เกมพรีเมียร์ลีกค่ำคืนนี้จะเป็นการพบกับบอร์นมัธ โดยทั้งสองทีมไม่เคยมีผลเสมอกันเลย เพราะทั้งสองทีมมักจะทำประตูกันได้และมีผลการแข่งขันที่ดราม่าอยู่เป็นประจำ และนี่คือประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นที่สแตมฟอร์ด บริดจ์

หลังจากเกมพรีเมียร์ลีกนัดนี้ผ่านไปคงมีการเปลี่ยนแปลงสิ่งต่างๆ ภายในทีมเชลซี เช่นเดียวกับบอร์นมัธหลังผ่านไป 15 นัด พวกเขาอาจมีโอกาสขยับอันดับขึ้นอีก 5 อันดับเหนือไบร์ทตัน หากชนะได้ในเกมวันนี้

อย่างไรก็ตาม จากการพบกับบอร์นมัธมักจะจบลงด้วยผลเสมอมากถึง 15 นัด แต่ยังมีเรื่องน่าสนใจอื่นอีก คือมีนักเตะถึง 9 คนที่สามารถทำประตูได้ในช่วง 10 นาที

ยิ่งไปกว่านั้น มีอีกหนึ่งดราม่าเกิดขึ้นในฤดูกาล 2017/18 ในเกมลีก คัพ รอบ 8 ทีมสุดท้าย เป็นการแข่งขันที่น่าตื่นเต้นของทั้งคู่ ซึ่งถือเป็นเกมฟุตบอลที่สนุกเร้าใจอีกหนึ่งนัดสำหรับแฟนฟุตบอล

สำหรับแฟนบอลคิดว่าน่าจะเป็นเกมที่ง่ายที่เชลซีจะเก็บชัยชนะได้ โดยเราได้ประตูขึ้นนำจากวิลเลี่ยนในช่วงครึ่งแรกของเกม อย่างไรก็ตามในช่วงนาทีที่ 89 รูปเกมดูท่าจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นแล้วที่เดอะ บริดจ์ จนกระทั่งในนาทีที่ 90 เมื่อแดน กอสลิ่ง กองกลางของบอร์นมัธส่งบอลผ่านมือวิลลี่ กาบาเยโร่ เข้าประตูไป แต่ทว่าในช่วงทดเวลาบาดเจ็บเป็นเอเเดน อาซาร์ ตอกส้นส่งบอลให้ตัวสำรองอย่างอัลวาโร่ โมราต้า ส่งบอลเข้าประตูไปได้

ความบ้าคลั่งไม่ได้จบเพียงแค่นั้น เมื่อคุณพ่อคนใหม่ฉลองท่าดีใจพร้อมถือลูกบอลและดูดนิ้วโป้ง ขณะที่นักเตะบอร์นมัธพยายามจะดึงบอลออกมาจากตัวเขาแต่ก็ไม่เป็นผลสำเร็จ จบเกมเชลซีได้ผ่านเข้ารอบต่อไป

แต่ก็เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีกครั้งเมื่อฤดูกาลที่แล้วที่เราวนกลับมาพบกับบอร์นมัธอีกครั้งในเกมลีก คัพ รอบก่อน 8 ทีมสุดท้าย เราเอาชนะเขาได้อีกครั้ง เมื่อเทียบกับรูปเกมเมื่อฤดูกาลที่แล้วมีลักษณะที่คล้ายกัน และก็ได้เอแดน อาซาร์ ทำประตูได้สำเร็จจากการผ่านบอลของเปโดร และเอเมอร์สัน ในช่วงนาทีที่ 84 ของเกมทำให้ทีมชนะไปได้ 1-0 ดาวเตะชาวเบลเยียมดูจะเล่นได้ดีในเกมที่พบกับทีมแถบชายฝั่งตะวันตกของอังกฤษสมัยลงเล่นให้เชลซี โดยเขาทำประตูได้ 7 ลูก และยิงประตูในช่วง 5 นาทีสุดท้าย ได้ถึง 3 ลูก

แฟนบอลสิงห์บลูส์คงต้องการลืมการแข่งขันนัดที่ 5 ของพรีเมียร์ลีกเมื่อเดือนธันวาคม 2015 ที่พบกับบอร์นมัธ เมื่อเกลน เมอร์เรย์ ยิงประตูได้ในนาที 82 และเป็นชัยชนะ 1-0 ของบอร์นมัธ

อีกหนึ่งนัดที่จบลงด้วยผลเสมอคือในเกมฟูล เมมเบอร์ คัพ ในเดือนพฤศจิกายน 1989 หลังจากการแข่งขันนัดแรกระหว่างเชลซีและบอร์นมัธทั้งคู่จบลงด้วยผลเสมอ 2-2 หลังครบ 90 นาที แต่เราได้รับชัยชนะในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ

เกมในวันนั้นเป็นผลงานของอลัน ดิคเกน กองกลางของเชลซีที่สามารถทำได้ 2 ประตู ในนาทีที่ 84 และก่อนหมดเวลา 10 นาทีในช่วงต่อเวลาพิเศษ

คุณคงไม่เคยได้ยินเกี่ยวกับแฮตทริกฮีโร่ที่ทำได้ เพราะมันไม่สามารถทำผลงานไรให้ดีได้มากในคืนเดียว ดิคเกนทำประตูได้อีกครั้งในช่วงสองสามสัปดาห์ต่อมา โดนเอาชนะควีน ปาร์คเรนเจอร์สได้ แต่หลังจากนั้นเขาก็ยิงประตูไม่ได้อีกเลยจนถูกขายทิ้งให้โคลเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในอีก 4 ปีต่อมา

แม้ว่าประวัติการพบกันของเชลซีและบอร์นมัธจะทำให้รู้สึกว่ามันยาวนานพอๆ กับการแข่งขัน การแข่งขันในพรีเมียร์ลีกของทั้งคู่แสดงให้เห็นว่ามักจบด้วยผลแพ้-ชนะเสมอ คุณคงรู้ว่าสิงห์บลูส์ยังไม่เคยเสมอกับบอร์นมัธอีกเลยตั้งแต่เดือนสิงหาคม คุณอาจจะหงุดหงิดได้หากลุกออกจากที่นั่งก่อนจบเกม เพราะมันอาจมีประตูในช่วงท้ายเกมก็เป็นได้