หลังการเซ็นสัญญายืมซาอูล ญิเกซ มาจากแอตเลติโก้ มาดริด ในวันสุดท้ายของตลาดนักเตะ นี่คือนักเตะคนก่อนหน้าแข้งสแปนิช ที่เคยผ่านการลงสนามให้กับทั้งสองสโมสร...

การย้ายมายังถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ ของซาอูล ได้เพิ่มยอดแข้งที่มีโอกาสอยู่ค้าแข้งร่วมกับทั้งสองสโมสรมากขึ้นไปอีก มิดฟิลด์รายนี้มีโอกาสเดินตามรอยอดีตขุมกำลังหลาย ๆ คน ที่ประสบความสำเร็จในการลงเล่นกับทั้งทีมดังแห่งกรุงมาดริด และเซาท์-เวสต์ ลอนดอน

นักเตะคนแรกที่เคยสวมทั้งชุดแข่งแดง-ขาว ของทัพตราหมี รวมถึงชุดแข่งสิงโตน้ำเงินคราม ต้องย้อนไปเมื่อ 21 ปีที่แล้ว โดยหลังจากที่ประตูของจิมมี่ ฟลอยด์ ฮัสเซลเบงค์ ที่ซัดในนามทัพโรจิบลังโกสได้ ทว่าก็ไม่เพียงพอที่จะทำให้ทีมอยู่รอดปลอดภัยบนลีกสูงสุด สิ่งนี้เป็นแรงกระตุ้นให้เขาพร้อมจะกลับมาค้าแข้งในพรีเมียร์ ลีก อีกครั้ง โดยในช่วง 2 ปีก่อนหน้านี้ เขาเคยลงเล่นในลีกอังกฤษมาแล้วกับลีดส์ ยูไนเต็ด

แข้งดัตช์แมน สานต่อฟอร์มถล่มประตูอย่างต่อเนื่องกับช่วงเวลาที่เขาย้ายมาเล่นในถิ่นเดอะ บริดจ์ ด้วยค่าตัว 15 ล้านปอนด์ และคว้ารางวัลดาวซัลโวพรีเมียร์ ลีก ได้ตั้งแต่ฤดูกาลแรกที่ลงเล่นให้สิงห์บลูส์ เขาก้าวขึ้นมาเป็นขวัญใจแฟน ๆ ตลอดช่วงเวลา 4 ปีร่วมกับสโมสร ยิงประตูชวนให้เป็นที่จดจำมากมาย โดยเฉพาะจุดเด่นเรื่องเท้าขวาอันทรงพลัง

ฮัสเซลเบงค์ ทำผลงานได้อย่างโดดเด่นในการลงเล่นให้ทั้งสองสโมสร - โดยช่วงเวลาต่อจากนั้น ผู้เล่นตำแหน่งศูนย์หน้าคนอื่น ๆ บางรายประสบความสำเร็จเช่นกัน บางรายไปไม่ถึงจุดที่สำเร็จเทียบเท่า ในรายของดิเอโก้ คอสต้า ถือเป็นอีกหนึ่งขุมกำลังที่ได้รับยกย่องว่าประสบความสำเร็จ เขาคว้าแชมป์ลีกร่วมกับทั้งสองสโมสร และด้วยสไตล์การเล่นหน้าเป้าที่ยากจะมีใครเหมือน หนึ่งในความโดดเด่นของเจ้าตัวร่วมกับแอตฯ มาดริด คือการช่วยแอตเลติโก้ มาดริด ลงเล่นนัดชิงชนะเลิศ แชมเปี้ยนส์ ลีก ภายใต้การคุมทีมของดิเอโก้ ซิเมโอเน่

ความยิ่งใหญ่นี้ เกิดขึ้นในฤดูกาล 2013/14 ปีที่เขาซัดจุดโทษใส่เชลซี ในยุคกุนซือโชเซ่ มูรินโญ่ ต่อหน้าแฟนบอลที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ ในเกมแชมเปี้ยนส์ ลีก รอบรองชนะเลิศ นอกจากนี้ เฟอร์นานโด ตอร์เรส ที่ในเวลานั้นอยู่สิงห์บลูส์ ก็ซัดประตูแอตเลติโก้ ทีมที่เขาอยู่มาตั้งแต่สมัยเป็นดาวรุ่งได้ด้วย

