รายงานการแข่งขัน: เชลซี 2-0 ท็อตแน่ม

เชลซี กลับมาคว้าชัยในพรีเมียร์ ลีกด้วยแนวทางที่ดีที่สุด โดยเปิดสแตมฟอร์ด บริดจ์ เอาชนะท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ ได้อย่างคู่ควร

"สิงห์บลูส์" โชว์ผลงานสุดแกร่งตั้งแต่นาทีแรกจนนาทีสุดท้าย โดยพวกเราเก็บชัยชนะนัดที่ 4 เหนือสเปอร์สในซีซั่นนี้ และเป็นครั้งที่ 3 ในรอบเดือนมกราคม (สกอร์รวมของฤดูกาลนี้ พวกเราเอาชนะไก่เดือยทองไป 8-0)

การจัดทัพ

เกปา อาร์ริซาบาลาก้า ยังคงได้เฝ้าเสาโดยมีแผงแบ็คโฟร์ด้านหน้าเขาอีกครั้ง เซซาร์ อัซปิลิเกวต้า, ธิอาโก้ ซิลวา และ อันโตนิโอ รูดิเกอร์ ได้ลงตัวจริงต่อเนื่องจากเกมกลางสัปดาห์ที่บุกเยือนไบรท์ตัน แต่ มาร์กอส อลอนโซ่ หลีกทางให้ มาล็อง ซาร์ ทางฝั่งซ้าย

ความเปลี่ยนแปลงอื่น ๆ เกิดขึ้นในตำแหน่งมิดฟิลด์ โดยเป็น มาเตโอ โควาซิช ที่ลงมาจับคู่กับ จอร์จินโญ่ แทน เอ็นโกโล่ ก็องเต้ ส่วน โรเมลู ลูกากู ได้ลงล่าตาข่ายในแดนหน้า มี ฮาคิม ซิเยค, เมสัน เมาท์ และ คัลลัม ฮัดสัน-โอดอย คอยสนับสนุน

ท็อตแน่ม เปลี่ยน 4 ตำแหน่งจากเกมคว้าชัยสุดดราม่าเหนือเลสเตอร์ วิงแบ็คนัดนี้เป็น แม็ตต์ โดเฮอร์ตี้ และ ไรอัน เซสเซญง ขณะที่ เอริค ไดเออร์ ลงมาแทน โอลิเวอร์ สกิปป์ ในแผงกองกลาง ส่วน สตีเฟ่น เบิร์กไวจ์น ฮีโร่ซึ่งลุกจากม้านั่งมายิง 2 ประตูในนัดที่แล้ว ลงตัวจริงทำเกมรุกกับ แฮร์รี่ เคน

นาทีต่อนาที - ครึ่งแรก

1 - บอลจากเมาท์จ่ายจากแถวมุมธงขวาให้ลูกากู ฉีกตัวประกบลองวอลเล่ย์บอลหลุดออกหลัง โอกาสแรกในเกมเป็นของเดอะ บลูส์!

4 - คราวนี้ซิเยคครอสบอลลึกเข้าเสาไกลด้านซ้าย ฮัดสัน-โอดอยได้โขกไม่ถนัด ทังกานก้าตามประกบติด

6 - บอลถ่ายออกซ้าย-ขวาไปจบที่ซิเยคลองปั่นจากนอกกรอบไปแฉลบเกมรับทีมเยือนออกหลัง

7 - เตะมุมต่อเนื่องโดยเมาท์ ครอสมาและสุดท้ายไปเข้ามือโญริส

9 - เราได้เตะมุมจากด้านขวาอีกครั้ง ธิอาโก้ ซิลวา ชิงจังหวะโหม่งได้ก่อนเบน เดวีส์ บอลแรงหลุดกรอบ

11 - ซิเยคลากตัดเข้าในจากริมเส้นขวา บอลพุ่งหากรอบ โญริสทุบบอลทิ้งไป

14 - วิงค์สลากบอลฝ่าผู้เล่นเราจนได้ลองจบเน้น ๆ แต่คนที่ทำได้ดีกว่าคือเกปา พุ่งคว้าหนึบมือ

ผ่านมา 15 นาที เราเป็นฝ่ายบุกกดดันผู้มาเยือนได้ดีกว่า ลุ้นกันประตูแรกจะมาเมื่อไร!

