พรีเมียร์ลีกฤดูกาลใหม่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว ริค แกลนวิลล์ นักประวัติศาสตร์สโมสร และพอล ดัทตั้น นักสถิติสโมสร ได้ร่วมสรุปข้อมูลที่น่าสนใจในพรีซีซั่นที่ผ่านมาก่อนเปิดฤดูกาล 2019/20 และเริ่มต้นตั้งตารอคอยการเริ่มต้นทีมภายใต้การคุมของแฟรงค์ แลมพาร์ด...

ถือเป็นช่วงซัมเมอร์ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวมากมายสำหรับเชลซีและแฟนบอล เริ่มต้นด้วยการย้ายทีมของเอเด็น อาซาร์ และการกลับมาของตำนานผู้สร้างประวัติศาสตร์ให้กับสโมสรมากมาย

อาซาร์เป็นนักเตะที่หาตัวจับยากจริงๆ เขาประสบความสำเร็จมากมายกับทีมใน SW6 ตามรอยฮิ้วจ์ กาลาเกอร์, ชาร์ลี คู้ก, แพท เนวิน, จานฟรังโก้ โซล่า และอาร์เย่น ร็อบเบน เขายิงไป 38 ประตู 17 แอสซิสต์จาก 52 เกมในฤดูกาลที่ผ่านมา

สิ่งที่ดีในช่วงซัมเมอร์คือการกลับมาของแฟรงค์ แลมพาร์ด ดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของทีม และการปรับทีมมาใช้นักเตะรุ่นเยาว์หลายคน

การเตรียมความพร้อมในช่วงเวลาที่ผ่านมานี้จะเป็นการอุ่นเครื่องเพื่อเจอเกมแรกที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด ซึ่งแลมพาร์ดคว้าชัยมาแล้วในสมัยที่คุมดาร์บี้ เคาน์ตี้ ต่อด้วยเกมพบลิเวอร์พูลในยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ และตอนนี้เขามีโอกาสที่จะคว้าแชมป์ในฐานะโค้ชเป็นครั้งที่สองแล้ว

จากการที่อาซาร์ย้ายทีมไป ทำให้มีที่ว่างสำหรับพ่อมดคนใหม่ประจำเดอะบริดจ์ขึ้น คริสเตียน พูลิซิช และนักเตะรุ่นเยาว์จากอะคาเดมี่หลายๆ คนก็พร้อมที่จะไล่ล่าตำแหน่งนั้นอยู่ด้วย

การมีนักเตะรุ่นเยาว์, การจากไปของตำนาน, ทีมงานที่เป็นตำนานเชลซี, การกลับไปแข่งในแชมป์เปี้ยนส์ ลีก, การซื้อขายนักเตะที่ถูกระงับ นี่คือช่วงเวลาที่ดีสำหรับทีม หวังอย่างยิ่งว่าเราทุกคนจะพร้อมสำหรับการผจญภัยครั้งใหม่นี้

ทีมโค้ช

สแตมฟอร์ด บริดจ์อาจจะเสียเจ้าชายไปในช่วงซัมเมอร์นี้ แต่เราก็ยังได้ต้อนรับการกลับมาของเหล่าราชา : เพตเตอร์ เช็ก กลับมาเป็นที่ปรึกษาด้านเทคนิค, โคล้ด มาเกเลเล่เป็นที่ปรึกษาอะคาเดมี่ เอ็ดดี้ นิวตั้น และคาร์โล คูดิชินี่ในบทบาทสำคัญ และแน่นอน แฟรงค์ แลมพาร์ดเป็นผู้จัดการทีมคนใหม่

อดีตกองกลางของเรากลับมาสร้างความตื่นเต้นให้กับแฟนๆ ได้มากมาย และในฐานะไอค่อนของสโมสร เขาจะสร้างคลื่นแห่งความตื่นเต้นจากแฟนๆ ได้ดี

