วันนี้สโมสรฟุตบอลเชลซีได้ออกแถลงการณ์ดังนี้:

สโมสรฟุตบอลเชลซีได้รับแจ้งจากศาลอนุญาโตตุลาการกีฬาโลก (CAS) ว่าการยื่นเรื่องขอลดโทษเป็นผลสำเร็จแล้ว โดยโทษแบนการเสริมทัพลงทะเบียนนักเตะใหม่ได้ปรับลดจาก 2 ช่วงเปิดตลาดซื้อขาย เหลือ 1 ช่วงเท่านั้น และเชลซีจะสามารถเซ็นสัญญานักเตะใหม่ได้ในช่วงเปิดตลาดเดือนมกราคม 2020 นี้

เชลซีอยากจะขอบคุณ CAS สำหรับความทุ่มเทและใส่ใจในเรื่องนี้ สโมสรยังไม่ได้รับเหตุผลเป็นลายลักษ์อักษรจากการตัดสินของ CAS แต่อยากจะชี้แจงประเด็นเหล่านี้ให้ชัดเจนขึ้น:

1. วิธีการที่ FIFA ดำเนินการในกรณีนี้ไม่น่าพอใจอย่างยิ่ง FIFA เลือกปฏิบัติกับเชลซีในแบบที่ต่างไปจากแมนเชสเตอร์ ซิตี้อย่างสิ้นเชิงด้วยเหตุผลที่ไม่เหมาะสมกับเชลซี

2. FIFA กล่าวหาว่าเชลซีฝ่าฝืนข้อบังคับมาตราที่ 19 ของ FIFA ที่เกี่ยวข้องกับนักเตะ 27 คน นับตั้งแต่ปี 2009 เป็นต้นมา ในจำนวนนั้น มี 16 คนที่เชลซีได้ลงทะเบียนด้วยวิธีการแบบเดียวกับทีมอื่นๆ ในพรีเมียร์ลีก นอกจากนี้เชลซียังต้องการคำชี้แจงจากพรีเมียร์ลีกในปี 2009 ว่าจำเป็นต้องส่งคำขออนุญาตลงทะเบียนนักเตะในหมวดหมู่นี้หรือไม่ ซึ่งทาง FA ได้ประสานงานกับ FIFA ในเวลาต่อมาและได้ยืนยันกับเชลซีว่านักเตะเหล่านี้มีสิทธิ์ลงทะเบียนและไม่จำเป็นต้องมีการดำเนินการพิเศษเพิ่มเติม (ซึ่งจริงๆ ก็ไม่มีการดำเนินการพิเศษเพิ่มเติมอยู่แล้ว) เนื่องด้วยเหตุนั้น การที่ FIFA ตั้งข้อกล่าวหาเชลซีในเรื่องนี้จึงไม่ใช่เรื่องปกติ เชลซีขอขอบคุณที่ CAS ได้เข้ามาแก้ไขเรียบร้อยแล้ว

3. สำหรับนักเตะ 11 คนที่เหลือ สถานการณ์ของเชลซีเป็นดังนี้:

a. นักเตะ 6 คนผ่านเกณฑ์จากหนึ่งในข้อยกเว้นที่กำหนดไว้ในข้อบังคับของ FIFA เป็นผลให้ในกรณีที่มีการละเมิดใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับนักเตะเหล่านี้ การละเมิดเหล่านั้นจะเป็นไปตามกระบวนการปกติเท่านั้น

b. สำหรับนักเตะ 5 คนที่เหลือ FIFA “ให้ถือว่า” นักเตะเหล่านี้ลงทะเบียนก่อนที่จะเข้าสู่กระบวนการส่งนักเตะลงทะเบียนจริง เหมือนอย่างที่ CAS ทำกับกรณีของเรอัล มาดริด ที่ว่ากฏข้อบังคับของ FIFA นั้นไม่ครอบคลุมแนวคิด “ถือว่าลงทะเบียนแล้ว” และด้วยเหตุนี้ FIFA จึงไม่ “ถือว่า” การลงทะเบียนนั้นสำเร็จก่อนที่จะเกิดขึ้นจริง

4. เชลซีให้ความเคารพความสำคัญในงานที่ดำเนินการโดย FIFA ที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองผู้เยาว์ และได้ให้ความร่วมมือเต็มที่ตลอดทั้งการสืบสวน อย่างไรก็ตาม หาก FIFA ยังคงกำหนดบทลงโทษที่ไม่สอดคล้องและไม่เท่าเทียมกัน จะไม่ใช่แค่ทำลายวัตถุประสงค์ของข้อบังคับต่างๆ แต่ยังนำมาซึ่งความเคลือบแคลง สงสัยในความสามารถในการควบคุมของ FIFA ในการแข่งขันด้วย