ดาวิด ดาโทร โฟฟาน่า ก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในดาวรุ่งที่น่าจับตามองที่สุดของยุโรปในปี 2022 และเตรียมเริ่มต้นเส้นทางแข้งในลอนดอนตะวันตก หลังย้ายเข้าร่วมทีมเชลซีอย่างเป็นทางการ

ดาวิด ดาโทร โฟฟาน่า เริ่มต้นเส้นทางฟุตบอลที่อาบีจาน ซิตี้ ซึ่งเป็นเมืองหลวงของประเทศไอวอรี่ โคสต์ จากนั้นเขาแสดงฝีเท้ากับอคาเดมี่ฟุตบอลของอามาดู ดิยาลโล่ โดยกลายเป็นหนึ่งในดาวรุ่งมากพรสวรรค์ที่สุดของเกมลูกหนังแอฟริกา จนไปเตะตาหลายสโมสรในยุโรป

ปลายทางของแข้งวัย 18 ปี ตอนตัดสินใจย้ายไปเล่นในต่างประเทศช่วงต้นปี 2021 คือกับสโมสรโมลด์ ในดิวิชั่นหนึ่งของประเทศนอร์เวย์ โดยเขาถูกชักจูงด้วยความเป็นสโมสรเดียวกับที่เออร์ลิ่ง ฮาลันด์ อีกหนึ่งดาวรุ่งมหัศจรรย์ เคยแสดงฝีเท้าในลีกสูงสุด เช่นเดียวกับโอกาสการลงเล่นตัวจริงในทีมชุดใหญ่ของฟุตบอลยุโรป

โฟฟาน่า สร้างอิมแพ็คต์ในประเทศนอร์เวย์ได้ทันที เขาทำประตูสำคัญสุดดราม่าในการประเดิมสนาม เพียงแค่ 2 สัปดาห์ หลังย้ายไปร่วมทีมโมลด์ช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2021 โดยถูกส่งเป็นตัวสำรองในเกมยูโรป้า ลีก รอบน็อคเอาต์ นัดแรกกับฮอฟเฟ่นไฮม์ ซึ่งขณะนั้นต้นสังกัดตามหลังอยู่ 3-1 กับเวลาที่เหลือเพียง 25 นาที เขามีส่วนร่วมช่วยทีมคัมแบ็คได้อย่างน่าประทับใจ ด้วยการทำประตูตีเสมอหลังลงสนามมาเพียง 10 นาที จนสกอร์กลายเป็น 3-3 สิ่งดังกล่าวทำให้โมลด์ สามารถกรุยทางผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายด้วยชัยชนะในเกมนัดที่สอง จากนั้นโฟฟาน่า ได้มีส่วนร่วมในการแข่งขันทั้ง 2 นัดของรอบถัดไปที่ทีมของเขา ปราชัยด้วยสกอร์รวมให้กับกรานาด้า 3-2

เนื่องจากฤดูกาลที่แข่งขันในซัมเมอร์ที่ประเทศนอร์เวย์ กองหน้าดาวรุ่งรายนี้ต้องรอจนถึงเดือนพฤษภาคม สำหรับโอกาสในการสร้างความประทับใจครั้งถัดมา เป็นอีกครั้งที่เขาลุกจากม้านั่งสำรองในวันเปิดสนามเกมลีก จากนั้นได้รับโอกาสออกสตาร์ตในเกมเหย้าที่ปราชัยให้กับวาเลเรนก้า นั่นเป็นเพียงการออกสตาร์ตครั้งเดียวในฤดูกาล 2021 ซึ่งโมลด์จบอันดับ 2 ของลีก โดยสโมสรค่อย ๆ ให้ดาวเตะวัย 18 ปี ได้ปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ ๆ แต่เขาได้ลงเล่นเป็นตัวสำรองอยู่หลายครั้ง

ถือเป็นเรื่องราวที่แตกต่างออกไปในการแข่งขันเอฟเอ คัพ ซีซั่น 2021/22 ของประเทศนอร์เวย์ โดยศักยภาพของโฟฟาน่า ถูกแสดงออกมาอย่างชัดเจนจนช่วยให้ทีมคว้าแชมป์ได้สำเร็จ เขายิงไป 2 ประตูและทำอีก 2 แอสซิสต์ ในการลงตัวจริง 3 นัดของรายการดังกล่าว โดยที่น่าจดจำที่สุดคือการช่วยให้ต้นสังกัดคัมแบ็คได้อย่างน่าทึ่ง หนนี้เป็นการเจอกับทีมร่วมลีกสูงสุด ชื่อว่า ออดส์ ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย หลังเสมอกันอยู่ 1-1 โมลด์ มาพลาดท่าตามหลัง 2-1 ขณะที่การต่อเวลาพิเศษเหลืออีกเพียง 5 นาที ก่อนที่โฟฟาน่า จะสร้างชื่ออย่างมีสไตล์ เขาทำประตูตีเสมอจากลูกครอส ก่อนที่ 2 นาทีถัดมา แข้งชาวไอวอเรี่ยน จะเป็นคนครอสบอลให้เพื่อนร่วมทีมทำประตูชัยสุดดราม่า และคว้าชัยชนะไปได้อย่างยิ่งใหญ่