เขาเริ่มต้นการคุมทีมเป็นปีที่สอง เป็นผู้จัดการทีมคนที่ 8 นับตั้งแต่ปี 2003 มา

โจดี้ มอร์ริส และโจ เอ็ดเวิร์ดทำหน้าที่ในอะคาเดมี่มานานหลายปีกับทีม U18 และ U19 ประสบความสำเร็จมากมาย ขณะที่เอ็ดดี้ นิวตั้นช่วยโค้ชให้ทีมลอนดอนประสบความสำเร็จมาแล้วในเอฟเอ คัพ และแชมป์เปี้ยนส์ ลีกในฤดูกาล 2011/12

แลมพาร์ดได้มอบสิ่งที่แฟนๆ ต้องการเห็นแล้วมากมาย ทั้งการทำงานหนัก, พลังงานที่สูง, ความหลงใหลในการเล่น และพรสวรรค์ มีนักเตะคนไหนบ้างที่จะไม่อยากเรียนรู้จากผู้เป็นตำนานกองกลาง

แท็คติกที่ใช้ในทีม

ช่วงพรีซีซั่น แลมพาร์ดใช้รูปแบบที่หลากหลาย รวมถึงแผน 4-2-3-1, 4-3-3 และ 4-4-2 แบบไดม่อนด์ด้วย

ทีมเชลซีของแลมพาร์ดยังคงรักษาแนวรับที่สูงและเน้นกดดันแนวรับคู่แข่ง บางครั้งก็ตั้งรับและรอจังหวะสวน เขาตั้งเป้าที่จะใช้ความหลากหลายและการครองบอลอย่างมีเป้าหมาย, การทำงานหนักและทีมเวิร์คในจังหวะที่เสียบอล

นอกจากนี้ยังดูเหมือนจะมีการเปลี่ยนแปลงการเจาะแนวรับเป็นการโยนยาว แบบที่รอสส์ บาร์คลี่ย์และเปโดรเล่นประสานกับพูลิซิชในเกมที่ซาลส์บวร์ก

หนึ่งในเหตุผลที่แลมพาร์ดกลายมาเป็นดาวซัลโวสูงสุดของเชลซีคือการใช้โอกาสที่ยอดเยี่ยม และเขาเน้นย้ำกับนักเตะอย่างบาร์คลี่ย์ และเมสัน เมาท์ ให้ใช้โอกาสทุกครั้งที่มี

การเสียประตูในเกมเยือนเป็นอีกหนึ่งปัญหาของเชลซีในฤดูกาลที่ผ่านมา และพรีซีซั่นนี้ก็ได้ตอกย้ำให้เห็นว่าเรายังต้องปรับปรุงอีกมาก โดยเฉพาะการป้องกันลูกโยนยาว และลูกตั้งเตะในกรอบ

การจ่ายบอลที่รวดเร็วในช่วงพรีซี่ซั่น ทำให้เรายังคงได้รับรู้ถึงกลิ่นอายในแบบที่ตัวผู้จัดการทีมของเราเคยเล่นมาเองด้วย

ข่าวทีม- ตลาดซื้อขายนักเตะที่อังกฤษจะปิดในเวลา 23.00 น. ของวันพฤหัสบดีที่ 8 สิงหาคม 2019- ตลาดซื้อขายนักเตะของอิตาลีจะปิดในวันที่ 18 สิงหาคม ขณะที่ฝรั่งเศส, สเปน และเยอรมนีจะเปิดตลาดจนถึงวันที่ 31 สิงหาคม

นักเตะใหม่คนเดียวของเชลซีคือคริสเตียน พูลิซิช (ย้ายมาก่อนสโมสรติดโทษแบนจาก FIFA) สองประตูและหนึ่งแอสซิสต์ของเขาในเกมที่ออสเตรียทำให้นักเตะชาวอเมริกันมีฟอร์มการเล่นที่ดีในทีมที่อังกฤษ

การกลับมาของนักเตะที่ถูกยืมตัวอย่างแทมมี่ อับราฮัม, มิชี่ บัตชูอายี่, เคเนดี้, เมสัน เมาท์, ฟิกาโย โทโมรี และเคิร์ท ซูม่า ได้เข้ามาเสริมทัพในฤดูกาล 2019/20 ขณะที่มาเตโอ โควาซิชเปลี่ยนจากยืมตัวเป็นเซ็นสัญญาร่วมทีมเต็มตัวแล้ว

