หลังผ่านช่วงซัมเมอร์ที่สำคัญในประวัติศาสตร์ของเชลซี พวกเราได้สัมภาษณ์แฟนบอลคนหนึ่งเกี่ยวกับความรู้สึกที่ฤดูกาลใหม่กำลังจะเริิ่มขึ้น…

มันเป็นการแจ้งเตือนที่พวกเรารอคอย หลังจากพยายามเช็คโทรศัพท์ไม่ต่ำกว่า 16 ครั้ง ในวันพฤหัสที่ 4 กรกฎาคม เมื่อแฟรงค์ แลมพาร์ด ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนคนใหม่ของเชลซีในท้ายที่สุด ซึ่งทำให้ผมเองและแฟนบอลคนอื่นๆ รู้สึกดีใจเป็นอย่างมากที่ ซูเปอร์ แฟรงค์ กลับบ้านอย่างเป็นทางการ

มันมีข่าวแว่วๆ มาก่อนประกาศอย่างเป็นทางการสองสัปดาห์ สื่อหลายสำนักพยายามชี้นำ และข่าวส่วนใหญ่มักจะใช้คำพาดหัวอย่างเป็นทางการว่า ‘แฟรงค์ แลมพาร์ด จะเป็นผู้จัดการทีมเชลซีในอีก 48 ชั่วโมง’ ซึ่งเป็นการเขียนขึ้นอย่างไม่มีมูล แต่มีแนวโน้มที่จะเป็นจริง จนเกิดความน่าเชื่อถือ แน่นอนว่า จำนวนข่าวมากมายที่พุ่งเข้ามานั้น ทำให้พวกเราทุกคนรู้สึกยินดีที่ได้เห็น!

แลมพาร์ดใช้เวลาอยู่ในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ 13 ปี และสามารคว้าเกียรติยศมาได้มากมายหลังจากคว้าแชมป์พรีเมียร์ครั้งแรกในปี 2005 รวมถึงการแข่งขันในเวทียุโรปที่มิวนิค ที่ซึ่งมิดฟิลด์รายนี้นำทีมคว้าถ้วยแชมเปี้ยนส์ ลีก ในรังของบาเยิร์น ดังนั้นช่วงเวลามากมายของแฟรงค์ แลมพาร์ด ในฐานะนักเตะนับเป็นมหาสมบัติในความทรงจำของพวกเราไปอีกยาวนาน

ดาวยิงสูงสุดของพวกเราเป็นที่รู้จักดีว่าเคยประสบความสำเร็จมากมาย และเป็นมาตรฐานที่ทีมชั้นนำของยุโรปคาดหวังเอาไว้ นี่เป็นสิ่งที่ชายคนหนึ่งที่ทำงานอย่างหนักเพื่อผลักดันตัวเองก้าวมาถึงจุดสูงสุดให้เหมือนกับลุงของเขา แฮร์รี่ เร้ดแนปป์ หลังจากนั้นที่เขาแขวนสตั๊ดในปี 2017 เขาผันตัวเข้ามาเป็นนักวิเคราะห์ที่โดดเด่นทางช่อง BT Sport และพวกเราทั้งหมดมั่นใจว่า เขาจะก้าวเข้าสู่การคุมทีมฟุตบอลอย่างแน่นอน หลังจากที่รับข้อเสนอของดาร์บี้เมื่อปีที่แล้ว เขาก็พาแกะเขาเหล็กเข้าไปเล่นเพลย์ออฟรอบชิงชนะเลิศ พรสรรค์ในฐานะหัวหน้าผู้ฝึกสอนมีความชัดเจนว่าเขามีความสามารถในการบริหารทีม

และตอนนี้กับพวกเรา ยุคใหม่เริ่มขึ้นที่ลอนดอนตะวันตกพร้อมกับหัวเรืออย่างแฟรงค์ แลมพาร์ด คนที่ทุ่มเททุกสิ่งเพื่อพาทีมไปสู่ความสำเร็จให้เหมือนกับตอนที่เขาเป็นนักเตะ หลังจากจบพรีซีซั่นกับเชลซีและการเดินทางกว่า 12,000 ไมล์ มันแสดงให้เห็นสปิริตที่สูงในแคมป์ และการเตรียมตัวที่พิถีพิถัน

เนื่องจากเกมเปิดสนามที่โอลด์ ทรัฟฟอร์ด ใกล้เข้ามาแล้ว มันสร้างความตื่นเต้นให้พวกเราทุกคน แน่นอนว่า สัญชาตญาณที่หลีกเลี่ยงไม่ได้จะเกิดเมื่อมีเสียงนกหวีดดังขึ้น ซึ่งเป็นความบ้าที่พรีเมียร์ลีกได้เริ่มต้น Come on you Blues!