เชลซีได้ฉลองชัยที่ลอนดอนเหนือเป็นสัปดาห์ที่สองติดต่อกัน เมื่อสิงห์บลูส์พลิกจากที่ตามหลังมาคว้าชัยในพรีเมียร์ลีกได้เป็นครั้งแรกในฤดูกาลนี้ และทิ้งห่างอาร์เซนอลเพิ่มเป็น 11 แต้ม

เกมที่เอมิเรตส์ สเตเดี้ยมเริ่มต้นด้วยการที่ทีมของแฟรงค์ แลมพาร์ดเสียประตูในครึ่งแรก กุนซือของทีมเปลี่ยนแผนจาก 3-4-3 มาเป็น 4-3-3 ในช่วงครึ่งชั่วโมงแรกของเกม

การส่งเอาดาวรุ่งหน้าใหม่อย่างทาริค แลมพ์ตีย์ลงสนามในช่วงที่สกอร์ยังตาม 1-0 ถือเป็นความใจกล้าอย่างมาก แต่ก็เป็นการเปลี่ยนตัวที่เด็ดขาดและได้ผลดีมาก

หลังจากนั้นเชลซีก็ส่งคัลลัม ฮัดสัน-โอดอยลงสนามในช่วงครึ่งหลัง ทำให้มีนักเตะเชลซีที่เซ็นสัญญาตั้งแต่อายุ 8 ปีอยู่ในสนามถึง 5 คน หลังจบเกมแลมพ์ตีย์ได้พูดคุยถึงโอกาสที่ได้รับเลือกให้ลงสนามในครั้งนี้

“ถือเป็นช่วงเวลามหัศจรรย์เลยครับที่ผมได้ลงสนาม” ดาวรุ่งวัย 19 ปีกล่าว “ผมแฮปปี้ทีได้มีส่วนช่วยทีมคว้าชัยได้ ผมพูดไม่ออกเลยนะ มันเหลือเชื่อมากจริงๆ”

แลมพาร์ดยกเครดิตให้โจดี้ มอร์ริส และโจ เอ็ดเวิร์ด ผู้ช่วยผู้จัดการทีมที่แนะนำให้แลมพาร์ดใช้งานดาวรุ่งรายนี้ในสถานการณ์ที่สุ่มเสี่ยง ซึ่งทั้งคู่ต่างก็รู้จักฝีเท้าของแลมพ์ตีย์เป็นอย่างดีจากการทำงานร่วมกันในทีมอะคาเดมี่ก่อนหน้านี้

“ทั้งคู่บอกว่าเชื่อในตัวเขา เพราะอย่างนั้นผมจึงเชื่อเช่นกัน” แลมพาร์ดกล่าว “สิ่งที่ผมถามโจดี้คือแลมพ์ตีย์จะมีความมั่นใจและจะรับมือกับเกมแบบนี้ได้มากแค่ไหน ซึ่งโจดี้ก็ตอบว่าไม่มีปัญหาแน่นอน”

กองหลังผู้เกิดที่ฮิลลิงดั้นเผยคำกระตุ้นของกุนซือเชลซีก่อนจะส่งลงสนามและการที่ต้องหยุดช่วงเบรกคริสต์มาสไปก่อนกำหนด

“ใจผมเต้นรุนแรงมากเลยนะ” แลมพ์ตีย์เผย “ผมคิดในตอนนั้นว่านี่แหละช่วงเวลาที่ผมและครอบครัวรอคอย เพราะทุกคนรู้ว่าผมเข้าร่วมทีมมาตั้งแต่อายุ 8 ขวบ แฟรงค์บอกให้ผมเป็นตัวของตัวเอง ลงสนามไปแล้วเล่นให้สนุก”

“คุณต้องเตรียมตัวให้พร้อมอยู่เสมอ เพราะในเกมแบบนี้หลายสิ่งสามารถพลิกสถานการณ์ได้เร็วมาก ผมแฮปปี้ที่ได้มีส่วนร่วมและช่วยทีมในเกมที่แสนมหัศจรรย์แบบนี้”