โฟฟาน่า ทำผลงานพิสูจน์ให้เห็นว่ามันเพียงพอสำหรับบทบาทแข้งตัวเลือกแรก ๆ ของทีม เมื่อเขาได้ออกสตาร์ตทั้งสองเกมแรกของลีก ในฤดูกาล 2022 แต่จากนั้นมีเรื่องน่าเสียดายไปบ้าง เมื่อเขาได้รับบาดเจ็บและพลาดการลงเล่นไปจนถึงช่วงปลายเดือนถัดมา อย่างไรเสีย เมื่อโฟฟาน่าหายเจ็บ เขายังคงสร้างผลงานเด่นได้ต่อเนื่อง มีชื่อทำประตูในเกมบอลถ้วย ที่ต้นสังกัดเอาชนะสโมสรเฮิร์ด ตลอดจนฟอร์มที่น่าประทับใจในลีก จากการลงสนามเป็นสำรอง และผลงานก็โดดเด่นขึ้นเรื่อย ๆ

โฟฟาน่า ยังไว้ลายการทำประตูในลักษณะสุดดราม่า โดยลูกแรกบนลีกสูงสุดของเขา เป็นการยิงให้ทีมคว้าชัยชนะ 2-1 และเกิดขึ้นในช่วงไม่ถึง 2 นาทีหลังทีมคู่แข่ง ซึ่งเล่นเป็นเจ้าบ้านซัดตีเสมอในครึ่งหลัง นั่นถือเป็น 1 จาก 6 ประตูที่เขาทำได้ในลักษณะนี้ กับการลงเล่นเกมลีก 6 นัด จนช่วยให้ทีมมีลุ้นแชมป์

ฟอร์มดังกล่าว ส่งให้ตัวเขากลายเป็นขุมกำลังสำคัญของทีม แต่การลงเล่นในฐานะตัวสำรองครั้งถัดมาของเขา ตอกย้ำถึงอิมแพ็คต์อย่างแท้จริง ในเกมเยือนสโมสรเจิร์ฟ โฟฟาน่าถูกส่งลงเล่นในนาที 86 โดยเป็นช่วงที่คู่แข่ง ยิง 2 ประตูจนสกอร์กลับมาเสมอกัน 2-2 แทบไม่น่าเชื่อว่าดาวรุ่งรายนี้ ยิงกลับมาให้โมลด์ออกนำอีกครั้งในเวลาปกติ ก่อนเขาจะซัดประตูที่ 9 ของฤดูกาล เป็นลูกที่ 2 ของเกมในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ

โฟฟาน่า พกความมั่นใจมาเต็มเปี่ยม และจบปี 2022 ด้วยผลงานน่าประทับใจ จากสถิติยิง 6 ประตูตลอดการลงเล่น 6 นัด ในขณะที่สโมสรโมลด์ก็รักษาตำแหน่งแชมป์ด้วยผลงานที่ชวนให้ชื่นชม โดยรวมแล้วเขาทำไปทั้งหมด 15 ประตู จากสถิติลงสนามในลีกฤดูกาลล่าสุด 24 นัด นอกจากนี้ โฟฟาน่า ยังซัลโวในศึกยูโรป้า คอนเฟอเรนซ์ ลีก ไป 4 ประตูด้วยกัน

ฟอร์มของโฟฟานาในการวาดลวดลายที่โมลด์ ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติไปด้วย เจ้าตัวมีชื่อติดทีมชาติไอวอรี่ โคสต์ชุดใหญ่ไปแล้ว โดยล่าสุด เขาได้ลงตัวจริงในเกมอุ่นเครื่องที่ทีมเอาชนะบุรุนดี 4-0 เมื่อเดือนที่ผ่านมา ทั้งนี้ การมีส่วนร่วมในเกมทีมชาติของเจ้าตัว มีให้เห็นในช่วงก่อนหน้านี้ ในสมัยที่อายุได้ 16 ปี เมื่อดาวิด มีชื่อลงเล่นเกมรอบคัดเลือกศึกแอฟริกัน เนชั่นส์ แชมเปี้ยนส์ชิพ ในการดวลไนเจอร์ โดยทัวร์นาเมนต์นี้เปิดโอกาสให้เฉพาะนักเตะที่ค้าแข้งในลีกของประเทศตัวเองลงเล่นได้