางประตู บอลเกือบถึงแวร์เนอร์ได้จบ เดวีส์ดักทิ้งได้ก่อน

48 - เตะมุมต่อเนื่อง รูดิเกอร์โขกบอลที่มุมเดิม แต่ทันกานก้าอ่านทางถูก ตามประกบไม่ให้นักเตะเราได้จบถนัด

52 - ซาร์โดนโล เซลโซ่ ตัดฟาวล์แถมริมเส้นซ้าย จังหวะต่อมาเมาท์ลองครอสเข้ากรอบ สุดท้ายรูดิเกอร์ไปทำฟาวล์คู่แข่ง ไม่ได้ลุ้นอะไรต่อ

54 - สเปอร์สกำลังจะเล่นเกมสวนกลับ แต่กลับจ่ายกันผิดพลาด วิงค์สจ่ายน้ำหนักแรงไปคนละทางกับเคน

56 - เคนพลิกฝ่าตัวประกบกระชากขึ้นหน้า ก่อนจ่ายต่อให้มูร่ามีปะทะกับเกปา ผู้ตัดสินชี้ช็อตแรกว่านายด่านสแปนิชไปทำฟาวล์แนวรุกบราซิลเลี่ยน

58 - เมื่อเช็ก VAR ผู้ตัดสินไม่ให้จุดโทษกับเจ้าบ้าน เกปาถึงบอลก่อน

60 - จากจังหวะที่ไก่เดือยทองบุกรัว ๆ เดวีส์เปิดจากริมเส้นซ้ายถึงเอแมร์ซอน รอยัล โขกเต็ม ๆ และเป็นเกปาที่ทุบทิ้งได้หวุดหวิด

63 - เคนส่งบอลซุกก้นตาข่ายไปแล้ว แต่ไม่ได้ประตู เพราะเมื่อเช็กจาก VAR ดาวยิงเจ้าบ้านดันล้ำหน้า

65 - สเปอร์สปรับตำแหน่งวิงด้านซ้าย โดเฮอร์ตี้ออก และเป็นเซสเซนญองลงสนาม

66 - เชลซีก็ปรับ 3 คนรวด ธิอาโก้ ซิลวา, มาร์กอส อลอนโซ่ และฮาคิม ซิเยค ลงสนามแทนที่ของคริสเตนเซ่น, แวร์เนอร์ และเมาท์

70 - อลอนโซ่เปิดทางซ้ายมาเข้าเท้าลูกากูพอดิบพอดี แต่จังหวะยิงดันโด่งข้ามคาน

71 - โล เซลโซ่ ถูกถอดออก และเป็นไบรอัน ฮิล ลงสนามแทน

77 - โควาซิชได้พัก ทูเคิ่ลส่งก็องเต้ ลงเล่นแทน

78 - เอแมร์ซอน รอยัลเปิดจากด้านขวาเข้ากลางประตู บอลไม่ถึงเพื่อน เกปาคว้าต่อได้ทันที

82 - เข้าสู่ 10 นาทีท้ายของเกม ทั้งสองทีมเปลียนตัวเพิ่ม รูเบน ลอฟตัส-ชีคลงแทนจอร์จินโญ่ ส่วนสคิปป์ ลงแทนวิงค์ส

85 - มีจังหวะที่เกมหยุดลงช่วงหนึ่ง มีเหตุการณ์เกิดขึ้นบนอัฒจันทร์ฝั่งหลังประตูเชลซี ชนิดที่เจ้าหน้าที่ต้องขึ้นไปดูสถานการณ์

90 - ทดเวลาบาดเจ็บครึ่งหลัง 6 นาที

90 + 4 -เคนลองซัดด้วยซ้ายจากนอกกรอบเขตโทษไปติดบล็อก

เชลซีกลายเป็นทีมแรกที่ผ่านเข้าไปรอในนัดชิงชนะเลิศคาราบาว คัพ จากชัยชนะเหนือท็อตแน่มในเลกสอง 1-0 เราชนะด้วยสกอร์รวมสองนัด 3-0 รอเจอกับผู้ชนะระหว่างลิเวอร์พูล หรืออาร์เซนอล

นัดถัดไป?

พรีเมียร์ ลีก จะกลับมาทำการแข่งขัน โดยเราต้องเล่นเป็นทีมเยือน 2 นัดติด เริ่มจากโปรแกรมกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ในวันเสาร์ ก่อนจะเดินทางลงใต้ไปพบกับไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน ในคืนวันอังคารหน้า

เชลซี (4-4-2): เกปา; อัซปิลิเกวต้า (c), คริสเตนเซ่น (ธิอาโก้ ซิลวา 66), รูดิเกอร์, ซาร์; เมาท์ (ซิเยค 66), จอร์จินโญ่ (ลอฟตัส-ชีค 82), โควาซิช (ก็องเต้ 77), ฮัดสัน-โอดอย; ลูกากู, แวร์เนอร์ (อลอนโซ่ 66)
ตัวสำรองไม่ได้ลงสนาม: เบตติเนลลี่, ซาอูล, ฮาแวร์ตซ์, พูลิซิช
ผู้ทำประตู: รูดิเกอร์ 18

ท็อตแน่ม (3-4-3): กอลลินี่; ทันกานก้า, ซานเชซ, เดวี่ส์; เอแมร์ซอน รอยัล, วิงค์ส (สคิปป์ 81), ฮอยเบียร์, โดเฮอร์ตี้ (เซสเซนญง 65); โล เซลโซ่ (ฮิล 71), เคน (c), มูร่า
ตัวสำรองไม่ได้ลงสนาม: ยอริส, แพสคอตสกี้, โรดอน, ไวท์, อัลลี, สการ์เล็ตต์

ผู้ตัดสิน: อันเดร มาร์ริเนอร์

ผู้ชม: 45,603

ข่าวอื่นๆ