ลิเวอร์พูลเป็นสโมสรแรกที่ ‘เอล นินโญ่’ ย้ายมาค้าแข้งด้วย ในประเทศอังกฤษ ก่อนที่ช่วงเดดไลน์ของตลาดนักเตะหน้าหนาว เดือนมกราคม 2011 เจ้าตัวจะย้ายมาค้าแข้งกับเชลซี เนื่องด้วยแรงกดดันเรื่องค่าตัวที่เขาต้องแบกรับ ทว่ากองหน้าทีมชาติสเปนก็นับว่ามีบทบาทสำคัญ กับความสำเร็จของทีมในถ้วยสโมสรยุโรป ทั้งในค่ำคืนที่มิวนิค และอัมสเตอร์ดัม ตอร์เรสกลับมาอยู่กับแอตเลติโก้ มาดริด อีกครั้ง ในช่วงบั้นปลายอาชีพค้าแข้ง ทั้งยังทิ้งทวนช่วยตราหมีเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศแชมเปี้ยนส์ ลีก และคว้าแชมป์ยูโรป้า ลีก ได้ด้วย

กองหน้าอีกสามคนที่ต้องเอ่ยถึงเช่นกัน 2 ใน 3 อยู่ร่วมกับทัพเดอะ บลูส์ ชุดคว้าแชมป์พรีเมียร์ ลีกในสแตมฟอร์ด บริดจ์ ทว่าก็ไม่ได้เค้นฟอร์มเก่งเป็นกำลังให้ทีม ส่วนอีกรายหนึ่ง ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งกับแอตเลติโก้ แต่กับการลงเล่นให้เชลซี เขามีช่วงเวลาที่ต้องดิ้นรนอย่างหนัก เพื่อดึงผลงานดีเหมือนสมัยอยู่กับทีมจากสเปน

คนท้ายสุดที่เรากำลังพูดถึง คือราดาเมล ฟัลเกา ดาวยิงโคลอมเบียที่เคยสวมเสื้อตราหมี กระหน่ำแฮตทริคใส่สิงห์บลูส์ ในยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ 2012 ก่อนที่สามปีต่อจากนั้น หลังจากที่ผ่านช่วงเวลากับโมนาโก และแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ‘เอล ติเกร’ เลือกย้ายมาอยู่กับเชลซีภายใต้สัญญายืม เขายิงได้แค่ 1 ประตูเท่านั้น ในช่วงเวลาที่ SW6

มาเตย่า เคซมัน อยู่ร่วมทีมเชลซีชุดคว้าแชมป์พรีเมียร์ ลีก 2004/05 ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นฤดูกาลที่น่าทึ่งของสโมสร ทว่าถ้านับเฉพาะฟอร์มส่วนตัวของดาวยิงเซิร์บ แม้ว่าเขาจะยิงประตูไม่ได้เยอะ แต่เจ้าตัวก็เป็นหนึ่งในนักเตะที่ยิงประตูในเกมนัดชิงชนะเลิศ ลีก คัพ 2005 ในวันที่เราคว่ำลิเวอร์พูล ได้

เคซมัน ย้ายจากเชลซีในช่วงซัมเมอร์ปีนั้นไปอยู่กับแอตเลติโก้ มาดริด เขาทำผลงานในฤดูกาลเดียวร่วมกับสโมสรได้น่าพอใจ จากสถิติกด 8 ประตู ได้ลงจับคู่กองหน้ากับตอร์เรส ส่วนศูนย์หน้าคนสุดท้ายที่เคยผ่านสังเวียนกับทั้งสองสโมสร คืออัลวาโร่ โมราต้า ดีกรีทีมชาติสเปนที่ย้ายจากเรอัล มาดริด ทีมคู่ปรับร่วมกรุงมาดริดของแอตเลติโก้ มายังเชลซี ในซัมเมอร์ 2017

โมราต้ามีส่วนช่วยเดอะ บลูส์ เป็นแชมป์เอฟเอ คัพ ในขวบปีแรกกับสโมสร - และเคยโขกพังประตูแอตเลติโก้ มาดริดมาแล้ว ในเกมแชมเปี้ยนส์ ลีก - แต่หลังจากนั้นเขาตัดสินใจย้ายไปอยู่กับโรจิบลังโกส หลังผ่านช่วงเวลา 18 เดือนกับสโมสร แรกเริ่มเป็นการย้ายแบบยืมตัว กระทั่งย้ายไปด้วยการซื้อขาด

ขยับมาที่ตำแหน่งอื่น ๆ กันบ้าง มีนักเตะแอตเลติโก้ มาดริด 2 คน ที่คว้าแชมป์ลา ลีก้า 2014 และมาสานผลงานเป็นแชมป์พรีเมียร์ ลีก ต่อที่เชลซี ในฤดูกาลต่อมา คนแรกคือธิโบต์ กูร์ตัวส์ ที่กลับมาเฝ้าเสาให้สิงโตน้ำเงินครามอีกครั้ง หลังจากที่ประสบความสำเร็จในการลงสนามเป็นเวลา 3 ปี ร่วมกับทีมจากสเปน ก่อนที่ปี 2018 ธิโบต์ จะกลับมามาดริดอีกครั้ง แต่คราวนี้มาอยู่กับเรอัล มาดริด