17 - ในจังหวะที่สเปอร์สกำลังจะได้โต้ เบิร์กไวจ์นกระชากหลบฮัดสัน-โอดอย แถวฝั่งขวา แต่โควาซิชเอาอยู่ กวาดทิ้งได้ทัน

19 - ผู้ตัดสินเช็ก VAR จากจังหวะที่โดเฮอร์ตี้ไปย่ำข้อเท้าซาร์ และสุดท้ายไม่ได้แจกใบอะไรให้แข้งไอริช

21 - บอลบุกด้านขวา ซิเยคไหลสั้นให้อัซปิเปิดบอลหาเสาไกล ทังกานก้าโหม่งดักทิ้งออกหลัง

22 - จังหวะบุกต่อเนื่องของเราในช่วงก่อนหน้า ไปจบที่เมาท์เบียดแย่งบอลกับทังกานก้าแถวริมเส้นขวา บอลออกหลังไปพร้อม ๆ กันกับดาวรุ่งทีมเยือนไปชนกับป้ายโฆษณา เกมหยุดไปพักหนึ่ง ก่อนจะเล่นกันต่อได้…

24 - ธิอาโก้ ซิลวา ตัดจังหวะทำเกมบุกของเบิร์กไวจ์น รับใบเหลืองเป็นคนแรก

30 - เชลซีออกบอลเท้าสู่เท้าและไปจบที่จอร์จินโญ่ลองแทงทะลุช่องกะให้ลูกากู แต่บอลแรงออกหลัง

32 - โอกาสลุ้นอีกครั้ง ซิเยคออกบอลสั้นให้เมาท์เปิดต่อจังหวะเดียวเข้ากลางให้ลูกากู หอกเบลเจี้ยนหวดวืด

35 - บอลเตะมุมจากเมาท์ กองหลังเราเกือบได้โอกาส คราวนี้เคน ที่ถอยไปช่วยเกมรับโขกดักทิ้ง

37 - ฮัดสัน-โอดอย กระชากหนีทังกานก้า และการที่ดาวรุ่งสเปอร์สเอาไม่อยู่ เขาเลยตัดฟาวล์ใส่ รับใบเหลืองแรกของฝั่งทีมเยือน

38 - แซสเซญอง กดบอลด้วยซ้ายแต่ทิศทางไม่ตรงกรอบ ทิศทางลูกค่อย ๆ หลุดไปอีกฟาก

39 - รูดิเกอร์เติมเล่นเกมบุกจนได้เปิดจากริมเส้นขวา บอลถึงลูกากูก็จริง แต่ได้ยิงไม่ถนัด กลายเป็นจังหวะไปปะทะกับไดเออร์แทน

40 - เคนส่งบอลซุกก้นตาข่ายไปแล้ว แต่ผู้ตัดสินไม่ให้ประตู เพราะมองว่ากองหน้าทีมชาติอังกฤษไปผลักธิอาโก้ ซิลวาก่อนที่จะได้จบ

นอกจากนี้แล้ว ผู้ตัดสินยังแจกเหลืองให้จอร์จินโญ่ด้วย จากจังหวะตัดฟาวล์ใส่เบิร์กไวจ์น ในช่วงก่อนที่บอลจะถึงเคน

44 - โควาซิชแทงขึ้นหน้าให้ลูกากูพยายามโยกหนีกองหลัง ก่อนได้กดเต็ม ๆ ไปติดสกัดไดเออร์

45 - ซิเยคเปิดบอลพุ่งจากฝั่งซ้าย บอลเลยติดบล็อกออกหลังไปนิดเดียว และจากเตะมุมต่อเนื่อง ธ.ซิลวา ได้โขก แต่ไม่ถนัด

เชลซีครองบอลเหนือกว่า แต่ยังหาโอกาสจบไม่ได้ ขณะที่สเปอร์สส่งบอลเข้าประตูไปแล้ว แต่โดนจับฟาวล์ก่อน ทำให้สกอร์ในครึ่งแรกจบลงที่ 0-0

นาทีต่อนาที - ครึ่งหลัง

ครึ่งหลังเริ่มช้ากว่าปกตินิดหนึ่ง เนื่องจากตาข่ายฝั่งสเปอร์สที่ต้องบุกจากขวาไปซ้ายของจอโทรทัศน์ เกิดชำรุด

47 - บอลจากฮัดสัน-โอดอย กระชากไต่ริมเส้นซ้าย ก่อนจ่ายเข้ากลางให้แนวรุกโมร็อคกันบรรจงปั่นบอลโค้ง ๆ มุดสามเหลี่ยม เชลซีขึ้นนำ 1-0! 😲

49 - เกือบได้เรื่องอีกครั้ง ซิเยคเก็บตกจังหวะแถวปากประตูได้กดด้วยซ้ายบอลพุ่งดุจจรวด แต่คราวนี้โญริสบินปัดได้

53 - เราบุกได้ลุ้นสวย ๆ มากขึ้นเรื่อย ๆ คราวนี้ฮัดสัน-โอดอย จ่ายแบบดึงกองหลังให้เมาท์เติมมากดบอลเฉี่ยวคานออกไปนิดเดียว

55 - สกอร์ขยับเป็น 2-0 จากลูกฟรีคิกแถวริมเส้นซ้าย เมาท์ โยนเข้ามาและเป็นธิอาโก้ ซิลวา โหม่งไม่เหลือ!

