เดนิส ซาคาเรีย มิดฟิลด์ที่มีความครบเครื่อง ซึ่งเคยผ่านประสบการณ์การเล่นฟุตบอลในลีกสูงสุดของ 3 ประเทศในยุโรป เขาเตรียมลงค้าแข้งในประเทศที่ 4 หลังเซ็นสัญญาย้ายจากยูเวนตุส มาร่วมทีมเชลซีในวันสุดท้ายของตลาดนักเตะ

กองกลางรายนี้ เกิดในเมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยเส้นทางฟุตบอลของเขาเริ่มต้นที่สโมสรเซอร์เวตต์ เขาก้าวชั้นมาจากระดับเยาวชนของที่นั่น ผ่านการลงเล่นให้ทีม U17 และ U18 ก่อนเฉิดฉายในระดับ U21 ของลีกอันดับ 5 ในฤดูกาล 2014/15 โดยปรับตำแหน่งการเล่นระหว่างเซนเตอร์แบ็ค และกองกลาง

ผลงานอันน่าประทับใจตั้งแต่อายุยังน้อย ทำให้เขาได้รับโอกาสลงประเดิมสนามให้ทีมชุดใหญ่ของเซอร์เวตต์ในเดือนพฤศจิกายน 2014 ด้วยการเป็นตัวสำรองช่วยต้นสังกัดเอาชนะโลซานน์ 3-1 ในดิวิชั่นสอง ซึ่งถือเป็นเวลา 10 วันก่อนเจ้าตัวอายุครบ 18 ปีบริบูรณ์ เขากลายเป็นขาประจำบนม้านั่งสำรองของสโมสรไปตลอดซีซั่น ก่อนจะมีส่วนร่วมในการแข่งขัน 5 นัดสุดท้ายของเซอร์เวตต์ ที่ต่อสู้เพื่อการเลื่อนชั้น นั่นรวมถึงการแจ้งเกิดหลังได้ลงตัวจริงในทีมชุดใหญ่ ด้วยการทำประตูชัยในเกมบุกชนะโวห์เลน จากนั้นทำประตูเบิกร่องในเกมถัดมากับชาฟเฟาเซ่น

อย่างไรก็ตามเมื่อฤดูกาลจบลง การปฏิบัติผิดกฎทางด้านการเงิน หมายความว่าเซอร์เวตต์ ถูกปรับตกชั้นไปสู่ดิวิชั่น 3 แม้ว่าจะจบอันดับที่ 2 ของตาราง ทำให้ซาคาเรีย เป็นหนึ่งในนักเตะหลายคนที่ย้ายออกจากทีมในซัมเมอร์นั้น ปลายทางถัดมาของเขาคือสโมสรยัง บอยส์ในลีกสูงสุด หลังจากได้ลงสนามเป็นตัวสำรองไป 2-3 นัด เขาถูกใส่ชื่อเป็นตัวจริงในการแข่งขันเกมลีกนัดที่ 5 ของฤดูกาล และรักษาตำแหน่งดังกล่าวใน 18 นัดหลังจากนั้น โดยพลาดลงเล่นแค่เกมเดียวจากการติดโทษแบน

ด้วยวัยเพียง 19 ปี ช่วงเวลาดังกล่าวถือเป็นการเริ่มต้นที่ร้อนแรงในการค้าแข้งระดับอาชีพ จากที่ลงประเดิมสนามในดิวิชั่นรอง ไปสู่การเป็นตัวจริงของทีมที่ลุ้นแชมป์ในระยะเวลาเพียงไม่กี่เดือน สุดท้ายต้นสังกัดใหม่จบตำแหน่งรองแชมป์สวิส ซูเปอร์ ลีก และผ่านไปเล่นฟุตบอลยุโรป สิ่งดังกล่าวตามมาด้วยการก้าวไปติดทีมชาติและประเดิมสนามให้กับสวิตเซอร์แลนด์ โดยเป็นตัวสำรองในเกมกระชับมิตรทั้ง 2 นัดก่อนศึกยูโร 2016 จากนั้นเขามีชื่อเข้าไปติดขุมกำลังการแข่งขันทัวร์นาเม้นต์ดังกล่าวอีกด้วย

ในฤดูกาลที่ 2 กับยัง บอยส์ ซาคาเรีย เป็นหนึ่งในนักเตะกำลังสำคัญช่วยต้นสังกัดลงแข่งขันยูโรป้า ลีก และจบตำแหน่งรองแชมป์ของซูเปอร์ ลีกอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม พัฒนาการที่ก้าวกระโดดของเขากับยัง บอยส์และทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ ทำให้สโมสรจากต่างประเทศให้ความสนใจ จนแข้งวัย 20 ปีในเวลานั้น ได้ย้ายไปเล่นให้กับโบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัคของประเทศเยอรมนีในช่วงซัมเมอร์ 2017