ช่วงสัปดาห์หน้า คัลลัม ฮัดสัน-โอดอย, เอ็นโกโล่ ก็องเต้, รูเบ็น ลอฟตัส-ชีค และโทนี่ รูดิเกอร์ มีโอกาสที่จะหายจากการบาดเจ็บกลับเข้ามาอยู่ในทีมอีกครั้ง และนี่คือรายชื่อนักเตะของทีมในตอนนี้

1 เกปา อาร์ริซาบาลาก้า2 อันโตนิโอ รูดิเกอร์3 มาร์กอส อลอนโซ่4 แอนเดรียส คริสเตนเซ่น5 จอร์จินโญ่6 แดนนี่ ดริงค์วอเตอร์7 เอ็นโกโล่ ก็องเต้8 รอสส์ บาร์คลี่ย์9 แทมมี่ อับราฮัม10 วิลเลี่ยน11 เปโดร12 รูเบ็น ลอฟตัส-ชีค13 วิลลี่ กายาเยโร่14 ติเอมูเอ้ บากาโยโก้15 เคิร์ท ซูม่า16 เคเนดี้17 มาเตโอ โควาซิช18 โอลิวิเยร์ ชิรูด์19 เมสัน เมาท์20 คัลลัม ฮัดสัน-โอดอย21 ดาวิเด้ ซัปปาคอสต้า22 คริสเตียน พูลิซิช23 มิชี่ บัตชูอายี่24 รีซ เจมส์28 เซซาร์ อัซปิลิเกวต้า29 ฟิกาโย โทโมรี30 ดาวิด ลุยซ์31 เจมี่ คัมมิ่ง33 เอเมอร์สัน

พรีซีซั่นที่ผ่านมา

การแข่งขันในพรีซีซั่นเกม 7 นัดในซัมเมอร์นี้พาเชลซีไปเยือนไอร์แลนด์, ญี่ปุ่น, เรดดิ้ง, ออสเตรีย และเยอรมนี

10 ก.ค. โบฮีเมี่ยนส์ เดลี่เมาท์ ปาร์ค เสมอ 1-1 3,64013 ก.ค. เซ็นต์ แพทริก แอตเลติก ริชมอนด์ ปาร์ค ชนะ 4-0 4,20019 ก.ค. คาวาซากิ ฟรอนตาเล่ นิสสัน สเตเดี้ยม แพ้ 0-1 61,01223 ก.ค. บาร์เซโลน่า ไซตามะ สเตเดี้ยม ชนะ 2-1 51,12628 ก.ค. เรดดิ้ง มาเดจสกี้ สเตเดี้ยม ชนะ 4-3 19,46331 ก.ค. อาร์บี ซาลส์บวร์ก เรด บูล อารีน่า ชนะ 5-3 27,6433 ส.ค. เมินเช่นกลัดบัค โบรุสเซีย ปาร์ค เสมอ 2-2 24,500

จำนวนนาทีที่ลงสนาม (รวม 643 นาที)มีนักเตะ 36 คนที่ได้ลงเล่นในช่วงซัมเมอร์

อัซปิลิเกวต้า 426, เปโดร 418, ซูม่า 414, จอร์จินโญ่ 384, โควาซิช 367, เมาท์ 326, เอเมอร์สัน 325, ดาวิด ลุยซ์ 305, อับราฮัม 293, คริสเตนเซ่น 288, บาร์คลี่ย์ 287, เคเนดี้ 282, อาร์ริซาบาลาก้า 278, พูลิซิช 275, กาบาเยโร่ 246, อลอนโซ่ 226, บัตชูอายี่ 222, ซัปปาคอสต้า 217, บากาโยโก้ 196, ชิรูด์ 194, โทโมรี 153, ดริงค์วอเตอร์ 149, คัมมิ่ง 119, ปาล์มเมอร์ 111, กิลมัวร์ 92, เบคเกอร์ 47, อิสย่าห์ บราวน์ 47, ชาโลบาห์ 47, มัตเซ่น 47, เปียซอน 47, อั๊กโบ 47, อัมพาดู 45, กาลาเกอร์ 45, กุยฮาย 45, สเตอร์ลิ่ง 45, ก็องเต้ 18.