เข้าทำเนียบตำนาน – อัซปิเปิดใจค้าแข้งให้เชลซีเกิน 450 นัด

หลังเพิ่งผ่านหลักไมล์สำคัญในการลงสนามให้กับเชลซี เซซาร์ อัซปิลิเกวต้า ได้สะท้อนถึงความภาคภูมิใจในการรับใช้สโมสร และความกระหายที่จะนำพาความสำเร็จเข้าสู่ถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ให้ได้มากยิ่งขึ้น

ในบทสัมภาษณ์ผ่านหนังสือแมตช์เดย์ทางการสโมสรฟุตบอลเชลซี เขาได้พูดเกี่ยวกับความหมายของการเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของเหล่านักเตะชั้นนำ ซึ่งลงเล่นมากกว่า 450 นัดให้กับเดอะ บลูส์

รู้สึกอย่างไรบ้างที่ลงสนามให้กับเชลซีไปแล้ว 450 นัด?

ผมรู้สึกภูมิใจจริง ๆ มันเป็นความสำเร็จที่น่าทึ่ง ตอนย้ายมาเมื่อปี 2012 ผมคิดภาพไว้ไม่ออกเลยครับ แต่ก็หวังว่าผมจะได้ลงเล่นอีกเยอะ ๆ ไปเลยนะ

เวลาผ่านไปเร็วมาก แต่ในวงการฟุตบอลมันก็เป็นแบบนี้นี่ละ! แต่ก็คุณไม่สามารถใช้ชีวิตในอดีตได้ คุณต้องมองไปที่ปัจจุบันและอนาคต ผมเป็นคนแบบที่ต้องการมากขึ้นเสมอ และในทุก ๆ วันผมก็พยายามพัฒนา เราปรับปรุงตัวเองให้ดีขึ้นได้ตลอด ซึ่งผมไม่ชอบที่จะโฟกัสไปยังสิ่งที่เคยทำมาก่อนมากนัก ผมพุ่งสมาธิไปที่สิ่งที่เราสามารถทำได้ในอนาคต

งั้นก็เหมือนกับนักเตะอาชีพหลายคน คุณยังอยู่ในโหมดความคิดที่ว่า "ไว้ค่อยมานั่งนึกถึงอดีตในอนาคต ฉันยังมีอีกหลายอย่างที่อยากจะทำในการแข่งขัน"

ใช่ครับ เพราะเมื่อมันจบลง คุณก็ไม่สามารถทำอะไรได้อีกแล้ว ฟุตบอลเป็นกีฬาที่มีความต้องการสูงมากจริง ๆ ในทุก ๆ วัน โดยเฉพาะกับที่เชลซี คุณต้องพิสูจน์ตัวเองทุกวัน ดังนั้นมันไม่มีเวลาให้นั่งชิลสนุกสนานหรอกครับ แน่นอนเราอาจจะมีโมเม้นต์ของความสุขและการได้ฉลองแชมป์ด้วยกัน แต่ส่วนตัวแล้วผมมองว่ามันคือบางอย่างที่ผมภูมิใจมาก ๆ และมีความกระหายที่จะคว้ามาให้ได้มากขึ้นอยู่เสมอ

ตอนนี้คุณอยู่ในอันดับ 7 ของทำเนียบนักเตะที่ลงเล่นมากที่สุดตลอดกาลให้กับสโมสร มากกว่ายอดแข้งอย่างเดนนิส ไวส์, สตีฟ คลาร์ก และเคอร์รี่ ดิ๊กสัน โดยมีนักเตะต่างชาติอยู่เหนือกว่าคุณคนเดียวนั่นคือเพตเตอร์ เช็ก สถานะตำนานของคุณดูจะถูกบันทึกไว้แล้วนะ!