57 - ทีมเยือนปรับสองคนรวด ลูคัส มูร่า ลงแทนแซสเซอญอง ขณะที่โอลิเวอร์ สกิปป์ ลงแทนทังกานก้า

58 - เคนกระชากหนีอัซปิ ก่อนเปิดเข้ากลาง มูร่าชาร์จไม่โดนบอล แต่ยังเข้าทางเบิร์กไวน์ยิงไปติดเซฟเกปา

62 - เชลซีได้ลุ้นฟรีคิกแถวกรอบโทษด้านขวา ในระยะเข้าเท้าซ้ายของซิเยค…

63 - บอลเกือบถึงรูดิเกอร์ ทว่าเคนยังช่วยทีมเยือนด้วยการโขกดักออกหลัง

65 - ซิเยคได้จบอีกครั้ง คราวนี้บอลพุ่งกลางประตู ทำอะไรโญริสไม่ได้

69 - ช่วงเวลาที่ทั้งสองทีมได้บุกคนละที ลูกากูพลิกเข้าซ้ายซัดเต็มข้อไปติดเซฟโญริส ส่วนสเปอร์สเป็นโดเฮอร์ตี้ยิงไปติดแฉลบ และจากเตะมุมต่อเนื่อง ซาร์ดักได้สวย

73 - ฮอยเบียร์แทงออกพื้นที่ขวาโล่ง ๆ แต่โดเฮอร์ตี้ชาร์จไม่โดนบอล พลาดโอกาสเข้าทำ | เชลซีทำการเปลี่ยนตัวเป็น ก็องเต้ ลงมาแทนที่ของจอร์จินโญ่

77 - เมาท์ อัซปิ และซิเยคพยายามหาโอกาสเปิดเข้ากลางให้ลูกากู จังหวะนี้ไปจบที่กัปตันของพวกเราผ่านไปติดบล็อกโญริส และจากเตะมุมรอบนี้ ทีมไม่มีโอกาสจบถนัด

84 - เบิร์กไวจ์นรับบอลจากเคนก่อนได้ยิงไม่เต็มเท้า เกปารับสบาย

86 - เคนโขกลูกเตะมุมหวิดจะเสียบตาข่าย เกปาปฏิกิริยาไวพุ่งปัดได้สวย

89 - ทีมเยือนใส่เกมบุกลงสนามเพิ่ม ไบรอัน ฮิล ลงเล่นแทนวิงค์ส

90 - ทดเวลาบาดเจ็บครึ่งหลัง 3 นาที กับช่วงเวลาที่ไก่เดือยทองบุกกดดัน

90+1 - สำรองคนสุดท้ายของเรา ซาอูล ลงสนามแทนที่ซิเยค

หมดเวลาการแข่งขัน เชลซีชนะสเปอร์ส 2-0 ส่งให้เราทำสถิติโหดดวลกับพวกเขา 4 ครั้งในซีซั่น ชนะรวด!

นัดถัดไป?

ตอนนี้ฟุตบอลอังกฤษจะเข้าสู่ช่วงเบรค โดยบางชาติที่ไม่ได้อยู่ในโซนยุโรปจะมีโปรแกรมแข่งขัน นั่นหมายความว่านัดถัดไปของเชลซีคือศึกเอฟเอ คัพ รอบ 4 ในวันเสาร์ที่ 5 กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นเกมที่เปิดสแตมฟอร์ด บริดจ์ พบกับพลีมัธ อาร์ไจล์ในเวลา 19.30 น.

เชลซี (4-1-4-1): เกปา, อัซปิลิเกวต้า (c), ธิอาโก้ ซิลวา, รูดิเกอร์, ซาร์, จอร์จินโญ่ (ก็องเต้ 73); ซิเยค (ซาอูล 90+1), เมาท์, โควาซิช, ฮัดสัน-โอดอย (อลอนโซ่ 87); ลูกากู
ตัวสำรองไม่ได้ลงสนาม: เบตติเนลลี่, ชาโลบาห์, บาร์คลี่ย์, ฮาแวร์ตซ์, พูลิซิช, แวร์เนอร์
ผู้ทำประตู: ซิเยค 47, ธิอาโก้ ซิลวา 55
ใบเหลือง: ธิอาโก้ ซิลวา 24

ท็อตแน่ม (4-4-2): โญริส (c), ทังกานก้า (สกิปป์ 56), ไดเออร์, ซานเชซ, เดวี่ส์; โดเฮอร์ตี้, วิงค์ส (ฮิล 88), ฮอยเบียร์, เซสเซญง (ลูคัส มูร่า 56); เคน, เบิร์กไวจ์น
ตัวสำรองไม่ได้ลงสนาม: กอลลินี่, เอแมร์ซอน รอยัล, เรกีลอน, โรดอน, ไวท์, สการ์เล็ตต์
ใบเหลือง: ทังกานก้า 37

ผู้ตัดสิน: พอล เทียร์นี่ย์

ผู้ชม: 40,020

ข่าวอื่นๆ