เขากลายเป็นตัวหลักของมึนเช่นกลัดบัคทันที และได้ลงสนามไป 33 นัดในซีซั่นแรกที่เยอรมนี โดยหลัก ๆ แล้วยืนเป็นมิดฟิลด์ตัวกลาง นอกจากนี้ยังมีบทบาทที่สำคัญเพิ่มมากขึ้นกับทีมชาติ สิ่งดังกล่าวถูกแสดงให้เห็นเมื่อเขาถูกส่งลงคุมแดนกลาง ทั้ง 2 นัด ในการแข่งขันฟุตบอลโลก รอบเพลย์ออฟ ที่เอาชนะไอร์แลนด์เหนือ จากนั้นเจ้าตัวลงเล่นเกมแรกในทัวร์นาเม้นต์ระดับนานาชาติ ซึ่งสวิตเซอร์แลนด์ เปิดหัวศึกฟุตบอลโลก 2018 ด้วยการยันเสมอบราซิล 1-1

ซาคาเรีย ก้าวหน้าไปอีกขั้นระหว่างฤดูกาล 2018/19 โดยความปราดเปรียวของเขา ถูกนำไปใช้ให้เป็นประโยชน์มากขึ้นในตำแหน่งมิดฟิลด์บ็อกซ์-ทู-บ็อกซ์ ไม่ใช่แค่การเล่นโฮลดิ้งเพียงอย่างเดียว สิ่งดังกล่าวทำให้เขาทำประตูได้ และยิงไป 4 ลูกในฤดูกาลนั้นของบุนเดสลีก้า ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นประตูตีเสมอลูกสำคัญช่วงท้ายเกมที่บ้านของไอน์ทรัคต์ แฟรงก์เฟิร์ต ทำให้มึนเช่นกลัดบัค ปิดฉากฤดูกาลด้วยการมีคะแนนนำหน้าคู่แข่ง 1 แต้ม และคว้าตั๋วไปเล่นฟุตบอลยุโรป

จนถึงตอนนี้ เขากลายเป็นกำลังสำคัญของทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ด้วยเช่นกัน เขาได้ลงตัวจริงทุกนัดในรอบคัดเลือกฟุตบอลยูโร 2020 โดยพลาดมีส่วนร่วมใน 30 นาทีสุดท้ายของเกมสุดท้ายกับยิบรอลตาร์ หลังจากที่ตำแหน่งการผ่านไปเล่นรอบสุดท้ายนั้นได้รับการการันตีไปแล้ว นอกเหนือจากนี้เขายังได้ลงสนามในทั้ง 2 นัดของการแข่งขันเนชั่นส์ ลีก ไฟนอลส์เมื่อปี 2019

เส้นกราฟของเขายังคงพุ่งต่อเนื่องในฤดูกาล 2019/20 โดยซาคาเรีย พลาดลงเล่นเพียงนัดเดียวเพราะการติดโทษแบนในทุกรายการกับโบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค จนกระทั่งอาการบาดเจ็บรุนแรงที่หัวเข่า ซึ่งได้รับจากการยืนเซนเตอร์แบ็คในเดือนมีนาคม ทำให้เขาต้องปิดเทอมก่อนกำหนด

มิดฟิลด์รายนี้กลับมาอีกครั้งในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน แต่เขาค่อย ๆ ถูกส่งลงเล่น ก่อนกลายเป็นตัวหลักอีกครั้งในเดือนมกราคม สิ่งดังกล่าวไม่ได้หยุดยั้งเขาจากการได้ลิ้มรสประสบการณ์แรกในแชมเปี้ยนส์ ลีก โดยเดนิส ช่วยต้นสังกัดผ่านรอบแบ่งกลถ่มสุดหิน ซึ่งประกอบด้วย เรอัล มาดริด, อินเตอร์ มิลาน และชัคตาร์ โดเนตส์ก

หลังช่วยให้สวิตเซอร์แลนด์ ผ่านเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศการแข่งขันยูโร 2020 ที่ถูกเลื่อนออกมา ซาคาเรีย กลายเป็นขาประจำในทีมมึนเช่นกลัดบัคช่วงครึ่งฤดูกาลแรก ก่อนจะทำผลงานแข็งแกร่งต่อเนื่อง และกลายเป็น 1 ใน 3 ผู้เล่นของสโมสร ที่ยิงในลีกได้ใน 5 ฤดูกาลของเขาที่เยอรมนี

อย่างไรก็ตาม กับสัญญาของเขาที่จะหมดลงในช่วงจบฤดูกาล เขาได้ย้ายไปเล่นให้ยูเวนตุสในเดือนมกราคม แต่ยังเหลือเวลาให้เขาเก็บอีกหนึ่งตัวเลขสำคัญ โดยการลงเล่นบุนเดสลีก้านัดสุดท้าย เป็นนัดที่ 125 ทำให้เขากลายเป็นผู้เล่นอายุน้อยสุดอันดับ 3 ที่ไปถึงตัวเลขดังกล่าวในลีกสูงสุดของประเทศเยอรมนี

เดนิส ประกาศศักดาในการย้ายมาเล่นที่อิตาลี ด้วยการทำประตูแรกตั้งแต่การเดบิวต์ให้ต้นสังกัดใหม่ ในเกมที่ยูเว่ เอาชนะเฮลลาส เวโรน่า 2-0 ในเซเรีย อา โดยรวมแล้วเจ้าตัวลงสนามให้ทีมไปทั้งสิ้น 13 นัด และมีส่วนช่วยทีมทะลุเข้าถึงนัดชิงชนะเลิศโคปปา อิตาเลีย ในเดือนพฤษภาคม