แน่นอนครับ การได้อยู่ในรายชื่อนั้นมันคือสิทธิ์พิเศษซึ่งผมรู้สึกภูมิใจจริง ๆ จากตอนที่ผมเริ่มต้นค้าแข้งที่นี่ ผมโชคดีที่ได้รับความเชื่อมั่นจากสโมสรและผู้จัดการทีมทุกคน รวมทั้งเพื่อนร่วมทีมด้วย ดังนั้นผมจึงได้ลงเล่นเยอะมาก และทุกครั้งที่ผมสวมเสื้อสีน้ำเงินคราม ผมจะรู้สึกภูมิใจมากที่ได้แบ่งปันช่วงเวลาทั้งหมดของพวกเรากับแฟนบอล

ผมมีสายสัมพันธ์กับแฟนบอลตั้งแต่วันแรก ถึงแม้ว่าผมจะไม่ได้ย้ายมาแบบการเซ็นสัญญาที่ใหญ่โตอะไร ผมพยายามทำงานหาเส้นทางและเขียนเรื่องราวของตัวเอง ก็หวังนะครับว่ามันจะมีมากขึ้นอีก

ความเป็นนักเตะของคุณ แตกต่างกับตอนอายุ 22 ปีที่ย้ายเข้ามาเมื่อปี 2012 อย่างไร?

แตกต่างมากเลยละ คือบางครั้งประสบการณ์ก็ช่วยให้คุณตัดสินใจได้ดีขึ้น ตอนที่ผมย้ายมา มันเป็นครั้งแรกของผมในอังกฤษ ผมต้องเปลี่ยนประเทศ เรียนภาษาใหม่ และปรับตัวเข้ากับโค้ชใหม่รวมทั้งเพื่อนร่วมทีม ผมย้ายเข้ามาตอนที่เชลซีเพิ่งคว้าแชมป์แชมเปี้ยนส์ ลีกได้เป็นสมัยแรก

ดังนั้นผมจึงพยายามหาข้อมูลทุกอย่างเท่าที่ทำได้ เพื่อจะได้ปรับตัวให้เร็วที่สุดกับความต้องการของทีมและลีก หลังจากเรื่องนี้ ผมได้ลงเล่นในหลายตำแหน่งให้กับผู้จัดการทีมที่แตกต่างกันไป ซึ่งตอนนี้ผมรู้สึกว่าตัวเองเป็นนักเตะที่ครบเครื่องมากขึ้น และยังมีพื้นที่ให้พัฒนาไปได้อีกเสมอ ผมเชื่อมั่นว่าคุณสามารถพัฒนาไปได้จนถึงวันสุดท้าย คุณต้องเปิดกว้างเข้าไว้ นั่นคือแนวทางที่ผมรับมือกับความท้าทายมาตลอดครับ ต้องเปิดใจให้กว้าง

แล้วฟุตบอลอังกฤษเปลี่ยนแปลงไปด้วยไหม?

ใช่ครับ เปลี่ยนเยอะเลย ลีกนี้คือแข่งขันดุเดือดมาก แต่ผมคิดว่าในทุก ๆ ปี มันยิ่งสูสีมากขึ้นไปอีก และแต่ละทีมก็แข็งแกร่งมาก ๆ นักเตะที่ค้าแข้งอยู่ในลีกนี้พัฒนาขึ้นไปเยอะมาก สิ่งที่ไม่เปลี่ยนคือบรรยากาศครับ ซึ่งที่อังกฤษมันสุดยอดมาเสมอเลย แฟนบอลของเราที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ และตอนเป็นทีมเยือนด้วย นั่นคือสิ่งที่ผมรู้สึกตั้งแต่วันแรก ความพิเศษของมันน่ะครับ

คุณได้รับแรงบันดาลใจจากสภาพร่างกาย และผลงานของธิอาโก้ ซิลวา ในวัย 37 ปีไหม?

เขาคือแรงบันดาลใจชั้นยอดในการเฝ้าทำงานต่อไป เขาเป็นมืออาชีพมากเลยนะ เขาดูแลร่างกายของเขา และแนวทางที่เขาปฏิบัติตัวก็คือแบบอย่างที่วิเศษสำหรับทุกคน ทั้งนักเตะดาวรุ่งและนักเตะซีเนียร์ที่มีประสบการณ์มากกว่า

สมัยนี้นักกีฬาเล่นกันได้นานขึ้น เรามีวิธีในการดูแลร่างกายมากขึ้น เราซ้อมได้ดีขึ้น ฟื้นฟูร่างกายได้ดีขึ้น ซึ่งเมื่อไม่กี่ปีที่แล้วมันอาจจะยากกว่านี้

ข่าวอื่นๆ