จอมหนึบเบลเยี่ยมยกระดับตัวเองขึ้นมาเป็นหนึ่งในผู้รักษาประตูระดับแถวหน้าของยุโรป เริ่มจากการเฝ้าเสาที่บิเซนเต้น กัลเดร่อน ก่อนจะเข้ามาสานต่อความแข็งแกร่งบนเวทีพรีเมียร์ ลีก โดยรวมแล้วเจ้าตัวคว้าได้ถึง 8 โทรฟี่ตลอดการลงเฝ้าเสาให้กับทั้งสองสโมสร และคว้ารางวัลถุงมือทองคำพรีเมียร์ ลีก 2016/17 ได้ด้วย

ขณะเดียวกัน เฟลิเป้ หลุยส์ ย้ายมาค้าแข้งในเวสต์ ลอนดอน เป็นเวลา 1 ฤดูกาล ก่อนจะย้ายกลับไปอยู่กับตราหมีอีกคำรบ โดยช่วงเวลาที่เชลซี แบ็คซ้ายบราซิลเลี่ยนรายนี้ซัดได้ 1 ประตูให้สโมสร จากจังหวะฟรีคิกสุดเฉียบในเกมฉะดาร์บี้ เคาน์ตี้ ลีก คัพ รอบ 8 ทีมสุดท้าย

ติอาโก้ อดีตกองกลางโปรตุเกสก็เป็นอีกคนที่อยู่ในทีมชุดแชมป์ร่วมกับทั้งเชลซี และแอตฯ มาดริด ในช่วงเวลาที่ห่างกันเกือบสิบปี ดาวเตะทีมชาติโปรตุเกสเป็นหนึ่งในฟันเฟืองที่พาสิงห์บลูส์คว้าแชมป์พรีเมียร์ ลีก 2004/05 - มีช่วงเวลาที่แฟน ๆ เชลซีเคยร้องเพลงเชียร์เจ้าตัว โดยมีคำว่า 'hates the Arsenal' (เกลียดอาร์เซนอล) รวมอยู่ด้วย ส่วนช่วงเวลากับทัพตราหมี เจ้าตัวถือเป็นหัวใจสำคัญของทีมมาตลอดการค้าแข้ง และเคยขยับบทบาทเป็นผู้ช่วยผู้จัดการทีมในว่านต๋า เมโทรโปลิตาโน่ มาแล้ว

ไม่กี่เดือนหลังจากที่ติอาโก้อำลาทีมไปอยู่กับลียง เชลซีดึงเพื่อนร่วมทีมชาติโปรตุเกสอย่าง มานิเช่ มาร่วมทัพด้วยสัญญายืมตัว 6 เดือน แม้ว่ามานิเช่ จะคว้าแชมป์ลีกร่วมกับเดอะ บลูส์ ได้ แต่ก็แทบไม่มีโอกาสลงเล่นให้ทีมเท่าไรนัก ก่อนจะย้ายไปอยู่กับแอตฯ มาดริด ในเวลาต่อมา และลงเล่นกับทีมไป 3 ปีด้วยกัน

อีกหนึ่งรายคือแฟน ๆ อาจจะลืมไปแล้วว่าเคยเล่นให้ทั้งสองทีม แน่นอนว่าที่เชลซี หลายคนคงจะประตูที่เจ้าตัวซัดใส่ลิเวอร์พูล นำพาให้เชลซีคว้าสิทธิ์ลงเตะแชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อปี 2003 ได้ เยสเปอร์ กรุนชาร์ ปีกเดนมาร์กเป็นหนึ่งในแข้งที่มีโมเมนต์ที่น่าจดจำที่เชลซี

แข้งเดนส์ ทำประตูให้เชลซีในเกมรอบรองชนะเลิศ ของรายการชิงจ้าวสโมสรยุโรป ฤดูกาลถัดมา ก่อนทีสิงโตน้ำเงินครามจะพลาดท่าพ่ายต่อโมนาโก จากนั้นกรุนชาร์ย้ายไปเล่นให้เบอร์มิ่งแฮม ซิตี้ อยู่ค้าแข้งในมิดแลนด์ส 6 เดือน ก่อนโยกลุยสเปนกับแอตเลติโก้ในช่วงสั้น ๆ

ในฐานะนักเตะใหม่เชลซีคนล่าสุด และเคยลงเล่นให้แอตเลติโก้ มาดริด ซาอูลหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะประสบความสำเร็จในเส้นทางค้าแข้งที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ แข้งวัย 26 ปี ย้ายมาอยู่กับสิงห์บลูส์ด้วยสัญญายืมตัวตลอดซีซั่น ในวันสุดท้ายของตลาดซื้อขาย และมีออปชั่นที่เดอะ บลูส์ สามารถคว้ามาร่วมทีมแบบถาวรได้ในซัมเมอร์หน้า