ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ทำประตูแรกของตัวเองในการแข่งขันฟุตบอลโลก ช่วยทีมสิงโตคำราม จัดการคู่แข่งอย่างอิหร่าน ด้วยสกอร์ถล่มทลาย 6-2

จังหวะวอลเล่ย์ยิงของสเตอร์ลิ่ง ส่งให้อังกฤษได้ประตูหนีนักรบเปอร์เซีย 3-0 ในช่วงต้นของการทดเวลาบาดเจ็บครึ่งแรก ที่ต้องทดยาวเพราะมีจังหวะปฐมพยาบาลผู้รักษาประตูของทีมจากเอเชีย โดยราฮีม และเมสัน เมาท์ มีเวลาลงเล่นในสนาม 70 นาที ส่วนคอเนอร์ กัลลาเกอร์ ไม่ได้ลงเล่นในเกมที่คาลิฟา อินเตอร์เนชั่นแนล สเตเดี้ยม ในโดฮา

กับรูปเกมที่อังกฤษทำได้ดีกว่าอิหร่านตั้งแต่ต้น มีโอกาสจบสกอร์และเข้าทำที่แม่นยำ แผนการเล่น 4-2-3-1 ของแกเร็ธ เซาท์เกต เริ่มต้นด้วยฟอร์มที่ดุดัน แม้จะมีช่วงที่เกมหยุดลงพักใหญ่ จากการปะทะกันเองของนายด่านและกองหลังของอิหร่าน

เมาท์ สร้างโอกาสสำคัญให้อังกฤษในช่วง 30 นาทีแรกของเกม จากจังหวะประสานงานกับบูกาโย่ ซาก้า เมสันยิงบอลพุ่งหลุดกรอบ ขณะที่อีกหนึ่งโอกาสทองของอังกฤษ คือช็อตที่แฮร์รี่ แม็คไกวร์ ก็ได้โขกเน้น ๆ บอลไปชนคาน


สองประสานสิงห์บลูส์มีส่วนร่วมกับประตูแรกที่สิงโตคำรามได้ เมื่อเมาท์เป็นของรับบอลแถวกรอบเขตโทษอิหร่าน ก่อนจ่ายให้สเตอร์ลิ่งไหลต่อให้ลุค ชอว์ ครอสแม่นถึงจู๊ด เบลลิ่งแฮม โหม่งน้ำหนักแม่นเข้าประตู

สกอร์หนี 2-0 ในนาทีที่ 43 เมื่อแม็คไกวร์โขกชงให้ซาก้าอัดเน้น ๆ บอลเสยตาข่าย ก่อนที่ราฮีมจะทำประตูที่สามให้อังกฤษ จากจังหวะดีดบอลพุ่งเสียบเสา


อิหร่านพยายามจะหาโอกาสจบสกอร์ใส่ทีมจากยุโรป และนั่นทำให้อังกฤษมีช่องได้โจมตีต่อ ก่อนที่สเตอร์ลิ่งจะได้ลองครอสถึงซาก้า แนวรุกอาร์เซนอลได้บอลในกรอบเขตโทษด้านขวาก่อนเลือกยิงผ่านบล็อกแนวรับเข้าประตู

อิหร่านตีไข่แตกได้จากเมห์ดี้ ตาเรมี่ ผู้ซึ่งเคยลงเล่นให้ปอร์โต้และยิงเชลซีได้ ในปี 2021 แต่อีกไม่นาน อังกฤษก็มาได้ลูกที่ห้า โดยเกิดขึ้นในช่วง 49 วินาทีหลังสเตอร์ลิ่งและเมาท์โดนเปลี่ยนออก คนทำประตูนี้คือมาร์คัส แรชฟอร์ด สัมผัสบอลหนแรกของเขาส่งให้สิงโตคำรามได้ประตู และเป็นการสัมผัสเกมทีมชาติอีกครั้ง ต่อจากฟุตบอลยูโร นัดชิงชนะเลิศ


ประตูที่ 6 ของอังกฤษเป็นของแจ็ค กรีลิช จากการแอสซิสต์ของคัลลัม วิลสัน ท้ายเกมมีการใช้ VAR และชี้ว่าอิหร่านได้จุดโทษ ก่อนที่ตาเรมี่จะสังหารเข้าไป เซาธ์เกตและลูกทีมประเดิมฟุตบอลโลกด้วยความมั่นใจ ด้วยชัยชนะครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดของชาติ ในเกมเปิดสนามทัวร์นาเมนต์ระดับเมเจอร์