“ตลกดีนะ ผมได้ข้อความเมื่อวันศุกร์ว่าทีมต้องการผม และผมกำลังอยู่กับเพื่อนๆ และครอบครัวอยู่ หลังจากนั้นผมก็กลับมาซ้อมเลยในวันเสาร์และร่วมเดินทางมากับทีม แต่ผมไม่ได้คาดหวังว่าจะได้ลงเลยนะ ผมต้องขอบคุณผู้จัดการทีมที่เชื่อมั่นใจตัวผมมาก ผมแฮปปี้จริงๆ ที่ได้ลงสนาม”

ชัยชนะครั้งนี้กลายเป็นเกมที่แปดติดต่อกันในฟอร์มขึ้นๆ ลงๆ ของเรา แพ้และชนะสลับกันมาตั้งแต่ปลายเดือนที่แล้ว และสิ่งที่ต้องโฟกัสหลังจากนี้คือเกมเยือนไบรท์ตัน ซึ่งเรากำลังต้องการชัยชนะติดต่อกันเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ต้นเดือนพฤศจิกายน

แลมพ์ตีย์ยอมรับว่าอาร์เซนอลป่วนเราได้มาก โดยเฉพาะในช่วงครึ่งแรก

“ต้องให้เครดิตอาร์เซนอลด้วย เพราะเริ่มเกมมาสร้างปัญหาให้เราได้เยอะมาก แต่หลังจากที่มีการแก้เกม เราก็สู้ได้ดีขึ้นและทำเกมได้เหมือนปกติ” เขากล่าว “เราฟังสิ่งที่โค้ชบอกและมันพาเราไปสู่จุดจบของเกมแบบที่ทุกคนเห็นกัน”

“เขาต้องการให้เราทุ่มเต็มที่ตลอด และโค้ชทุกคนก็พยายามดึงเอาสิ่งที่ดีที่สุดในตัวเราออกมาให้ได้ทุกวัน เราต่างก็ทำงานหนักและทุ่มเต็มที่เมื่ออยู่ในสนาม”

“ทุกอย่างที่คุณเห็นในวันนี้ เราทำงานร่วมกันมาตลอดในสนามซ้อม ซึ่งผู้จัดการทีมพยายามสร้างความกระหายในชัยชนะให้กับเราอยู่ตลอด”

ทาริค แลมพ์ตีย์อายุเท่าไร?

19 ปี และจะอายุ 20 ปีในเดือนกันยายนปีหน้า

เขาเข้าร่วมทีมเชลซีตั้งแต่เมื่อไร?

ดาวรุ่งกองหลังรายนี้เข้าร่วมโครงการพัฒนานักเตะในวัย 7 ขวบ และเซ็นสัญญาร่วมทีมอย่างเป็นทางการในรุ่น U9 เป็นขั้นแรกสุดสำหรับนักเตะที่สามารถลงทะเบียนร่วมทีม

เขาคว้าแชมป์อะไรกับทีมอะคาเดมี่ได้บ้าง?

แลมพ์ตีย์มีส่วนสำคัญในทีม U18 ที่คว้า 4 ถ้วยได้ในฤดูกาล 2017/18 ทำงานภายใต้การคุมทีมของโจดี้ มอร์ริส แลมพ์ตีย์เป็นนักเตะที่ลงเล่นในทีมเยาวชนมากที่สุดในฤดูกาลนั้น ทำแอสซิสต์ไป 11 ครั้ง ส่วนใหญ่มาจากการเล่นเป็นฟูลแบ็คหรือวิงแบ็คด้านขวา

ประตูเดียวที่เขายิงได้ในฤดูกาลคือเกมลีกนัดสุดท้ายที่ไปเยือนแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

มีใครที่เป็นเพื่อนร่วมรุ่นบ้าง?

คัลลัม ฮัดสัน-โอดอย และจอร์จ แม็คคาแคร่นเคยเล่นทีมเดียวกับแลมพ์ตีย์ตั้งแต่เด็ก ขณะที่บิลลี่ กิลมอร์เป็นเพื่อนร่วมทีมตั้งแต่เซ็นสัญญามาจากเรนเจอร์ในช่วงซัมเมอร์ 2017

เล่นทีมชาติบ้างหรือยัง?

แลมพ์ตีย์เล่นให้ทีมอังกฤษรุ่น U20 อยู่ และเคยเล่นในรายการยูโรเปี้ยน แชมป์เปี้ยนชิพช่วงซัมเมอร์ปี 2018 ด้วย

คลิ๊กอ่านข้อมูลของทาริค แลมพ์ตีย์เพิ่มเติม